เสียงปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรู
ธีร์ไม่ได้ขยับตัวออกจากโซฟาหนังสีเข้ม เขานั่งไขว่ห้าง มองร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงสวยย่านใจกลางเมือง พร้อมด้วยตัวเลขมูลค่ามหาศาลที่ถูกวางกองไว้ตรงหน้า มันไม่ใช่สิ่งที่พนักงานเงินเดือนธรรมดาอย่างเขาควรจะได้รับ หรือต่อให้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ... ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับศิลาก็ไม่ได้แนบแน่นพอที่จะยกสมบัติระดับนี้ให้ฟรีๆ โดยไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ครับ คุณศิลา"
เสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแววระแวงระวังอย่างปิดไม่มิด ไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัว มีเพียงความดื้อรั้นที่พร้อมจะพุ่งชนทุกเมื่อหากคำตอบที่ได้รับมันไม่สมเหตุสมผล
ศิลาหันกลับมา ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปถอนหายใจเบาๆ มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออกอย่างนึกหงุดหงิด ดวงคมดุจเหยี่ยวจ้องมองคนอวดดีที่นั่งกอดอกพิงพนักโซฟาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดู และ... รู้สึกผิดที่ต้องปกปิดความจริงบางอย่าง
"เกมอะไรของนาย คิดมากไปได้" ศิลาเค้นเสียงดุ กลบเกลื่อนพิรุธด้วยการเดินเข้ามาใกล้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัว and ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโน้มตัวไปข้างหน้า ศอกทั้งสองข้างวางบนเข่า สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "ฉันแค่อยากให้... และฉันก็มีปัญญาจ่าย สิ่งที่ฉันทำ มันยากที่จะเข้าใจตรงไหน"
"ยากสิครับ! ยากมากด้วย" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะเกรงใจ "คนอย่างคุณศิลา ทำอะไรไม่เคยมีคำว่า 'ฟรี' ในพจนานุกรมอยู่แล้วนี่ครับ เงินเดือนก็จ่ายตรง โบนัสก็ให้เกินหน้าเกินตา แต่นี่เล่นแจกสินทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านให้ผม... บอกตามตรงนะคุณ ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าผมกำลังทำงานให้คุณในฐานะเลขาฯ หรือกำลังถูกคุณซื้อตัวไว้ด้วยสัญญาอะไรบางอย่างกันแน่"
คำว่า 'ซื้อตัว' กระแทกเข้าโสตประสาทของศิลาเต็มแรง ใบหน้าคมคายตึงขึ้นทันตาเห็น ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปคว้าคางสวยของคนปากเก่งไว้ทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ถอยหนี
"ปากดีนักนะ... อยากลองดีกับฉันมากใช่ไหม" ศิลาขบกรามแน่น น้ำเสียงต่ำพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน บีบกรามมนเบาๆ พอให้เจ็บใจเล่น "คิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่ เพราะอยากได้นายมาเป็นทาสรับใช้บนเตียงหรือไง หืม?"
ธีร์สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตาคู่สวยตวัดมองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างไร้เยื่อใย
"ก็เลิกทำตัวน่าสงสัยสิครับ!" ธีร์ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ต่างกันไม่ได้ทำให้เขาดูด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย ยิ่งยืนประจันหน้ากันแบบนี้ รังสีความอึดอัดก็ยิ่งแผ่ซ่านไปทั่วห้อง "ช่วงนี้คุณติดต่อใครลับๆ ลอบๆ ไหนจะเอกสารการเงินที่ถูกโยกย้ายออกนอกประเทศนั่นอีก... คุณคิดว่าผมตาบอดหรือไงคุณศิลา ถึงมองไม่เห็นว่าคุณกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ แล้วแผนบ้าๆ นั่น... มันมีผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยใช่ไหมล่ะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ
ศิลานิ่งงันไปชั่วอึดใจ ประกายความตกใจไหววับในดวงตาคมกริบก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่แนบเนียน เขามองคนตรงหน้าที่กำลังหายใจหอบด้วยความโกรธและหวาดระแวง ธีร์ฉลาดเกินไป... ฉลาดจนบางครั้งเขาก็อยากจะจับตีให้เข็ดเสียให้เข็ด
"รู้มากไปก็ไม่เป็นผลดีหรอก ธีร์" ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน "บางเรื่อง... อยู่เฉยๆ ให้ฉันดูแล แล้วทำตามที่บอก มันปลอดภัยกับตัวนายมากที่สุดแล้ว"
"ดูแล? หรือกักขังกันแน่ครับ!" ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำใสด้วยความอึดอัดใจที่สะสมมานานหลายวัน "ผมไม่ใช่ตุ๊กตาของคุณนะคุณศิลา ที่จะให้คุณจับวางไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ! ถ้าคุณยังไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมด... เราคงต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่องวันนี้แหละ"
มือบางยกขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อเปิดทางหนี แต่ศิลากลับไวishกว่า เขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของธีร์รวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันร่างบางชิดติดกับผนังห้องกระจก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
"ปล่อยนะ!" ธีร์ดิ้นรนสุดแรงเกิด พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ ยิ่งดิ้น ศิลากยิ่งแนบชิดลงมา น้ำหนักตัวที่ทาบทับทำให้เขาแทบไม่มีพื้นที่หายใจ
"ถ้าฉันบอกความจริงไป... นายอาจจะเกลียดฉันมากกว่าเดิมก็ได้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความลังเลที่หาได้ยากยิ่งจากปากของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ "เพราะฉะนั้น... อยู่เฉยๆ แล้วเชื่อใจฉันสักครั้ง จะตายหรือไง"
"ให้ผมเชื่อใจคนที่แม้แต่ความจริงยังไม่กล้าพูดเนี่ยนะ?" ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตา ปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับสันจอกโด่งของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ "คนปากร้ายอย่างคุณ... จะเอาอะไรมาให้ผมเชื่อใจ!"
ศิลาชะงักไป ดวงคมมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยวผสมความปวดหนึบในอก เขาก้มหน้าลงหมายจะปิดปากคนดื้อให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกให้พังทลายลงในพริบตา
ศิลาขมวดคิ้วอย่างขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคอ แต่ธีร์อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ ใช้แรงฮึดสุดท้ายกระทุ้งศอกเข้าที่สีข้างของคนตัวโตจนศิลาต้องผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เลขาฯ ตัวแสบพุ่งพรวดไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาดูหน้าจอ
ทว่า... เพียงแค่กวาดสายตาไปยังชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ร่างทั้งร่างของธีร์ก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
รอยยิ้มเยาะที่เคยมีหายวับไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความหวาดระแวงที่เคยมีพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เมื่อชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นชื่อของคนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ และเป็นคนที่ศิลาพยายามปกปิดความลับเรื่องนี้มาตลอด!
ศิลาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าธีร์กำลังจ้องหน้าจอโทรศัพท์ค้างไว้ด้วยแววตาที่สั่นระริก
"ธีร์... วางสายซะ นั่นไม่ใช่เรื่องที่นายควร--"
"สายจากคุณ 'นภัทร' งั้นเหรอครับ..." ธีร์หันกลับมามองหน้าเจ้านายหนุ่ม ชายหนุ่มแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก "นี่สินะ... ความจริงที่คุณพยายามจะซ่อนไว้จากผมตลอดเวลาที่ผ่านมา!"
ฟีนิกซ์สีทองขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 34 ด้วยกันนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 34
ความหวาดระแวง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!