"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ผมรับรองว่าเอกสารฉบับนี้จะกลายเป็นเศษกระดาษในถังขยะทันทีครับ คุณทิวา"
น้ำเสียงของคิมหันต์ไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังของเขาจะแนบสนิทอยู่กับบานประตูห้องทำงานขนาดใหญ่ จนแทบไม่มีพื้นที่ให้ถอยหนีได้อีกแล้ว ความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายจนทำให้จังหวะการหายใจของคนทั้งคู่เริ่มติดขัด ทิวายืนค้ำร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่ยันกรอบประตู ปลายนิ้วเรียวยาวเกือบจะสัมผัสโดนปลายคางมนอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสายตาดุดันที่ส่งผ่านมาเสียก่อน
ทิวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ข่มเหงไว้อย่างเต็มที่ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "กล้าดีนี่คิมหันต์ ปากเก่งแบบนี้... ไม่ทราบว่าตอนเซ็นสัญญาจำยอมเมื่อเดือนก่อน ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครคือนายจ้าง"
"ผมจำได้แม่นยิ่งกว่าอะไรดีครับ ประธานผู้ทรงเกียรติ" คิมหันต์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดื้อรั้นไม่ยอมหลบ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั่นช่างชวนให้คนมองอยากจะลงโทษให้เข็ดหลาบเสียจริง "แต่จำได้ด้วยเหมือนกันว่าในสัญญาไม่ได้ระบุข้อไหนเลยว่า ผมต้องยอมให้คุณมาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวยามดึกดื่นแบบนี้"
"ความเป็นส่วนตัว?" ทิวาทวนคำ เสียงหัวเราะเย้นั้นดังขึ้นอีก "นี่ห้องผม คอนโดผม และคุณก็เป็นคน... ที่ยืนอยู่ตรงนี้เองนะคิมหันต์"
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สถิตอยู่บนผิวหนัง ทุกครั้งที่ทิวาก้มตัวลงกระซิบใกล้เข้ามา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและน้ำหอมราคาแพงก็ยิ่งโอบล้อมร่างของคิมหันต์ไว้จนแทบหายใจไม่ออก หัวใจของนักศึกษาจบใหม่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ภายนอกเขากับทำเป็นตีสีหน้าเรียบเฉย แสร้งทำเป็นไม่ยี่ห้อต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้อง ทิวาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววระแวดระวังราวกับลูกแมวป่า พร้อมจะข่วนทุกเมื่อหากเขาทำเกินเลย ความดื้อรั้นนี้แหละที่ทำให้เขาหัวเสียทุกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน... มันก็ดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปไหนไม่ได้เลย
นิ้วมือแกร่งของประธานหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนออกให้ แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่ไวกว่าความคิดทำให้ทิวาชะงักค้างกลางอากาศ ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อถูกปฏิเสธความหวังดี (หรือจะเรียกว่าความตั้งใจฉวยโอกาส) แบบไม่ไว้หน้า
"อย่ามาแตะต้องตัวผมครับ" คิมหันต์เอ่ยเสียงแข็ง ขยับตัวเพื่อจะแทรกกายหนีออกไปทางช่องว่างระหว่างแขน แต่ทิวากลับไวกว่า เขาใช้มืออีกข้างรวบเอวบางไว้แล้วดันกลับเข้าที่เดิมอย่างไร้ความปรานี แรงปะทะทำให้แผ่นหลังของคิมหันต์กระแทกกับบานไม้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การยืนประจันหน้า เพราะทิวาโน้มตัวลงมาปิดกั้นทุกเส้นทางหนี ร่างกายแนบชิดจนรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านทะลุกระดาษเสื้อเชิ้ต
"ดื้อด้าน" ทิวาพزارเบาหวิวชิดริมฝีปาก "คิดว่าทำเป็นพยศใส่แล้วผมจะถอยหรือไง คิมหันต์... คุณไม่รู้หรอกว่าผมอดทนมานานแค่ไหนแล้ว"
คำพูดนั้นสะดุดหูคนฟัง ประกายความไหววูบในแววตาของประธานหนุ่มที่มักจะซ่อนภายใต้ความเย่อหยิ่งถูกเปิดเผยออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น คิมหันต์ชะงัก ปลายลิ้นที่เตรียมจะสวนกลับกลืนหายลงคอไปทันที หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นผิดทิศผิดทางเพราะความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประโยคนั้น
ทิวาไม่ได้มองเขาแค่เป็นลูกหนี้ หรือเครื่องมือแก้เกมทางธุรกิจ... สายตาคู่นั้นกำลังบอกอะไรบางอย่างที่ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
แต่วินาทีที่ความเงียบกำลังจะก่อตัวเป็นความลึกซึ้งที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่อยากถอนตัว
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายให้พังทลายลงในพริบตา คิมหันต์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบใช้มือดันอกแกร่งของทิวาให้ออกห่างทันที ขณะที่คิ้วหนาของประธานหนุ่มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ใครหน้าไหนกล้ามาขัดจังหวะสำคัญในเวลาแบบนี้
ทิวาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสีย ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันมองบานประตูห้องที่ยังคงมีเสียงเคาะซ้ำๆ ติดต่อกันอย่างไม่เกรงใจ
"ใคร..." ทิวาตะโกนถามเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด
แต่ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะได้เดินไปเปิดประตู ลูกบิดโลหะสีเงินก็หมุนวนด้วยฝีมือของคนภายนอก และก่อนที่ทิวาจะทันได้ห้ามปราม ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต
ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสดีไซน์หรูหรา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดติดประตูด้วยแววตาไหวระริก ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่คิมหันต์แล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณทิวา พอดีฉันผ่านแถวนี้เลยแวะมาหา... มีร่าคิดถึงคุณแทบแย่ค่ะ"
ดวงตาของคิมหันต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนชัดเจน ขณะที่ทิวากัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นในอกเมื่อเห็นว่าแขกยามวิกาลคือใคร
มีร่า... คู่หมั้นจอมปลอมที่เขาพยายามสะบัดให้หลุดพ้น กลับมายืนยิ้มเยาะอยู่กลางห้องของเขาในยามตีสองได้อย่างไร!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 8
เสียงเคาะประตูยามวิกาล
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!