"คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ... หุ้นในตลาดร่วงกะทันหัน และตอนนี้... ทางตำรวจกำลังมาที่นี่ครับ!"
เสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเลขาหนุ่มยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวบนเพนต์เฮาส์หรู ทว่าในวินาทีวิกฤตที่คนปกติควรจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก ร่างสูงสง่าของศิลากลับแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีทอดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงกราฟดิ่งลงเหว ก่อนจะปรายตามองร่างบางของคนที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
"ตื่นเต้นดีนี่ครับ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง "คิดไว้แล้วว่าพวกมันต้องเล่นไม้ตายนี้... แต่คิดไม่ถึงว่าจะใจร้อนส่งตำรวจมาเคาะประตูถึงห้องเร็วกว่ากำหนดเสียอีก"
ธีร์หรี่ตามองคนปากแข็งที่ยังคงปั้นหน้าตายท่ามกลางพายุวิกฤต แม้ริมฝีปากหยักนั้นจะเหยียดยิ้มราวกับไม่สะทกสะท้าน แต่คราบเหงื่อกาฬที่ผุดพรายอยู่ตรงขมับกับสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เจ้าตัวพยายามทำเป็นเก่งเลย
"ยังจะมีอารมณ์มาทำหน้ากวนประสาทอีกนะครับคุณศิลา หุ้นร่วงวินาทีละเป็นล้าน ตำรวจกำลังจะมาลากตัวคุณไปสอบสวนฐานฉ้อโกง... สมองส่วนไหนของคุณที่คิดว่านี่คือเรื่องสนุกกันครับ?" ธีร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งเป็นห่วง แม้จะพยายามซ่อนความกังวลไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้างแค่ไหน แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นก็สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนปากเก่งที่ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความเครียดเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามาจนธีร์ต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างเสียแล้ว
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" ศิลาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนของคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ
"ใคร... ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับ ผมแค่ไม่อยากเห็นคนอวดดีต้องมาล้มละลายตายคาคุกต่างหาก มันอุจตาตาครับ!" ธีร์รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมปลาบที่มองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งหัวใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ยิ่งใกล้ยิ่งควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเองไม่ได้เลย
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ..." ศิลาพึมพำชิดริมหู มือหนาเอื้อมไปทาบกระจกใสข้างศีรษะของธีร์ เป็นการกักขังคนตรงหน้าไว้อย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องใช้กำลัง "จำไว้เลยนะครับธีร์ ต่อให้โลกใบนี้ถล่มลงมาต่อหน้า หรือผมจะหมดตัวกลายเป็นยาจก... คนแรกที่จะทำให้ผมยอมก้มหัวให้ ก็คือคุณคนนี้นี่แหละครับ ไม่ใช่พวกตำรวจหน้าโง่พรรค A พรรค B นั่นหรอก"
คำพูดอวดดีที่เจือด้วยความจริงจังหนักแน่นทำเอาธีร์ถึงกับพูดไม่ออก ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากไอตัวของร่างสูงที่ทาบทับเข้ามาทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดของวิกฤตธุรกิจ กลายเป็นความหวานล้ำที่ปะปนด้วยความระทึกใจจนแทบหยุดหายใจ
ท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องทะลุกระจกบานใหญ่เข้ามาอาบไล้เรือนร่างของคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงไซренаตำรวจที่แว่วมาไกลๆ ไม่ได้เข้าโสตประสาทของคนทั้งสองอีกต่อไป สิ่งเดียวที่มีตัวตนในขณะนี้คือระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเรื่อยๆ ตามแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจต้านทาน
ศิลากวาดสายตามองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นอย่างแผ่วเบา บังคับให้ดวงตากลมโตคู่นั้นสบประสานกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างเปิดเผย ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดของคุณชายผู้หยิ่งทะนง เหลือเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างราบคาบ
"คุณศิลา..." ธีร์ครางแผ่วเมื่อปลายนิ้วอุ่นลูบไล้กรอบหน้าอย่างทะนุถนอม สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ กลิ่นอายความเย้ายวนแผ่กระจายจนหัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง
ริมฝีปากหยักประทับลงบนกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะเริ่มรุกไล่หนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ที่โหยหา ธีร์เผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ เปิดโอกาสให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้าไปเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ รสชาติความหอม1หวนที่เจือความดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำให้สมองของธีร์ขาวโพลน มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความหนาบเหน็บของค่ำคืนวิกฤต ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง บรรยากาศโรแมนติกที่อบอวลไปด้วยความเสน่หาเริ่มล้ำเส้นเข้าสู่เขตอันตรายที่อาจเกินเลยมากกว่าแค่จูบ หากแต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันกลับเป็นตัวยืนยันว่า... ในวินาทีนี้ ไม่มีใครอยากถอยหลังกลับอีกแล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังลูบไล้เอวบางผ่านเนื้อผ้าอย่างหลงใหล และริมฝีปากกำลังจะผละลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนเพื่อสร้างรอยจารึกความสัมพันธ์
ปัง!
เสียงประตูด้านนอกถูกผลกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ พร้อมเสียงหอบเหนื่อยของเลขาหนุ่มที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตาย
"คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจ... ตำรวจขึ้นมาถึงหน้าห้องแล้วครับ!"
ศิลาชะงักกึก ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดต้นคอระหงของธีร์ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระAคนขัดใจสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนธีร์หน้าแดงก่ำ รีบผลักอกแกร่งออกสุดแรง เกิดอาการหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด
ศิลาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหัวเสีย ก่อนจะปรายตามองไปยังบานประตูห้องที่กำลังถูกเคาะรัวๆ ด้านนอกด้วยแววตาวาวโรจน์ เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุขุมดังเดิม ทว่าก่อนจะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ด้านนอก ศิลากลับหันมาคว้าข้อมือบางของคนที่ยังยืนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไว้มั่น
"รอนี่นะครับ..." ศิลาโน้มกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เรื่องข้างนอกเดี๋ยวผมจัดการเอง... แต่เรื่องของเรา ค้างไว้แค่นี้ก่อน... คืนนี้ เราเคลียร์กันยาวแน่ครับ"
พูดจบ ศิลาก็ปล่อยมือแล้วก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างองอาจ ทิ้งให้ธีร์ยืนใจเต้นระรัวอยู่ท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับหัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างวิกฤตธุรกิจ... และสายตาคลั่งรักที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอนะครับ
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 20
ใต้แสงจันทร์กับคนใจตรงกัน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!