เสียงก๊องแก๊งของช้อนเงินที่กระทบลงบนจานเซรามิกราคาแพงดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดในห้องอาหารส่วนตัว เพดานสูงโปร่งและการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลักชูรีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อสายตาคมกริบของทิวากำลังจ้องมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับร่างบางของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"กินแค่นั้น? ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณกลายเป็นนกกระจokกินข้าวไปได้ คิมหันต์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวเลื่อนจานสเต็กเนื้อ Medium Rare ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำมาตรงหน้าผม ทิวาทำหน้าดุใส่ตามเคย สายตาคู่นั้นทั้งคาดคั้นและแฝงความห่วงใยแบบที่เจ้าตัวมักจะปากแข็งไม่ยอมรับออกมาตรงๆ
ผมถอนหายใจยาว วางช้อนลงแล้วเงยหน้าสบตากับประธานหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องชุดหรูแห่งนี้ "ผมไม่ได้หิวครับคุณทิวา อีกอย่าง... ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ สมองมันไม่ค่อยรับอะไรนอกจากกาแฟดำ"
"เรื่องงานที่บริษัทผมมันแย่มากจนคุณกินอะไรไม่ลง หรือว่า..." ทิวาหรี่ตาลง รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ "หรือว่าคุณยังคิดถึงไอ้เรื่องปวดหัวที่เพชรมันโทรมาบอกเมื่อวาน?"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้นี่นะ... สมองมีแต่เรื่องชิงดีชิงเด่นกับเพื่อนผมหรือยังไงกัน
"มันไม่ใช่เรื่องของเพชรครับ..." ผมเม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดพุ่งขึ้นมาจุกที่อกเมื่อนึกถึงข้อความแชตและสายโทรศัพท์ปริมาณมหาศาลที่ถูกส่งตรงเข้ามายังโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต มันคือภาพเงาของอดีตที่ผมพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต "แต่เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากให้มันเข้ามารบกวน... ที่นี่"
ทิวายื่นมือหนาข้ามโต๊ะมาคว้าข้อมือผมไว้ แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นและมั่นคงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ปลายนิ้วเรียวไล้เบาๆ บนหลังมือผม เป็นสัมผัสปลอบโยนที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทางปากร้ายเสมอ
"จำสัญญาที่เราทำไว้ไม่ได้หรือไงครับ คิมหันต์" ทิวาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังขึ้น "คุณอยู่ภายใต้การดูแลของผม ปัญหาของคุณ... ก็คือปัญหาของผมด้วย อย่าแบกไว้คนเดียวถ้าไม่อยากให้ผมโมโห"
หัวใจของผมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง เคมีประหลาดระหว่างเรามักจะเป็นแบบนี้เสมอ เริ่มต้นด้วยการกัดกัน ปะทะคารมด้วยความดื้อรั้น แต่สุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจพองโตจนน่ากลัว... น่ากลัวว่าผมจะเสพติดสัมผัสและสายตาแบบนี้เข้าจริงๆ
แต่ทว่า ความสุขในโลกสีชมพูเจือความดุดันนี้ช่างแสนสั้นเสียเหลือเกิน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่หน้าห้องอาหารดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ให้สุภาพ ทิวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญใจที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัว
"ผมบอกเลขาฯ แล้วว่าไม่ต้องให้ใครมารบกวนจนกว่าจะถึงบ่าย" ทิวาพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปตะโกนสั่งเสียงเข้ม "เข้ามา!"
ลูกน้องคนสนิทของทิวาก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม แม้จะพยายามควบคุมอาการให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สายตาที่กวาดมองมาที่ผมกับทิวาก็ฟ้องชัดเจนว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้นข้างนอก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" เลขาฯ หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเหลือบมองผมด้วยความลังเล "คือว่า... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างครับ เขาอ้างว่าเป็น... เป็น..."
ทิวายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา "ใคร?"
"คุณพ่อและแม่เลี้ยงของคุณคิมหันต์ครับ..."
เพล้ง!
เสียงในหัวผมคล้ายกับมีแก้วแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ความอบอุ่นจากมือของทิวาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ
ภาพความทรงจำอันเน่าเฟะของครอบครัวเก่าที่ผมพยายามตัดขาดและหนีตายออกมา—หนี้สินก้อนโตที่พวกเขาผลาญทิ้ง การถูกมองเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งเพื่อแลกกับเงินสด—ทั้งหมดกำลังพุ่งเข้าชนผมอีกครั้งในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ทิวาหันขวับมามองหน้าผม แววตาที่เคยมีความห่วงใยและเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีด เขากวาดสายตามองสีหน้าซีดเผือดของผมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กรามคมจะขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
"กล้ามากนะ..." ทิวากล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างสมบูรณ์ "กล้าดียังไงถึงมารังפאนคนของ 'ดาร์กไนท์' ถึงถิ่นแบบนี้"
ผมรีบดึงมือออกจากอุ้งมือเขาแล้วส่ายหัวช้าๆ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "คุณทิวา... อย่าเพิ่ง..."
ทิวายกมือขึ้นห้ามคำพูดของผมด้วยท่าทีเด็ดขาด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วเชยคางผมขึ้นให้สบตากับเขาอีกครั้ง แววตานั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความดุดันและคำประกาศิตที่เด็ดเดี่ยว
"จำไว้นะคิมหันต์... ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้น ที่จะมาพรากอะไรไปจากผมได้ ต่อให้เป็นคนให้กำเนิดคุณก็ตาม"
ทิวาย่างสามขุมเดินนำหน้าออกไปจากห้องอาหารเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แล้วสาวเท้าก้าวตามหลังแผ่นหลังกว้างนั้นไปติดๆ โดยไม่รู้เลยว่า ประตูบานที่กำลังจะเปิดออกนั้น จะพาเราดำดิ่งลงไปสู่วังวนแห่งความดราม่าที่อันตรายและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมแค่ไหน
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ*
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 26
เมฆหมอกที่กำลังก่อตัว
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!