เสียงล็อกประตูรถเบนซ์ไมบาคคันหรูดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกจากวงแขนแกร่งที่กักตัวคิมหันต์ไว้กับเบาะหนังแท้ราคาแพง กลิ่นน้ำหอมผสมกับความร้อนระอุจากร่างกายของคนที่นั่งคร่อมทับอยู่ครึ่งตัวทำให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบลงถนัดตา กระจกกันกระสุนรอบด้านตัดขาดโลกภายนอกออกไปสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงแค่แรงกดดันจากสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างเอาเป็นเอาตาย
ทิวายังไม่ยอมพูดอะไรสักคำตั้งแต่ก้าวขาขึ้นมาบนรถหลังจบงานเลี้ยงการกุศล ประธานหนุ่มใช้วิธีเงียบ—ความเงียบที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่างให้ราบคาบ ทว่าในวินาทีนี้ ความเงียบนั้นกลับระเบิดออกมาเป็นความอึดอัดที่คิมหันต์ไม่อดทนจะรับมันอีกต่อไป
"ถ้าจะมานั่งจ้องหน้ากันแบบนี้แล้วไม่พูดอะไร ผมขอตัวลงไปเรียกแท็กซี่ดีกว่าครับ ประธานทิวา" คิมหันต์เชิดหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกซี่โครงก็ตามที ปากเรียวบางยกยิ้มหยันเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "หรือว่าเสียดายเวลาที่จะต้องเอาไปควงกับคุณมีร่าต่อล่ะครับ ถึงได้ลากผมขึ้นมาบนรถด้วย"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนชนวนระเบิดที่จุดประกายไฟในดวงตาคมของทิวาให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
"นายยังมีหน้ามาพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกเหรอ คิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นผสมผสานกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของอีกฝ่ายไว้แน่นพอประมาณ ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะบังคับให้ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว "เห็นฉันยืนคุยกับคนอื่นแล้วสนุกมากใช่ไหม ยืนส่งยิ้ม ยืนหัวเราะให้ไอ้เด็กเสี่ยหน้าอ่อนนั่น... สนุกจนลืมไปแล้วหรือไงว่าใครคือเจ้าหนี้ของนาย"
"อ๊ะ! เจ็บนะ... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องหนี้สินล่ะครับ!" คิมหันต์สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับตวัดสายตาดุใส่ "เรื่องงานเลี้ยงก็คือเรื่องงาน ผมจะคุยกับใคร ยิ้มให้ใคร มันก็สิทธิส่วนบุคคลของผม ปล่อยครับ!"
"สิทธิส่วนบุคคลอย่างนั้นเหรอ?" ทิวายิ้มเยาะ น้ำเสียงสั่นเทือกลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดทั้งคืน "แล้วสิทธิในการเป็นเจ้าของหัวใจนายล่ะ... มันเป็นของใคร คิมหันต์ ตอบฉันมาสิ!"
คำถามนั้นราวกับถูกดึงออกมาจากก้นบึ้งของความรู้สึกที่ทิวาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้มาดขรึมและท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอดหลายเดือน ความหึงหวงที่กัดกินหัวใจจนแทบคลั่งในตอนที่เห็นคิมหันต์ยืนหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่นในงาน ทำให้ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครต้องเสียอาการจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
คิมหันต์ชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนซึน
"คุณ... พูดอะไรของคุณ" คิมหันต์กระซิบเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความสับสนที่ฉายชัดผ่านแววตา
"ฉันถามว่า นายเอาหัวใจไปไว้ที่ไหนหมด ถึงได้ใจร้ายกับฉันขนาดนี้" ทิวาลดมือลงจากคางมน เลื่อนมาโอบประคองท้ายทอยของคนตรงหน้าเข้าหาตัวอย่างช้าๆ หน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากมน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในอารมณ์ "นายรู้ไหม... ตอนที่เห็นนายยืนอยู่กับไอ้หมอนั่น หัวใจฉันมันแทบหยุดเต้น ฉันอยากจะลากนายออกมาจากตรงนั้นให้พ้นจากสายตาของพวกมันทุกคน นายเป็นของฉัน... เป็นของคิมหันต์คนนี้... ไม่สิ เป็นของทิวาคนนี้คนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวงก้าง ทำให้คิมหันต์พูดไม่ออก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งและคำตอบที่ติดอยู่ริมฝีปาก
"ปากร้ายแบบนี้... ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าคิดอะไรอยู่" คิมหันต์หลบสายตาด้วยความเขินอาย ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด "วันๆ เอาแต่สั่ง นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ขัดใจ แล้วจู่ๆ จะมาบอกว่าหึง... ใครจะไปตั้งตัวทัน"
"งั้นก็ไม่ต้องตั้งตัว..." ทิวากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มของอีกฝ่าย "แค่ยอมรับความจริง... ว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกันกับฉัน"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง ปลายจมูกรั้นชนเข้ากับสันจมูกโด่งเป็นคม กลิ่นกายสะอาดผสมผสานความเย้ายวนในยามค่ำคืนดึงดูดให้สติของทั้งสองคนหลุดลอย คิมหันต์หลับตาลงอย่างยอมจำนนเมื่อปลายนิ้วอุ่นของประธานหนุ่มไล้เกลี่ยพวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับจะลบเลือนความพยศทั้งหมดออกไปให้เหลือเพียงความอ่อนโยน
ทิวายกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของคนปากแข็ง เขากำลังจะประทับริมฝีปากลงไปเพื่อปิดปากดื้อๆ นั้นให้หายหมั่นเขี้ยว
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกเบนซ์ด้านข้างดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นให้พังทลายลงในพริบตา
ทิวาชะงักกึก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ดวงตาคมตวัดมองออกไปนอกกระจกด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญแบบนี้
คิมหันต์รีบดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วหันไปมองตามเสียงเคาะ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก พร้อมกับแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องวาบเข้ามาในตัวรถ
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ ณ ที่จอดรถลับตาคนแห่งนี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 23
เคลียร์ใจในรถหรู
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!