เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ในความสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ไม่ได้ทำให้คิมหันต์รู้สึกหวาดกลัวเท่ากับเงาร่างของคนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความประหลาดใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าทิวาและคิมหันต์จะมาติดแหง็กอยู่ที่นี่
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณ... กรณ์"
ทิวาก้าวออกไปบังร่างของคิมหันต์ไว้โดยสัญชาตญาณ ไหล่กว้างที่เคยผ่อนคลายกลับตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น รังสีความกดดันรอบตัวประธานหนุ่มแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบกายแทบจะลดอุณหภูมิลง บรรยากาศดิบเถื่อนของโลกธุรกิจสีเทาที่ทิวาพยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในเสี้ยววินาทีนั้น
กรณ์ หัวหน้าแผนกตรวจสอบบัญชีที่ควรจะถูกพักงานไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน กลับยืนกอดอกยิ้มเยาะ สายตาคมก్రిบกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยความสมเพชเจือความริษยา
"โลกมันแคบ หรือพวกคุณต่างหากที่เดินเข้ามาในเกมของผมเองครับ ท่านประธานทิวา..." เสียงของกรณ์ทุบทำลายความเงียบลงอย่างเฉียบคม "คุณคิดว่าเอกสารชุดนั้นจะล้มผมได้เหรอครับ? น่าขันสิ้นดี"
"ถ้าคิดว่าเอกสารในมือผมมันไร้ค่า ทำไมคุณถึงต้องตามมาถึงที่นี่เพื่อแย่งมันคืนล่ะครับ" คิมหันต์โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของทิวา ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่เกรงกลัว ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะกลับไปทันที ไม่มีหรอกความหวาดกลัวในพจนานุกรมของคิมหันต์ ยิ่งสถานการณ์บีบคั้น อะดรีนาลีนในตัวยิ่งสูบฉีด
ทิวาเหลือบสายตากลับมามองคนดื้อรั้นที่กล้าหาญผิดเวลานิดหน่อย แต่ในอกข้างซ้ายกลับกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล ความรู้สึกหวงก้างผสมปนเปไปกับความห่วงใยพวยพุ่งขึ้นมาจนน่าหงุดหงิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของคิมหันต์ไว้แน่น บีบกระชับเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เงียบและถอยไปอยู่ข้างหลัง แต่นายเอกตัวแสบกลับดึงมือออกเล็กน้อย ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างทัดเทียม
"ถอยไปคิมหันต์ คนพวกนี้อันตรายกว่าที่คุณคิด" เสียงทุ้มต่ำของทิวากระซิบเตือนลอดไรฟัน
"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะทิวา อีกอย่าง... เรายังมีบัญชีต้องเคลียร์กันยาวหลังจากจบเรื่องนี้" คิมหันต์กระซิบตอบด้วยหางเสียงที่ท้าทาย ทำเอาประธานหนุ่มถึงกับมุมปากกระตุกด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น กรณ์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับผายมือออกด้านข้าง ทันใดนั้น เงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำอีกสามคนก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาปูน ปิดตายทางออกทุกเส้นทางของลานจอดรถ
"ผมไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับ... ผมมาเพื่อเอาของคืน และถ้าไม่ได้ ก็คงต้องจัดการเก็บกวาดขยะให้เรียบร้อยเสียหน่อย" กรณ์โบกมือเป็นสัญญาณ ชายฉกรรจ์ทั้งสามพุ่งตรงเข้ามาทันที
ความชุลมุนบังเกิดในพริบตา ทิวากวาดสายตาคมกริบก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปประจันหน้ากับคนแรก หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ปลายคางของชายชุดดำจนเซถลาไปกระแทกกับเสาปูน เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นลานจอดรถ สัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์นักบริหารหนุ่มถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ความปรานี
คิมหันต์เองก็ไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ เมื่อมีอีกคนพุ่งเข้ามาประชิดตัว ร่างเพรียวหมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก เตะตัดขาจนล้มลงไปนอนกราบพื้น ก่อนจะตามด้วยศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายจุกพูดไม่ออก
"ระวังข้างหลัง!"
ทิวาตะโกนลั่นเมื่อเห็นชายฉกรรจ์อีกคนถือท่อเหล็กพุ่งตรงมาทางคิมหันต์ ประธานหนุ่มผละจากคู่ต่อสู้ของตัวเอง พุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของนายเอกแล้วเหวี่ยงหลบพ้นรัศมีเหล็กเส้นนั้นได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ทิวาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของคิมหันต์ไว้เพื่อป้องกันอันตรายทั้งหมดไม่ให้ระคายผิว
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงการต่อสู้ที่ยังดำเนินอยู่รอบตัว โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ดวงตากลมโตของคิมหันต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นชายและกลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่คิมหันต์พยายามกดทับเอาไว้มาตลอด
"คุณ... บ้าหรือเปล่าเนี่ย เอาตัวมาบังทำไม" คิมหันต์เอ่ยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นแรงจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะการต่อสู้หรือเพราะสายตาที่ทิวากำลังมองมา
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น แล้วปล่อยให้คนดื้ออย่างคุณเจ็บตัว ผมคงนอนไม่หลับไปตลอดชีวิต" ทิวากระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววความห่วงใยที่รุนแรงและลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบละลาย ปราการความเย็นชาและปากร้ายที่เคยมีพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงความคลั่งรักที่ระอุอยู่เต็มอก
ทางด้านกรณ์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "จัดการพวกมันให้หมด!"
แต่ยังไม่ทันที่ลูกน้องคนสุดท้ายจะขยับเข้าใกล้ เสียงไซเรนรถตำรวจก้องกังวานก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าลานจอดรถ แสงไฟวับวาบสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามาจนสว่างจ้า กรณ์หน้าถอดสีทันทีเมื่อรู้ว่าสถานการณ์พลิกผัน เขากัดฟันกรอดก่อนจะจำใจต้องวิ่งหนีขึ้นรถเก๋งคันหรูแล้วขับฝ่าออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสมุนที่เหลือที่กระจัดกระจายหนีเอาตัวรอด
ลานจอดรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนพื้น
ทิวายังคงค่อมร่างของคิมหันต์ไว้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้แก้บเนียนโดยไม่รู้ตัว มือหนายังคงโอบเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"จบเรื่องสักทีนะครับ..." คิมหันต์พึมพำเบาๆ มือเรียวยกขึ้นแตะที่ลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจออกแรงดึงลงมาเล็กน้อย "ลุกขึ้นได้แล้วมั้งครับ ท่านประธาน... หนักนะเนี่ย"
"ไม่เอาครับ..." ทิวาปฏิเสธเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าคมซบลงกับซอกคอหอมกรุ่นของคิมหันต์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนคนใต้ร่างสะท้านวาบ "ขออยู่แบบนี้อีกสักพัก... ผมเพิ่งรู้ตัวว่าเกือบเสียคุณไปมันรู้สึกยังไง"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้หัวใจของคิมหันต์กระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความระแวง ความถือดี และกำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในค่ำคืนนี้
คิมหันต์หลับตาลงช้าๆ ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของประธานหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวสอดเข้ากับเส้นผมสีเข้มแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ใบหน้าคมเงยขึ้นมาสบตา
"คุณนี่มัน... ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ ทิวา" คิมหันต์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้คนตรงหน้าคนเดียว
"แล้วคุณล่ะครับ... ยังจะปากแข็งใส่ผมอยู่อีกไหม" ทิวาย้อนถาม ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด
คิมหันต์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเป็นฝ่ายขยับใบเข้าไปใกล้เอง ปลายจมูกชนกันแผ่วเบาก่อนที่ริมฝีปากนุ่มจะประทับลงบนริมฝีปากหยักลึกของประธานหนุ่มอย่างแผ่วเบา เป็นการยอมรับความรู้สึกในใจทั้งหมดที่อัดแน่นมานาน เป็นการข้ามเส้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนเกินกว่าจะย้อนกลับไปจุดเดิมได้อีก
ทิวาครางฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนารวบเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายครอบครองเรียวปากอิ่มด้วยความโหยหา จูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุดัน และกวาดต้อนสติสัมปชัญญะของคิมหันต์ให้หลุดลอยไปในห้วงอารมณ์แห่งความเสน่หา ค่ำคืนนี้เป็นของพวกเขา และไม่มีใครสามารถพรากมันไปได้
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นจากความมืดตรงทางออกซอกเสา
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... นายท่านและคุณชายตกอับ"
เสียงหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงก้าวออกมาจากเงาสลัว มีร่าแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน และในมือของเธอกำแฟลชไดรฟ์หน้าตาคุ้นเคยเอาไว้แน่น—เอกสารชิ้นสุดท้ายที่ควรจะอยู่ในมือของทิวา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคนซึนกับนายเอกปากเก่งในตอนนี้นะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 24
ค่ำคืนแห่งการยอมรับ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!