กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่รอบตัว ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มกลับอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาของคิมหันต์ในยามนี้ นิ้วเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะมุมซองอย่างลังเล ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกระดาษแผ่นบางกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า และเขาก็ไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองพร้อมจะรับมือกับมันหรือไม่
"จะยืนแข็งทื่อเป็นเสาหินอยู่อีกนานไหม หรือต้องให้ผมจุดธูปเชิญคุณมานั่งถึงจะยอมขยับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบ ทิวาในชุดสูทเข้ารูปสีชาร์โคลกำลังยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาอ่านยาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกอากัปกิริยาของคิมหันต์ ราวกับเสือดาวที่กำลังตะครุบเหยื่อในกรงเล็บ
"ผมไม่ได้แข็งทื่อครับท่านประธาน... แค่กำลังใช้ความคิด" คิมหันต์สวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวระคนหวาดหวั่นก็ตาม "แล้วเอกสารนี่... มันหมายความว่ายังไง"
นิ้วเรียวชี้ไปยังซองเอกสารที่เปรียบเสมือนชนวนระเบิดเวลา ทิวาไม่ตอบทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินเข้ามาประชิดตัวด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ รู้ตัวอีกที แผ่นหลังของคิมหันต์ก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียแล้ว โดยมีร่างหนาของประธานหนุ่มยืนกักตัวเขาไว้ตรงกลาง ระหว่างโต๊ะกับอ้อมแขนที่ท้าวลงกับพื้นผิวโต๊ะกระจก
ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้คิมหันต์เผลอกลั้นหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวอย่างกะทันหัน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบทำให้เขาต้องเบนสายตาหนีอย่างทำอะไรไม่ถูก
"อยากรู้ก็เปิดดูสิครับ... หรือกลัวว่าความจริงมันจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนวิธีมองหน้าผม" ทิวากระซิบชิดริมหรูกระด้างแต่แฝงความท้าทาย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาคิมหันต์ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้นแหละครับ" คิมหันต์พยายามดึงความแข็งกร้าวของตัวเองกลับมา มือบางตัดสินใจคว้าซองเอกสารนั้นแล้วฉีกมันออกอย่างรวดเร็ว กระดาษแผ่นแรกถูกดึงออกมาปรากฏแก่สายตา
ข้อความและตัวเลขบัญชีที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำเอาลมหายใจของคิมหันต์สะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันไม่ใช่เอกสารหนี้สินของครอบครัวอย่างที่เขาคาดคิด แต่เป็น... รายละเอียดการโอนเงินทั้งหมดที่ปลดเปลื้องภาระหนี้สินของเขา รวมถึงหลักฐานการซื้อขายที่ดินผืนสำคัญที่พ่อของเขากำลังจะสูญเสียไป
ทั้งหมดถูกจัดการให้เรียบร้อย... โดยผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้
"นี่มัน..." คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น "ทำไมคุณถึง..."
"ผมไม่ชอบเห็นลูกหนี้ของผมไม่มีสมาธิทำงาน" ทิวาเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างเมื่อครู่กลับเจือความอ่อนโยนลงอย่างประหลาด สายตาดุๆ คู่นั้นทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยปาก "และผมก็เกลียดที่สุดเวลามีใครมาทำหน้าตาแบบที่คุณกำลังทำอยู่ตอนแบกรับปัญหาคนเดียว"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มันกลับกระแทกเข้ากลางใจของคิมหันต์อย่างจัง ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมานานนับเดือนพังสลายลงในพริบตา ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด
"คุณ... บ้าหรือเปล่าครับ" คิมหันต์พยายามเปล่งเสียงให้หนักแน่นที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สัญญาบ้าๆ นั่นมันก็แค่..."
"ก็แค่สัญญาบังหน้า ที่ทำให้ผมมีสิทธิ์ดูแลคุณ" ทิวาไม่รอให้ร่างบางพูดจบ มือหนาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ไล้ผ่านผิวแก้มทำเอาคิมหันต์สะท้านเฮือก หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับทวีจังหวะความเร็วขึ้นจนแทบจะหลุดออกมานอกอก "จำไม่ได้เหรอครับ ว่าผมเคยเตือนคุณแล้วว่าอย่ามาลองดีกับผม"
คิมหันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงศูนย์ทำให้เขารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มพร่าเลือนไปกับแววตาคู่คมที่ทอประกายความคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนคิมหันต์ต้องหลับตาลงพริ้ม เตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนแตะลงมาที่มุมปากแผ่วเบา...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูวูบวาบลงในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"ท่านประหารคะ มีเรื่องด่วน— อุ๊ย!"
เสียงแหลมสูงของมีร่าที่โพล่งเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาคู่โตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังกักตัวเด็กฝึกงานปากเก่งไว้กับโต๊ะทำงานในท่าทางที่ล่อแหลมเกินบรรยาย
ทิวาถอนใบหน้าออกช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาดุกล้าตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"มีร่า... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู" น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นพร้อมกับบรรยากาศในห้องที่ลดฮวบลงจนติดลบ
—
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ดาร์กไนท์
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 6
กาแฟแก้วนั้นที่สั่นคลอนหัวใจ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!