"คุณศิลาครับ อย่าทำหน้าเหมือนผมทำอะไรผิดได้ไหม ผมแค่อยากช่วย..."
เสียงของธีร์ขาดห้วงไปเมื่อร่างสูงใหญ่ของศิลาเดินพุ่งเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับขอบเตียงผู้ป่วย เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องในห้องพักฟื้นที่เงียบสงัด กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูของคนตรงหน้าปะปนกับกลิ่นไอความสะอาดของโรงพยาบาลจนน่าอึดอัด
ศิลาไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าคมสันที่เคยเรียบเฉยกลับดูดุดันกว่าปกติ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่มือของธีร์ที่กำลังพยายามปอกแอปเปิ้ลให้มารดาของเขา มือของธีร์สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความอึดอัดกับบรรยากาศที่กดทับราวกับมีพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว
"วางมีดนั่นลง เดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่ง นิ่ง เรียบ แต่ทรงพลังจนน่าขนลุก
"คุณก็รู้ว่าแม่ผมท่านชอบทานแบบนี้..."
"ผมบอกให้วาง!" ศิลาตวาดเสียงแข็งก่อนจะคว้าข้อมือธีร์ไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันเต็มไปด้วยความหวงแหนและอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา
"ธีร์... ถ้าคุณเป็นอะไรไปอีกคน ผมจะเอาที่ไหนไปกราบเท้าขอโทษแม่คุณ"
ธีร์เงยหน้ามองคนปากร้ายที่ตอนนี้นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด ศิลาในมาดคุณชายผู้เย่อหยิ่งหายไปไหน? เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมทิ้งประชุมสำคัญ ยอมวางแผนธุรกิจหลักพันล้าน เพื่อมานั่งเฝ้าหน้าห้องไอซียูและคอยจัดแจงทุกอย่างให้เป็นระบบเพียงเพราะกลัวเขาจะเหนื่อยเกินไป
"คุณศิลา... คุณไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณอะไรผมนะ" ธีร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปแตะเบาๆ ที่สันกรามของอีกฝ่าย ความแข็งกร้าวในดวงตาของศิลาอ่อนแสงลงทันทีเหมือนโดนเวทมนตร์
"อย่ามาทำตัวน่าสงสารใส่ผม" ศิลาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอทว่าแววตากลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เขาหยิบมีดปอกผลไม้จากมือธีร์ไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงใกล้ๆ แล้วคว้ามือคนตัวเล็กมาบีบไว้หลวมๆ "ผมไม่ได้ทำเพราะคุณน่าสงสาร แต่ผมทำเพราะผม 'เสียสติ' ไปแล้วต่างหากที่ต้องมาห่วงคนดื้ออย่างคุณ"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ศิลาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ซึมตามไรผมของธีร์อย่างเบามือ ทุกการกระทำดูขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"คุณหิวไหม?" ศิลาถามพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบชิดกัน "ผมให้คนไปซื้ออาหารมาให้แล้ว แต่ถ้าคุณอยากกินอะไรที่มันดีกว่านั้น... บอกผม เดี๋ยวผมสั่งให้เครื่องบินส่วนตัวบินไปเอามาจากสิงคโปร์ให้เลย"
ธีร์หัวเราะหึออกมาจากลำคอ "คุณนี่มันบ้าจริงๆ นะครับ เอาเงินไปใช้กับเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ"
"สำหรับคุณ... เงินแค่นี้มันซื้อความสบายใจให้ไม่ได้หรอก เพราะคุณชอบดื้อ" ศิลาไถ่ถามพลางใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือธีร์แผ่วเบา "กินข้าวซะ จะได้มีแรงมาเถียงผมต่อ"
ธีร์จ้องมองดวงตาของศิลา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง เขาสัมผัสได้ถึงความพยายามที่ศิลาพยายามสื่อออกมา แม้ปากจะร้ายและชอบใช้เงินแก้ปัญหา แต่มันคือวิธีที่คนอย่างศิลารู้จักในการแสดงความห่วงใย
ในจังหวะที่ธีร์กำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ แพรวพราว เลขาสาวคนสนิทของศิลาเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายที่กำลังกุมมือคนรักไว้แน่น แต่สถานการณ์ตรงหน้าสำคัญกว่าเรื่องมารยาท
"คุณศิลาคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ" แพรวพราวหอบหายใจถี่ "ฝ่ายตรวจสอบพบว่ามีคนยักยอกเงินในบัญชีบริษัทของคุณ... และหลักฐานทั้งหมดมันชี้เป้ามาที่... คุณธีร์ค่ะ"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงฉับพลัน ศิลาหันขวับกลับมามองหน้าธีร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความอ่อนโยนที่เคยมีเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาที่ทำเอาธีร์ใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
ศิลาปล่อยมือธีร์ทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธีร์เพื่อค้นหาความจริง
"บอกผมสิธีร์... ว่านั่นไม่ใช่ฝีมือของคุณ"
ธีร์อ้าปากค้าง สมองหมุนวนด้วยความสับสน ความเชื่อใจที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ กำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะกระดาษแผ่นเดียวในมือเลขาสาวคนนั้น
ฟีนิกซ์สีทองขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 32
คนโบ้ในคราบคุณชาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!