เสียงสัญญาณตัดสายที่ดังขึ้นในความเงียบงัน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานหรูหราผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทิวากวาดสายตาคมกริบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคิมหันต์ สันกรามของท่านประธานหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ขณะที่เจ้าของโต๊ะอย่างคิมหันต์กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
"เบอร์แปลก... ไม่แสดงหมายเลข" คิมหันต์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางเอื้อมมือจะคว้าเครื่องโทรศัพท์ขึ้นมาดูให้แน่ชัด แต่เร็วกว่าที่ปลายนิ้วเรียวจะสัมผัสโดนตัวเครื่อง เรียวแขนแข็งแรงของคนเป็นนายเอก... เอ้ย คนเป็นเจ้านายก็เอื้อมพรวดเดียว รวบสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไปถือไว้เสียเอง
"ไม่ต้องรับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนสั้น เจือกระแสความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้
คิมหันต์ชะงักเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ ดวงตากลมโตฉายแววพยศ "ทำไมผมจะรับไม่ได้ล่ะครับท่านประธาน นั่นโทรศัพท์ผมนะ... หรือว่าคุณกลัวว่าใครเขาจะโทรมาทวงสัญญาบ้า ๆ ที่เราทำไว้กันแน่"
ทิวายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร "สัญญาบ้าอะไรของนาย คิมหันต์... จำไม่ได้หรือไงว่าตอนนี้หน้าที่หลักของนายคือการเป็นลูกน้องที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผม ไม่ใช่ไปนั่งรับสายใครหน้าไหนก็ได้ที่โทรเข้ามาอย่างไร้มารยาทแบบนั้น"
"ไร้มารยาทตรงไหน ผมแค่วะ..."
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังคุกรุ่น ทว่ายังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาต บานประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือของใครบางคนที่มีสิทธิ์อภิสิทธิ์เหนือใครในตึกนี้—หรืออย่างน้อยเธอก็คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์นั้น
ร่างระหงในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยลอนสวยรับกับใบหน้าเฉี่ยวคม มีร่า... หญิงสาวผู้ประกาศตัวว่าเป็นคู่หมั้นในนามของทิวา และเป็นคนที่คิมหันต์อยากจะกลอกตาใส่ให้คอเคล็ดทุกครั้งที่พบหน้า
"ทิวาคะ... แหม, ทำไมเลขานุการของคุณถึงทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อมีร่าแบบนั้นล่ะคะ" เสียงหวานหยดเอ่ยทักทายด้วยจริตจะก้านที่ถูกฝึกมาอย่างดี เธอก้าวฉับ ๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน โดยไม่สนใจสายตาพิฆาตที่คิมหันต์ส่งให้แม้แต่น้อย
คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมของผู้หญิงคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเธอจงใจเดินเข้าไปใกล้ทิวาจนแทบจะแนบชิด พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ลาดไหล่กว้างของท่านประธานหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ต่อมหวงก้างที่คิมหันต์ไม่เคยรู้ตัวว่ามีมันอยู่ ก็ทำงานขึ้นมาทันทีอย่างรุนแรง
"ถ้าไม่มีเรื่องงาน เชิญข้างนอกครับ คุณมีร่า" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกจนรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวชะงักไปนิด
มีร่าหันมามองเด็กฝึกงานที่ผันตัวมาเป็นเลขานุการส่วนตัวด้วยหางตา เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "อุ๊ย... ดูทำตัวเข้าสิคะทิวา นึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของห้องนี้เสียอีก ถึงได้กล้าออกปากไล่แขกของท่านประธานแบบนี้... สงสัยคุณคิมหันต์จะลืมไปแล้วกระมังคะว่ายืนอยู่ตรงจุดไหน"
คำพูดเหน็บแนมนั้นไม่ได้ทำให้คิมหันต์สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ร่างโปร่งกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาส่อแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ผมรู้ดีครับว่าผมยืนอยู่ตรงไหน... แต่ดูท่าทางคุณมีร่ามากกว่านะครับที่ดูจะลืมไปว่า *ที่ตรงนี้* เขาต้อนรับเฉพาะคนที่มีมารยาทพอจะเคาะประตูแล้วรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ไม่ใช่ถือวิสาสะเดินเข้ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ"
"นี่คุณ!" มีร่าหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นชี้หน้าคิมหันต์ "ทิวาค่ะ! ดูเด็กในคาบสมุทรของคุณสิคะ กล้าสามหาวใส่มีร่าขนาดนี้ คุณปล่อยให้เด็กนี่ปีนเกลียวได้อย่างไรกัน"
ทิวายังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมปลาบมองภาพการปะทะคารมตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองในอก แต่มันไม่ใช่ความโกรธที่มีต่อคิมหันต์... กลับเป็นความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าที "หวงก้าง" แบบไม่รู้ตัวของเด็กปากเก่งคนนี้
ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสองคน ทิวาปัดมือของมีร่าที่เกาะไหล่เขาอยู่ออกอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปสบตากับหญิงสาวด้วยแววตาเรียบเฉยที่แฝงความเยือกเย็นจนน่ากลัว
"มีร่า... ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวผมไม่ชอบให้มันปะปนกัน" น้ำเสียงของทิวาทุ้มต่ำและทรงอำนาจจนมีร่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แล้วอีกอย่าง... คิมหันต์ไม่ใช่เด็กในคาบสมุทรใคร เขาเป็นเลขานุการส่วนตัวของผม และในห้องนี้... ผมคือคนที่มีสิทธิ์ขาดว่าจะต้อนรับหรือไล่ใครออกไป"
คิมหันต์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่ทิวาพูดออกมา หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระหน่ำรัวราายกับตีกลองชุด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่า
มีร่าหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ "ทิวา... นี่คุณกำลังปกป้องเด็กนี่เหรอคะ? อย่าบอกนะว่าคุณ..."
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญครับ" ทิวาตัดบทเสียงกร้าว ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดจบประโยคด้วยซ้ำ ร่างสูงหันไปพยักเพยิดให้บอดี้การ์ดด้านนอกที่ยืนคุมเชิงอยู่รีบเข้ามาจัดการ "เชิญคุณมีร่ากลับไปก่อนครับ วันนี้ผมมีงานสำคัญที่ต้องสะสางกับ... *เลขานุการของผม*"
คำว่า 'เลขานุการของผม' ถูกเน้นเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ จนมีร่าต้องยอมจำนนด้วยความคับแค้นใจ เธอกระแทកส้นสูงเดินสะบัดออกไปจากห้องทำงานอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งห้อง
ประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง คิมหันต์แอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ทว่ายังไม่ทันจะได้ขยับตัวหนีไปไหน ร่างสูงใหญ่ของท่านประธานจอมเผด็จการก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบชิดกับชั้นวางเอกสารด้านหลัง
ทิวาก้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนคิมหันต์ต้องผับคอหนีด้วยความเก้อเขิน
"อะ... อะไรของคุณอีกครับท่านประธาน ถอยไปห่าง ๆ เลยนะ" คิมหันต์เอ็ดอุบ มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งสนิท ราวกับกำแพงหินผา
"หึงเหรอ?" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มพึงพอใจที่ปิดไม่มิด
คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว รีบหันกลับมาเชิดใส่ทันควัน "ใครหึง! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยครับ ผมแค่รำคาญผู้หญิงคนนั้นที่ไม่มีมารยาทต่างหากเล่า ใครจะไปอยาก..."
"ปากแข็ง" ทิวาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด ดวงตาคมคายทอดมองคนตรงด้วยประกายความหวานล้ำที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง "เมื่อกี้ยังยืนปะทะคารมแทนฉันแทบตาย แถมยังทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวมีร่าให้อยู่รำคาญ... ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอว่าไม่ได้หึง"
"ผมไม่ได้..."
คิมหันต์อ้าปากจะเถียงต่อ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ก็ดังขึ้นขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
*ติ๊ง!*
ทั้งคิมหันต์และทิวาชะงักไปพร้อมกัน ดวงตาคมกริบของพระเอกหนุ่มเหลือบมองไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นมาในความเงียบ
บนหน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรจากเบอร์แปลกเบอร์เดิม... ส่งตรงมาถึงสายตาของทั้งคู่พอดิบพอดี
**"อย่าเพิ่งใจร้อนมีความสุขกับประธานหนุ่มนักเลยนะ... คิมหันต์ นายยังจำความลับเรื่องหนี้ก้อนโตที่พ่อแม่นายทิ้งไว้ไม่ได้หรอกใช่ไหม? ระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะฉันกำลังจะไปทวงมันคืน เร็ว ๆ นี้"**
ทิวาหรี่ตาลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างสูงในเสี้ยววินาที ขณะที่คิมหันต์หน้าถอดสี หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง... สามครั้งติด ๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เผยให้เห็นร่างของเพชร เพื่อนสนิทของคิมหันต์ที่หอบหายใจโยนตัวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"คิมหันต์! แย่แล้ว... มีคนบุกเข้าไปที่บ้านนาย!"
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 19
หึงแต่ปากแข็ง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!