ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 7

ดึงดันแต่ห่วงใย

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
“ถ้าคุณยังคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่มีกระเพาะอาหารไว้สำหรับย่อยสารอาหาร ไม่ใช่มีไว้ประดับซี่โครงเพื่อความเท่... กรุณาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารบ้าๆ นั่นแล้วใช้ช้อนตักข้าวเข้าปากซะครับ คุณคิมหันต์” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงกลางห้องทำงานสุดหรู ทว่าเจ้าของชื่อกลับไม่แม้แต่จะปรายตาแล เงาร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอแล็ปท็อป ปลายนิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับกำลังแข่งขันกับเวลา ความเงียบงันที่แผ่ซ่านคือกำแพงชั้นดีที่ใช้ปฏิเสธคำสั่งของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาฯ ทิวายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบดุจพญาอินทريกวาดมองแผ่นหลังบางที่นั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง นี่คือชั่วโมงที่สามแล้วที่อีกฝ่ายปฏิเสธแม้กระทั่งน้ำเปล่า ปากเก่ง อวดดี และดื้อด้าน—นี่คือนิยามสั้นๆ ที่เขามอบให้เด็กจบใหม่คนนี้ แต่แปลก... ยิ่งดื้อ เขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟมารุมเร้าในอก “ผมพูดภาษาไทยไม่รู้เรื่องเหรอครับ” ทิวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนก้องบนพื้นพรมชั้นบนสุดของตึกระฟ้า “หรือต้องให้ผมป้อน ถึงจะยอมเข้าใจว่าร่างกายตัวเองไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยงวัน” คิมหันต์หยุดพิมพ์ทันที เจ้าตัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยอมหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้มือขยี้ด้วยความเครียดทำให้เขาดูเย้ายวนอย่างประหลาดในสายตาคนมอง “ท่านประธานครับ สมองผมกำลังประมวลผลตัวเลขโปรเจกต์มหาศาลที่คุณโยนมาให้เมื่อเช้า ถ้าผมเอาเวลาไปเคี้ยวข้าวแล้วทำให้ยอดงบดุลมันพลาดไปสักสลึงเดียว คนที่จะโดนเฉ่งก่อนเพื่อนก็คือผมไม่ใช่เหรอครับ? หรือว่าคุณอยากให้ผมตกงานแล้วเอาเงินไปใช้หนี้ให้ผมล่ะ?” คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัวบารมี ทิวาขบกรามแน่น สันจโด่งคมเชิดขึ้นเล็กน้อย รังสีความดุดันแผ่กระจายรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา “ปากดีนักนะ คุณคิดว่าตัวเองอึดมาจากไหน ถึงได้คิดว่าร่างกายมนุษย์มันรันด้วยความอวดดีอย่างเดียวได้ฮึ?” “ผมไม่ได้อวดดี แต่ผมมีความรับผิดชอบต่างหากครับ!” คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่แววตาดุดันและท่าทางไม่ยอมก้มหัวให้ใครนั่นกลับทำให้ทิวาต้องเบนสายตาลงมองเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทิวาปรายตามองเครื่องมือสื่อสารด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคนที่ยังคงยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า “ยืนรออยู่ตรงนี้ อย่าเพิ่งขยับไปไหนเด็ดขาด” ทิวาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อรับสาย คิมหันต์พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาจากAจมูก ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิมอย่างหัวเสีย มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุๆ ที่เริ่มเล่นงาน อาการแสบกระเพาะเริ่มประท้วงเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อครู่ แต่ด้วยความทิฐิและงานที่กองเป็นภูเขาเลากา ทำให้เขาเลือกที่จะเมินเฉยมันไป ผ่านไปไม่ถึงสองนาที เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวกลับมาหยุดตรงหน้า คิมหันต์เงยหน้าขึ้นเตรียมจะอ้าปากเถียงต่อ แต่สายตากลับต้องสะดุดเข้ากับถุงกระดาษแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าอย่างแรง จนกล่องข้าวเบนโตะด้านในขยับ คิมหันต์กะพริบตาปริบๆ มองถุงอาหารสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เบือนหนിหนีไปมองทางอื่น ใบหูข้างที่หันมาทางเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด “กินซะ” ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ พยายามปรับให้ราบเรียบที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “ผมไม่ได้สั่งมาให้คุณหรอกนะ แค่พนักงานข้างล่างเขาซื้อมาฝากแล้วมันเหลือ บังเอิญผมอิ่มแล้ว เลยเอามาทิ้งไว้แถวนี้... อย่าสำคัญตัวผิดว่าผมเป็นห่วงคุณก็แล้วกัน” คิมหันต์เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน น้ำเสียงซึนเดระแบบนี้ ต่อให้ฟังไม่กี่ครั้งเขาก็จำได้ขึ้นใจ แซลมอนย่างซีอิ๊วกับซุปมิโซะร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมาจากกล่อง... นี่มันร้านโปรดที่เขาเพิ่งบ่นให้เพชรฟังไปเมื่อวานซืนชัดๆ “อ๋อเหรอครับ...” คิมหันต์ลากเสียงยาว จงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่สูงกว่า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก “พนักงานข้างล่างนี่รสนิยมดีจังนะครับ รู้ด้วยว่าผมชอบกินแซลมอนย่างซีอิ๊ว แถมยังรู้ว่าผมชอบซุปแบบไหนเป็นพิเศษ... หรือว่าท่านประธานแอบไปสืบประวัติส่วนตัวผมมาเพิ่มเหรอครับเนี่ย” ทิวาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วกระชั้นชิดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ “ผม... ผมจะไปสืบเรื่องไร้สาระของคุณทำไม!” ทิวาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือพอดี “อย่ามาหลงตัวเองให้มันมากนักนะคิมหันต์ รีบกินเข้าไปซะ ไม่งั้นผมจะหักเงินเดือนคุณฐานขัดคำสั่งประธาน” “ครับๆ ท่านประธานคนปากแข็ง” คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปราวกับปลิดทิ้ง มือเรียวหยิบตะเกียบขึ้นมาเปิดกล่องข้าว อาหารอุ่นๆ ช่วยบรรเทาความหิวโหยได้เป็นอย่างดี เขากินไปเงียบๆ โดยมีสายตาคมดูลึกล้ำของคนตัวโตกว่าคอยจับจ้องมองทุกอิริยาบถไม่วางตา บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมกลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาด ทิวายืนกอดอกมองคนปากเก่งตักข้าวเข้าปากทีละคำ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่—ภาพที่เด็กดื้อคนนี้ยอมกินข้าวเสียที ทำให้ความหงุดหงิดทั้งหมดก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเอ็นดูที่พุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว แต่แล้ว ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขก็ถูกกระชากขาดวิ่นลงในเสี้ยววินาที *ปัง!* เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นลั่นห้อง ไม่ใช่เสียงเปิดอย่างสุภาพของผู้บริหารทั่วไป แต่เป็นแรงผลักด้วยความร้อนรนจนบานประตูแทบหลุดจากวงกบ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาร้าวราน “ทิวา! นี่คุณโกหกฉันใช่ไหมเรื่องยัยมีร่า... แล้วนี่มันอะไรกัน!” เสียงแหลมสูงตวาดลั่นห้อง พร้อมกับที่คิมหันต์สำลักซุปในคอจนต้องไอโขลกออกมาหน้าดำหน้าแดง ทิวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปเห็นผู้มาเยือน ทว่า... ก่อนที่ทิวาจะได้อ้าปากปฏิเสธหรืออธิบายอะไร ใบหน้าสวยคมของหญิงสาวก็หันขวับมาจ้องเขม็งที่คิมหันต์ด้วยรังสีอำมหิต และคำพูดต่อมาก็ทำให้ลมหายใจของคนฟังสะดุดกึกทันที “แกเป็นใคร... ทำไมถึงกล้ามานั่งกินข้าวอยู่ในห้องส่วนตัวของคู่หมั้นฉัน!” คำว่า *‘คู่หมั้น’* กระแทกเข้ากลางหน้าผากของคิมหันต์ราวกับค้อนเหล็ก ตะเกียบในมือร่วงหล่นกระทบโต๊ะดัง *‘เคร้ง’* ดวงตากลมโตที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกเมื่อครู่เบิกกว้างขึ้นอย่างช็อกค้าง เขาหันขวับไปมองหน้าทิวาที่ตอนนี้ซีดเผือดลงถนัดตา ความเงียบงันชั่วขณาทิ้งดิ่งลงราวกับเหว ลมหายใจทั้งหมดถูกสูบหายไปจากห้อง ทิวาอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าทุกคำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อสายตาของคิมหันต์ที่มองกลับมานั้น... เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เย็นชา และคำถามนับร้อยที่แช่แข็งทุกความรู้สึกในอกของประธานหนุ่มให้หยุดนิ่งสนิท --- โปรดติดตามตอนต่อไป... (ความลับที่ถูกปิดบังไว้กำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว) *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" มาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%