ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 27

การเข้าใจผิดครั้งใหญ่

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
“ถ้าคุณจะทำตัวหน้าไม่อายขนาดนี้ ก็ช่วยไปหาที่ลับตาคนหน่อยเถอะครับ อย่าเอาความสัมพันธ์เน่าเฟะของคุณมาทำให้ที่ทำงานของผมมันแปดเปื้อน!” เสียงของทิวาดังลั่นห้องทำงานหรูหรา บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะสงบเย็นกลับคุกรุ่นไปด้วยไอความร้อนจากเพลิงโทสะ ร่างสูงของประธานหนุ่มยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานทำงานไม้โอ๊คชิ้นงาม ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองสมาร์ทโฟนในมือที่ฉายภาพชายสองคนในมุมอับของโรงแรมหรู... หนึ่งในนั้นคือคิมหันต์ ส่วนอีกคน... ใบหน้าของคนในภาพถูกเบลอด้วยเทคนิคที่แนบเนียนจนดูไม่ออกว่าใคร แต่ท่วงท่าการแนบชิดและมุมกล้องที่ดูหมิ่นเหม่นั้น มันชัดเจนเกินกว่าจะตีความเป็นอื่น คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบ ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เขาไม่เคยทำเรื่องบัดสีแบบนั้น และเขารู้ดีว่ามันคือการจัดฉากที่จงใจทำลายความเชื่อใจของคนตรงหน้าให้พังทลายลงในพริบตา “คุณทิวา... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ได้ไปที่นั่น ภาพพวกนั้นมันตัดต่อ ทั้งแสง ทั้งมุมกล้อง มันจงใจกลั่นแกล้งชัดๆ คุณมองไม่ออกจริงๆ เหรอครับว่าคนทำมันตั้งใจจะทำลายเรา!” คิมหันต์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวไว้ได้ ทิวาหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน “เรางั้นเหรอ? อย่ามาใช้คำว่า ‘เรา’ กับคนที่มีประวัติคาวโฉ่แบบคุณเลยคิมหันต์ ผมให้โอกาสคุณมามากพอแล้ว แต่ดูสิ่งที่ผมได้รับตอบแทนสิ... การหักหลัง?” ทิวาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันจนคิมหันต์ต้องก้าวถอยหลังไปจนติดกับผนังห้อง กลิ่นน้ำหอมยาสูบเจือจางจากตัวชายหนุ่มมักจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย แต่วันนี้มันกลับดูน่าสะอิดสะเอียนเพราะความระแวงที่กัดกินใจอีกฝ่ายจนหมดสิ้น “คุณมันก็แค่เด็กขายตัวที่พยายามจะถีบตัวเองขึ้นมาด้วยวิธีสกปรก” ทิวาพูดประโยคที่ทำลายความรู้สึกของคิมหันต์จนย่อยยับ เขาเชยคางอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยแรงบีบที่พอเหมาะให้เจ็บแต่ไม่ถึงกับช้ำ “ผมอุตส่าห์มองข้ามเรื่องหนี้สินของคุณ อุตส่าห์ให้ที่ยืน แต่ดูเหมือนที่ของคุณ... จะเป็นที่ที่ผู้ชายทุกคนสามารถเข้าไปถึงตัวได้ง่ายๆ สินะ” คิมหันต์กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ดวงตากลมโตสั่นไหวด้วยความน้อยใจและโกรธแค้น เขาไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เขาเริ่มจะ ‘เปิดใจ’ ยอมให้เข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจ กลับมีความเชื่อมั่นในตัวเขาต่ำเตี้ยติดดินขนาดนี้ “ถ้าคุณคิดแบบนั้น... ก็เชิญเก็บภาพพวกนี้ไว้ดูต่างหน้าเถอะครับ” คิมหันต์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกกว้างของคนตรงหน้าออก “คนอย่างคุณไม่ได้ต้องการคนรักจริงๆ หรอก คุณต้องการแค่ตุ๊กตาที่สั่งให้ทำอะไรก็ได้ หรือถ้าใครสักคนขัดใจ... คุณก็พร้อมจะโยนเขาทิ้งถังขยะด้วยคำพูดร้ายๆ แบบที่คุณทำอยู่ตอนนี้” ทิวานิ่งไป อารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบในดวงตาที่ยากจะอ่านออก ในจังหวะที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนที่ร่างระหงของ ‘มีร่า’ จะก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีนัยสำคัญ “ขอโทษทีนะคะที่ต้องขัดจังหวะช่วงเวลา ‘เคลียร์ใจ’ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะมีของขวัญชิ้นใหญ่กว่านั้นมามอบให้คุณทิวาค่ะ” มีร่ากวาดสายตามองคิมหันต์ด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะของทิวา “ภาพถ่ายเมื่อครู่น่ะ... ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นนะคะ เพราะสิ่งที่อยู่ในซองนี้ คือหลักฐานว่าคนที่คิมหันต์แอบติดต่อด้วย ไม่ใช่แค่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ ‘จ้องจะทำลาย’ อาณาจักรของคุณทิวาตั้งแต่ต้น” คิมหันต์เบิกตากว้าง เขาไม่เคยรู้จักคนพวกนั้น แต่ท่าทีของทิวาที่ค่อยๆ คลี่เอกสารออกมาดู ทำเอาเขารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง เมื่อใบหน้าในเอกสารเหล่านั้นปรากฏชัดขึ้น ทิวาก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราด... กลายเป็นความเย็นชาที่ทำร้ายหัวใจได้มากกว่าเดิม “คิมหันต์...” ทิวาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าการตะโกน “นี่คือเหตุผลที่เธอยอมอยู่ข้างกายฉันมาตลอดงั้นเหรอ... เพื่อเป็นสายลับให้ไอ้พวกเวรนั่น?” คิมหันต์ส่ายหน้าจนหัวสั่น “ผมไม่รู้เรื่อง... ผมไม่เคยเห็นคนพวกนี้มาก่อน!” ทิวาไม่ได้ฟัง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดวางสายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชี้ไปที่ประตูด้วยนิ้วที่สั่นด้วยความโกรธจัด “ออกไป... ก่อนที่ผมจะลากคอคุณไปโยนทิ้งที่สถานีตำรวจ!” คิมหันต์ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ความเจ็บปวดลามไปทั่วอก ทว่าก่อนที่เขาจะตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องไปนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกโดยเพชร เพื่อนสนิทของเขาที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คิม! อย่าไปเชื่อมัน! ไอ้ภาพพวกนั้นมัน...” เพชรชะงักเมื่อเห็นทิวาจ้องมองมาด้วยแววตาดุจเพชฌฆาต แต่สิ่งที่เพชรพูดต่อมากลับทำให้คนทั้งห้องต้องหยุดหายใจ “ไอ้ทิวา! มึงดูดีๆ นะเว้ย ว่าในรูปนั้นน่ะ... มันคือ ‘ตัวมึงเอง’ หรือ ‘ไอ้คนที่มีรอยสักรูปงูที่ข้อมือ’!” ความเงียบเข้าครอบงำ ทิวาชะงักกึก มือที่ถือเอกสารสั่นน้อยๆ เมื่อเขาเพิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่มีร่าจงใจซ่อนไว้ภายใต้ความมืดของภาพถ่าย... รอยสักที่ข้อมือของชายในภาพไม่ใช่ของคิมหันต์ และไม่ใช่ของเขา แต่มันคือสัญลักษณ์ของคนที่เขากำลังไล่ล่ามาตลอดสามปี! หวังว่านักอ่านทุกท่านจะยังคงเอาใจช่วยคิมหันต์และร่วมลุ้นไปกับความจริงที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนหน้านะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของดาร์กไนท์ครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%