เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ดังสนั่นจนคิมหันต์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ร่างบางก็ยังคงยืนนิ่งเชิดหน้าสู้สายตาดุดันของคนตรงข้ามได้อย่างไม่เกรงกลัว ต่อให้ผู้ชายคนนี้จะมีสถานะเป็นถึงประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ใครๆ ต่างพากันหวาดกลัวก็ตามทีเถอะ
"ผมตรวจงบการตลาดชุดนี้สามรอบแล้วนะคิมหันต์ คุณใช้สมองส่วนไหนคิดถึงได้ตัวเลขประเมินโครงการที่หละหลวมขนาดนี้ หรือว่าสมองของคุณช่วงนี้มันมัวแต่ไปคิดเรื่องอื่น... จนไม่มีสมาธิทำงานให้ผมกันแน่"
ทิวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งในชุดทำงานเข้ารูปอย่างจับผิด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาตั้งแต่ช่วงสายระเบิดออกมาผ่านท่าทางกระฟัดกระเฟียดที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไร รู้แค่ว่าเขามองหน้าคนตรงนี้แล้วมันพาลให้อยارจะหาเรื่องจับผิดเสียให้เข็ด
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี นิ้วเรียวผลักแฟ้มเอกสารกลับไปหาเจ้าของด้วยท่าทีไม่ยี่ห้อ
"ถ้าท่านประธานจะกรุณาใช้สายตาอันเฉียบคมกวาดมองไปที่หน้าสุดท้ายอีกสักนิด ท่านก็จะเห็นว่าตัวเลขตรงนั้นมันผ่านการคำนวณตามหลักสถิติที่ถูกต้องแล้วครับ หรือถ้าสายตาของท่านมันพร่ามัวจนแยกแยะไม่ออก... ผมยินดีจะอธิบายให้เด็กอนุบาลฟังใหม่ก็ได้นะ"
"คุณคิมหันต์!" ทิวากัดฟันกรอด ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูงจนโต๊ะทำงานแทบจะกั้นกลางระหว่างเขากับคนอวดดีไว้ไม่อยู่ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายต้องผถดถอยหลังไปชนกับบานกระจกใสโดยอัตโนมัติ
ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวของทิวาทำให้หัวใจของคิมหันต์กระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่กระนั้นริมฝีปากบางก็ยังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด
"ทำไมครับ? จะหักเงินเดือนผมอีกรอบ หรือจะฉีกสัญญาบ้าๆ นั่นทิ้งแล้วไล่ผมออกจริงๆ สักทีล่ะ" คิมหันต์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้ว่าลึกๆ แล้วลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วแกร่งของคนตรงหน้ายื่นเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะกรอบหน้า
ทิวาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งอยากจะเอามือปิดปากดื้อด้านนี่ให้หายพูดจายั่วโมโห... และในขณะเดียวกันก็อยากจะก้มลงไปจัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวว่าตกลงแล้วไอ้ความถือดีนี่มันรสชาติเป็นยังไงกันแน่
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกันทำให้ห้องทำงานกว้างขวางดูแคบลงถนัดตา ทว่าก่อนที่ทิวาจะได้พูดจาถางถางอะไรกลับไปมากกว่านั้น...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไร้มารยาทขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในห้องทำงานพิเศษ ทำให้ทิวาสบถออกมาอย่างหัวเสียด้วยความขัดจังหวะ ส่วนคิมหันต์อาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกแกร่งให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
"ใคร!" ทิวาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดขั้นสุด
โดยไม่รอให้อนุญาต ประตูบานหรูสีเข้มก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสดีไซน์หรูหราอวดสัดส่วนโค้งเว้า ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แต่งแต้มมาอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวปานนางพญาทำให้คนมองต้องขมวดคิ้วมุ่น
"ว้า... ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะคะคุณทิวา"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองทิวาและคิมหันต์ที่ยืนเว้นระยะห่างกันด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างโปร่งของนายเอกด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง
คิมหันต์หรี่ตามองผู้หญิงมาใหม่ทันที กลิ่นอายความเป็น "อดีต" ที่ลอยอบอวลมากับตัวเธอมันชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดาให้เสียเวลา
"มีร่า? คุณมาทำอะไรที่นี่" ทิวาขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเรียบตึงไร้เยื่อใยอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรำคาญใจเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
"อ้าว ถามแปลกจ่ะ ก็ฉันเป็นคู่หมั้น... เอ๊ย อดีตคู่หมั้นที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณมาตั้งนาน จะแวะมาหาอดีตคนรักเก่าที่บริษัทบ้าง มันผิดกฎตรงไหนล่ะคะ" มีร่าจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า เธอก้าวเข้าไปใกล้ทิวา มือเรียวถือวิสาสะแตะลงบนปกเสื้อสูทของชายหนุ่มราวกับแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของต่อหน้าต่อตาคิมหันต์
"ถ้าไม่มีอะไรธุระสำคัญอะไร เชิญคุณกลับไปก่อนครับ ผมกำลังคุยงานอยู่" ทิวาปัดมือเธออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับปรายตามองมีร่าด้วยแววตาเย็นชา แต่หางตากลับเหลือบไปมองปฏิกิริยาของคิมหันต์โดยอัตโนมัติ
และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้คิมหันต์รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างประหลาด ร่างบางยืนกอดอก มองภาพคนทั้งคู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความหึงหวงใดๆ ปรากฏให้เห็นตามที่ควรจะเป็น ทว่าในอกข้างซ้ายมันกลับรู้สึกหน่วงๆ และหงุดหงิดแปลกๆ อย่างไร้เหตุผล เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอยจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
*ให้ตายสิ นี่เขาต้องมาทนดูฉากละครน้ำเน่ารีเทิร์นรักไkmงั้นเหรอ* คิมหันต์คิดในใจอย่างประชดประชัน
"คุยงานเหรอคะ? หรือว่าคุยเรื่องส่วนตัวกันแน่... หน้าตาเคร่งเครียดเชียว" มีร่าหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดให้คิมหันต์ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตา "แล้วนี่... เด็กฝึกงานคนใหม่เหยียบอภิสิทธิ์อะไร ถึงได้เข้ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานตามลำพังได้ล่ะคะเนี่ย หน้าตาก็พอดูได้นะ... แต่ดูท่าทางแล้วคงจะพยศน่าดูใช่ไหมคะคุณทิวา"
คำพูดเหน็บแนมที่จงใจลดทอนคุณค่าทำให้คิมหันต์แค่นยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"ถ้าการยืนคุยงานแล้วทำให้คุณมีร่าเข้าใจอะไรผิดไป ต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีผมมีหน้าที่รับผิดชอบงานที่ 'สำคัญ' มากพอสมควร ต่างจากบางคนที่ว่างงานจนต้องเดินสายมาทำตัวไร้มารยาทในเวลาทำการของคนอื่นแบบนี้"
"นี่คุณ!" มีร่าหน้าเสีย ปรับสีแทบไม่ทันเมื่อโดนเด็กฝึกงานปากกล้าสวนกลับมาแบบไม่ไว้หน้า
"ผมขอตัวไปเคลียร์งานต่อก่อนนะครับ ท่านประธาน" คิมหันต์หันไปบอกทิวาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องบรรยากาศชวนอึดอัดนี้ทันที โดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากใครทั้งสิ้น
ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้เอื้อมไปแตะลูกบิดประตู
"หยุดอยู่ตรงนั้นนะคิมหันต์!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวขึ้นด้วยความฉุนเฉียว ทิวาสลัดตัวจากการเกาะกะของมีร่าแล้วก้าวยาวๆ มาคว้าข้อมือของร่างบางไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือร้อนผ่าวไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน
คิมหันต์ชะงัก หันกลับมามองหน้าประธานหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ "ปล่อยครับ ผมจะไปทำงานของผม"
"ใครอนุญาตให้คุณเดินหนีผม" ทิวากัดฟันกรอด ดวงตาคมกราบกรานมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น เขากำลังหงุดหงิด... หงุดหงิดที่มีร่าที่โผล่มาทำลายบรรยากาศ และหงุดหงิดท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยของคนตรงหน้าที่ทำราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่เป็นเรื่องน่ารำคาญใจ
มีร่ามองภาพนั้นด้วยความตก and ง and รew ขวาง ดวงตาคู่สวยฉายแววริษยาขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทางที่ทิวาแสดงออกต่อเด็กฝึกงานคนนี้ มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องธรรมดา... มันมีความหวงก้างและความร้อนรนที่ผู้หญิงอย่างเธอสัมผัสได้ทันที
"คุณทิวาคะ..." มีร่าส่งเสียงออดอ้อน พร้อมจะเดินเข้าไปเกาะแขนอีกครั้ง
แต่วินาทีนั้นเอง ทิวากลับหันไปตวัดสายตาดุร้ายใส่มีร่าจนเธอต้องผถดถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาดหลุดออกมาจากริมฝีปากของประธานหนุ่มในแบบที่ไม่มีใครกล้าต่อกร
**"ถ้าคุณยังไม่อยากหมดอนาคตในวงการสังคมไฮโซ... ก็ไสหัวออกไปจากห้องของผมเดี๋ยวนี้ มีร่า!"**
ทิวากระชากเสียงกร้าว บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบลดลงจนแทบหายใจไม่ออก ท่าทีที่เด็ดขาดและดุดันนั้นทำให้มีร่าหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เธอกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นสูงหนีออกจากห้องไปอย่างเสียหน้า
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
ในห้องทำงานเหลือเพียงแค่คนสองคน ทิวายังคงบีบข้อมือของคิมหันต์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายวับไปกับตา ลมหายใจของชายหนุ่มกระชั้นถี่ด้วยความโกรธปะปนกับความหงุดหงิดที่ยังค้างคา
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสสีเข้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน หัวใจที่พยายามทำเป็นแข็งกระด้างกลับเต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ปล่อยผมได้ยังไงล่ะครับ... แขกคนสำคัญของคุณเพิ่งจะเดินออกไปเองนะ" คิมหันต์เค้นเสียงพูดประชดประชัน กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก
ทิวาไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานเนียนอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มร้ายกาจออกมา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ริมหูซึ่งทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"หึงผมเหรอ... หื้ม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 9
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!