ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 25

โลกทั้งใบเป็นสีชมพู

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
“แฟลชไดรฟ์อันนั้น... มันไม่มีค่าอะไรหรอก มีร่า เพราะตัวจริงอยู่ที่นี่หมดแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังของทิวาดังขึ้น ท่าماความเงียบงันที่กดดันในห้องทำงานกว้าง ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มก้าวผ่านตัวคิมหันต์ไปอย่างมั่น คง ดวงคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวทอดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาเย้ยหยันที่เหนือกว่าทุกประตู มีร่าชะงัก รอยยิ้มมั่นใจบนเรียวปากสีแดงสดแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นทิวมิได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ท่านประธานหมายความว่า...?” มีร่าเค้นเสียงถาม รอยสั่นเทาเล็กๆ เล็ดลอดออกมาจากความเย่อหยิ่ง “หมายความว่าเอกสารที่เธอกำลังถืออยู่ เป็นแค่สำเนาปลอมที่ฉันจงใจโยนทิ้งไว้ให้คนตาบอดเก็บบังเอิญเจอ... ส่วนแผนงานจริง ฉันเซ็นอนุมัติส่งเข้าอีเมลส่วนตัวของคิมหันต์ตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว” ทิวาปรายตามองแฟลชไดรฟ์ในมือเธอด้วยความสมเพช ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างระหง “และถ้าเธอยังไม่รีบไสมือออกไปจากบริษัทของฉันภายในสามวินาทีนี้ ฉันจะให้ฝ่ายกฎหมายส่งหมายศาลข้อหาบุกรุกและขโมยความลับทางราชการไปส่งถึงเตียงนอนของเธอแทน... หนึ่ง... สอง...” ยังไม่ทันนับถึงสาม มีร่าก็สะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง เธอกำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นจนข้อต่องอขาว ก่อนจะกระแทกส้นสูงเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างเสียหน้า ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คิมหันต์ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ หมั่นไส้ และประหลาดใจในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตหันไปมองร่างสูงที่ยืนตีหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ใกล้ๆ “คุณนี่มัน... เจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นบ้าเลยนะครับท่านประธาน” คิมหันต์เอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัย “ถ้าไม่เจ้าเล่ห์... ผมจะปกป้องคนปากเกแถวนี้ได้ยังไงล่ะครับ” ทิวาหันกลับมาตอบทันควัน ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างรวดเร็วเมื่อทอดมองคนตรงหน้า มือหนายื่นออกไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว คิมหันต์อุทานเบาๆ ก่อนจะใช้มือดันแผงอกแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณ “เฮ้ย! นี่มันกลางห้องทำงานนะคุณ ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวด้านนอกเขาก็เห็นหรอก” “ใครจะกล้าดู... ห้องนี้ม่านก็ปิด แถมเงินเดือนพวกมัน ผมก็เป็นคนจ่าย” ทิวาพูดหน้าตาเฉย ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ๆ ทำให้หัวใจของคิมหันต์เต้นรัวผิดจังหวะ “เมื่อกี้คุณเกือบทำให้ผมหัวใจวายรู้ตัวไหมครับ หん... ไปยืนรับหน้าผู้หญิงคนนั้นทำไมคนเดียว” “ผมก็แค่อยากรู้ว่ายัยนั่นจะเล่นไม้ไหน... อีกอย่าง ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะคุณ ทิวา” คิมหันต์เชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเช่นเคย แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศคำพูดทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง ทิวายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความตึงเครียดจากปัญหาธุรกิจที่เผชิญมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนุ่มฟูในอกที่ไม่อาจหาคำใดมาอธิบาย ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายแผ่วเบา เนิ่นนานและเต็มไปด้วยความทะนุถนอม “รู้ไหมครับ... ตั้งแต่มีคุณเข้ามาในชีวิต โลกใบนี้ของผมมันสีชมพูจนน่าหงุดหงิดชะมัด” คิมหันต์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคำหวานเลี่ยนแบบนี้ออกจากปากผู้ชายปากร้ายอย่างทิวา “พ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย เลี่ยนเป็นบ้าเลย!” “เรื่องจริงครับ... ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็มีแต่หน้าคุณลอยอยู่เต็มไปหมดจนทำงานไม่ได้อยู่แล้วเนี่ย” ทิวายังคงหยอกเย้า รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้านั้นดูทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ มือหนายלบไล้พวงแก้มใสอย่างเบามือ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ... (สำหรับพนักงานภายนอกห้องทำงาน) เมื่อประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เย็นชา และไม่เคยยิ้มให้ใครในรอบสัปดาห์ เดินเปิดประตูห้องทำงานออกมาด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตาพราวระยับราวกับคนเพิ่งถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง และที่สำคัญที่สุด—มือหนายังคงกุมมือเรียวของเลขาฯ หน้าใหม่คนเก่งเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวแม้แต่ก้าวเดียว บรรยากาศหน้าห้องเลขาฯ ตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ แฟ้มเอกสารในมือของพนักงานอาวุโสแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ททุกคนต่างอ้าปากค้าง มองภาพท่านประธานผู้เย่อหยิ่งกำลังใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยนระดับน้ำตาลเรียกพี่ “มองอะไรกันครับ? งานการไม่มีทำเหรอ” ทิวาปรายตามองลูกน้องเสียงเข้ม แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับไม่ได้ลดลงเลยสักนิด “วันนี้ผมอารมณ์ดี... อนุมัติให้ทุกคนเลิกงานเร็วได้หนึ่งชั่วโมง แถมโบนัสพิเศษสิ้นเดือนนี้คูณสองทุกคน ไปทำงานได้แล้วครับ!” เสียงเฮลั่นดังสนั่นลั่นชั้น 25 พนักงานต่างพากันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ขณะที่คิมหันต์ได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอับอาย ขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน กระซิบลอดไรฟันใส่คนข้างตัว “คุณบ้าไปแล้วเหรอทิวา! ทำไมต้องประกาศให้โลกรู้ขนาดนี้ด้วยเนี่ย!” “ก็ผมอยากให้โลกรู้ว่าคนนี้... ของผมครับ” ทิวากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ข้างใบหู ก่อนจะกระชับมือที่กุมกันให้แน่นขึ้น พาเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวท่ามกลางสายแซวของพนักงานทั้งชั้น โลกทั้งใบในสายตาของทิวากลายเป็นสีชมพูไปเสียแล้ว... และเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นจากความฝันนี้เลยแม้แต่น้อย ทว่า ในขณะที่ลิฟต์ส่วนตัวกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างนิ่มนวล ทิวากำลังก้มลงกระซิบคำหวานข้างหูคิมหันต์จนคนฟังหน้าแดงแจ๋ เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนส่วนตัวของประธานหนุ่มก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศหวานชื่น ทิวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วที่กำลังกุมมือคิมหันต์อยู่ชะงักกึกทันที ภาพบนหน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับไฟล์ภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีของบริษัทคู่แข่ง... และชื่อผู้รับเงินปลายทางที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำเอาอุณหภูมิความหวานในรถลิฟต์ดิ่งฮวบลงจนติดลบในพริบตา ดวงตาคมกริบของทิวาเงยขึ้นสบตากับคิมหันต์ช้าๆ แววตาที่เคยฉายแววคลั่งรักเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและระแวงแคลงใจอย่างสุดซึ้ง “คิมหันต์...” ทิวาเอรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว “ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่า... ทำไมเงินห้าล้านบาทจากบริษัทคู่แข่ง ถึงถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพี่ชายคุณ... เมื่อสิบนาทีที่แล้ว?” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%