หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพกราฟิกตลาดหุ้นที่ร่วงดิ่งเป็นเส้นเลือดแดงฉาน แต่ทิวากลับไม่ได้โฟกัสที่ตัวเลขเหล่านั้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันเย่อหยิ่งกำลังจดจ้องอยู่กับภาพข่าวหน้าหนึ่งในสมาร์ทโฟน ภาพถ่ายระยะไกลของเขากับเด็กหนุ่มปากกล้าอย่างคิมหันต์ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ พร้อมหัวข้อข่าวซุบซิบที่พาดหัวตัวโตจนน่าหงุดหงิด
ทว่า สิ่งที่ทำให้สันจรามของประธานหนุ่มขยับเกร็ง ไม่ใช่ข่าวลือไร้สาระพวกนั้น... แต่เป็นเสียงฝีเท้าคุ้นเคยที่ดังใกล้เข้ามาต่างหาก
แกร็ก!
ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออก คิมหันต์ก้าวเข้ามาพร้อมกองเอกสารรายงานโครงการในมือ สีหน้าของเด็กหนุ่มเรียบเฉยจนเกินเหตุ ดวงตากลมโตคู่สวยพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เหลือบมองไปยังร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน
"รายงานการประเมินความเสียหายรอบล่าสุดครับ ท่านประธาน" คิมหันต์วางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย น้ำเสียงราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา "หุ้นร่วงไปสามจุดห้าเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... ดูท่าทางศัตรูของเราจะเล่นแรงกว่าที่คิดนะครับ"
ทิวายังคงนิ่งเงียบ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความกดดันรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา
"เป็นห่วงฉันเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงแววเย้าหยวนและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ "หรือว่า... กลัวว่าบริษัทเจ๊งแล้วเธอจะไม่มีเงินเดือนใช้หนี้ที่ทำไว้ล่ะ หึ"
คิมหันต์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสทางสายตาที่ร้อนแรงเกินต้านทานต่างหากที่ทำให้เขาแทบเสียอาการ ทริปที่ผ่านมา... ค่ำคืนใต้แสงดาวที่ริมทะเล... ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องในคืนนั้นยังคงหลอกหลอนอยู่ในความทรงจำ แต่วินาทีนี้ ทั้งคู่กลับเลือกที่จะใช้ความปากร้ายเข้าหากลมเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านอยู่ข้างใน
"หลงตัวเองชะมัด!" คิมหันต์เชิดหน้าขึ้น ปากเก่งเถียงกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ผมจะไปเป็นห่วงคุณทำไม ในเมื่อคนที่ควรระวังตัวไม่ใช่คุณ... แต่เป็นผมต่างหาก! ดูข่าวบ้าๆ นี่สิครับ!"
มือเรียวยื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอแสดงภาพข่าวฉาวเมื่อวานนี้ไปตรงหน้าทิวา ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนเคืองใจอย่างปิดไม่มิด "คนทั้งบริษัทกำลังนินทาผมจนหูชาหมดแล้ว แถมกลุ่มทุนปริศนานั่นก็จ้องจะเล่นงานเราไม่เลิก... คุณยังจะมีอารมณ์มานั่งยิ้มระรื่นอยู่อีกเหรอครับ!"
ทิวาชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะปรายตามองใบหน้าเนียนใสที่กำลังขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ (หรือความเขินกันแน่ เจ้าตัวก็คงตอบตัวเองไม่ได้) ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างไม่มีใครทันสังเกต ก่อนจะกลับมาดุเข้มตามฟอร์มเดิม
"ทำไม? กลัวคนอื่นรู้เหรอว่าเรา... ไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง" ทิวาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ "หรือว่าเธอกลัวคนอื่นจะรู้ว่า... คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นที่ริมหาดบ้างล่ะ หืม... คุณลูกหนี้"
"คุณทิวา! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะครับ!" คิมหันต์หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ร่างบางผลักอกแกร่งออกเต็มแรงจนทิวาต้องยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความเอ็นดู ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ "ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละ! แต่สถานการณ์ตอนนี้มันวิกฤตอยู่ คุณควรมีสติมากกว่ามาหยอกผมเล่นนะ!"
"ฉันมีสติครบถ้วนดี..." ทิวายิ้มมุมปาก สายตาพินิจพิเคราะห์มองสำรวจท่าทีลนลานของคนตรงหน้าอย่างนึกสนุก ยิ่งเห็นคิมหันต์พยายามทำตัวแข็งกร้าวเท่าไหร่ เขากยิ่งรู้สึกว่าเด็กนี่น่าแกล้งให้เขินจนสลบคาอกเสียเหลือเกิน "แต่แปลกแฮะ... เวลาเธอกลบเกลื่อนความเขินด้วยการทำเป็นด่านี่ มันน่ารักกว่าตอนทำหน้าหงุดหงิดใส่ซะอีกนะ"
"ใครเขิน! ผมไม่ได้เขิน!" คิมหันต์เสียงสูงขึ้นทันที ปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่สองแก้บแดงแจ๋ฟ้องชัดเจน "คุณนี่มัน... มโนเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะ ประธานประสาท!"
"ปากดีแบบนี้... สงสัยต้องโดนทำโทษให้ออกงานแถลงข่าวข้างกายฉันทั้งวัน ถึงจะเลิกเถียงซะที" ทิวาหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดปนความหวานซึ้งที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดเชือดเฉือน ทว่า ก่อนที่คิมหันต์จะทันได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ปัง!
"พี่ทิวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงแหลมสูงของ "มีร่า" อดีตคู่ขาและคู่หมั้นจอมปลอมดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสหรูที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง สีหน้าของเธอตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัดเจน ดวงตาคู่โฉบเฉี่ยวจ้องมองมาที่ทิวาและคิมหันต์สลับกันด้วยความริษยา
ทิวาขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงและเย็นชาขึ้นในเสี้ยววินาที ขณะที่คิมหันต์รีบถอยห่างจากตัวพระเอกเพื่อรักษาระยะห่างตามสัญชาตญาณ
"มีร่า... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะห้อง" ทิวาทักท้วงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกดดัน
"เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะค่ะ!" มีร่าร้องลั่น เดินตรงเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแล้วโยบบัตรเชิญงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ลงบนโต๊ะ "ท่านประธานตระกูลใหญ่ฝั่งคู่แข่งของเรา... คนที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีหุ้นบริษัทเราตอนนี้ ส่งเทียบเชิญพิเศษมาให้คุณโดยเฉพาะค่ะ... และที่สำคัญที่สุด..."
มีร่าเว้นจังหวะ หันไปมองหน้าคิมหันต์ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะหันกลับมาพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา
"...เขาบอกว่า ถ้าทิวาอยากรู้ความลับว่าใครเป็นคนขายข้อมูลบริษัทให้กลุ่มทุนปริศนา... ให้พาน้องชายสุดที่รักคนนี้ไปร่วมงานคืนนี้ด้วย... ตัวต่อตัวครับท่านประธาน"
คิมหันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าทิวาทันที ขณะที่ประธานหนุ่มหันกลับมาสบตากับเขา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงระหงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
แล้วบทสนทนาทุกอย่างก็หยุดชะงักลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของทิวาก็ดังขึ้นพร้อมกัน... สายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดาร์กไนท์" นะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 18
ฟอร์มจัดระดับสิบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!