รหัสผ่านตู้นิรภัยที่พ่อของเขาทิ้งไว้ก่อนตาย... อยู่กับธีร์อย่างนั้นหรือ?
คำพูดของภาคินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของศิลา ราวกับเสียงระฆังยามวิกาลที่ปลุกให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักธุรกิจหนุ่มตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มพิกัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาคมคายฉายแววสบับสนระคนระแวง ร่างสูงใหญ่ในสูทตัดเย็บเนี๊ยบก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มช้าๆ อย่างใช้ความคิด ขณะที่สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
เป็นไปได้อย่างไร... ธีร์ เด็กหนุ่มสู้ชีวิตที่วันๆ วิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์จนแทบไม่มีเวลาหายใจ จะไปเกี่ยวพันกับตู้นิรภัยมูลค่ามหาศาลที่พ่อของเขาซ่อนไว้ก่อนเสียชีวิตได้อย่างไร
"คุณศิลาครับ จะให้ผมตามประกบตัวคุณธีร์เลยไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำของบอดี้เอ็นการ์ดคนสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบ ดึงสติศิลาให้หลุดออกจากภวังค์
"ไม่ต้อง..." ศิลาปฏิเสธเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่าง "ฉันจัดการเอง"
ในเมื่อความจริงมันซับซ้อนและน่าเคลือบแคลงถึงเพียงนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการเข้าไป "ต้อน" เหยื่อให้จนมุมด้วยตัวเอง... และในฐานะที่เขาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของอีกฝ่าย การหาข้ออ้างไปพบหน้าธีร์จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงโปร่งของธีร์ในชุดยูนิฟอร์มพนักงานคาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์มินิมอลกำลังง่วนอยู่กับการเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์บาร์ ปลายผมชื้นเหงื่อเล็กน้อยลู่แนบกรอบหน้ายามที่เจ้าตัวก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ
"รับอะไรดีครับ... อ้าว"
เสียงหวานเอ่ยต้อนรับตามหน้าที่โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงเงาทะมึนที่ทาบทับลงมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูก ธีร์ก็ต้องชะงักมือที่กำลังถือผ้าไมโครไฟเบอร์ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยระคนรำคาญใจเมื่อพบว่าเป็นใคร
"หมดเวลาทำงานแล้วเหรอครับ ถึงได้มีเวลาว่างมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้... หรือว่างานที่บริษัทคุณมันเงินเดือนน้อยเกินไปจนต้องมาหาเศษหาเลยแถวนี้ล่ะครับ คุณศิลา" ไดอะล็อกคมคายพ่นออกจากริมฝีปากบางเฉียบทันทีโดยไม่มีความเกรงกลัว
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์อย่างถือวิสาสะ ข้อศอกทั้งสองข้างเท้าลงกับพื้นโต๊ะ สายตากรุ้มกริ่มแต่แฝงความดุดันกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... ธีร์" ศิลาลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวนประสาท "แต่บังเอิญว่างานของฉันเงินเดือนดีมากจนนายจินตนาการไม่ถึงหรอก... ที่มาวันนี้ไม่ได้จะมาหาเรื่อง แต่มาทวง 'สิทธิ์' ต่างหาก"
"สิทธิ์อะไรของคุณ ผมไม่ได้เป็นหนี้อะไรคุณเพิ่มสักหน่อย สัญญาก็กู้ยืมกันตามกฎหมาย เงินต้นกับดอกเบี้ยผมก็จ่ายตรงเวลาทุกงวด อย่ามามั่วซั่วแถวนี้สะบCนะ!" ธีร์ขมวดคิ้วมุ่น วางผ้าในมือกระแทកกับเคาน์เตอร์เสียงดังลั่นเพื่อแสดงความไม่พอใจ
"ใครพูดถึงเรื่องเงินกู้กันล่ะ..." ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมเคาน์เตอร์เข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนธีร์ต้องผถะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางแก้วด้านหลัง
ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นเครื่องดื่มจางๆ ของธีร์ลอยเข้าจมูกศิลารวมถึงความอุ่นร้อนจากร่างกายที่แนบชิด ระยะห่างเพียงคืบทำให้หัวใจของคนทั้งคู่กระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
ศิลาก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังขนลุกซู่
"แต่ฉันกำลังพูดถึง... 'ความลับ' ที่นายซ่อนไว้ต่างหากล่ะ ธีร์"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น แต่ภายนอกเจ้าตัวยังคงกัดริมฝีปากแน่น เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้
"ผม... ผมจะไปมี "ความลับ" อะไรที่ไหนเล่า เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ออกไปห่างๆ เลยนะ!"
"เพ้อเจ้อเหรอ?" ศิลายกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาธีร์สะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด "ถ้ารู้สึกว่าฉันเพ้อเจ้อ... ทำไมหน้าแดงล่ะ หืม?"
"ใครหน้าแดง! ร้อนต่างหากเล่า! ถอยไปนะคุณศิลา!" ธีร์ปัดมือหนาออกอย่างแรง พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ศิลากลับยิ่งก้าวเข้าไปชิดกว่าเดิม วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวอีกฝ่ายไว้ระหว่างเคาน์เตอร์และอ้อมแขนของเขา
เคมีที่ฟุ้งกระจายระหว่างความดุดันของพระเอกปากร้ายกับความพยศของนายเอกปากเก่งแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความตั้งใจแรกที่จะมาเค้นหาความจริงเรื่องรหัสผ่านตู้นิรภัยเริ่มถูกบดบังด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก... ความรู้สึกที่อยากจะแกล้ง อยากจะกักขัง และอยากจะรังแกคนปากแข็งคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
"ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษสักทีดีไหมนะ" ศิลาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มใสจนธีร์ต้องหลับตาปี๋ด้วยความหัวใจเต้นแรงระรัว
"คุณ... คุณจะทำอะไร! นี่มันที่สาธารณะนะ!" ธีร์เอ็ดเสียงสั่น ความดื้อรั้นเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น
แต่ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้กดจูบลงโทษคนปากแข็งตามใจชอบ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนทักทายที่ทำเอาบรรยากาศสีชมพูละลายหายวับไปในพริบตา
"พี่ธีร์ครับ! ผมเอากล่องพัสดุมาส่ง... อุ๊ย! ขอโทษครับ ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ศิลาชะงักกึก ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่ธีร์ลืมตาขึ้นแล้วรีบผลักอกศิลาออกสุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
เมื่อศิลาหันกลับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบก็ต้องหรี่แคบลงด้วยความระแวงหนักขึ้นไปอีก... เพราะเด็กหนุ่มส่งพัสดุที่ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่หน้าร้านคนนั้น หน้าตาคุ้นเสียยิ่งกว่าคุ้น และที่สำคัญ ในมือของเด็กคนนั้นกำลังถือ "ซองเอกสารสีน้ำตาล" ที่จ่าหน้าซองถึงชื่อของธีร์... ซองเอกสารที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญไขปริศนาทั้งหมด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 17
คนปากแข็งเริ่มหวั่นใจ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!