เสียงกระดาษปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงนั้นดังสะท้อนก้องห้องประชุม V.I.P ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นที่เจ้าของห้องพยายามกดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"เช็คยอดหนี้สินทั้งหมดของครอบครัวคุณ... มันเพิ่งถูกส่งมาถึงโต๊ะผมเมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
ทิวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงัก คิมหันต์ในชุดสูทเข้ารูปสำหรับวันทำงานวันแรกในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสาร ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองหน้าประธานหนุ่มทันที ความตกใจฉายวาบขึ้นในดวงตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกระด้างที่เจ้าตัวมักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเสมอ
"คุณ... ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของผมตั้งแต่เมื่อไหร่" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ทิวาไม่ได้หลบสายตานั้น ซ้ำร้ายเขายังโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ถือไพ่เหนือกว่า
"เรื่องส่วนตัวอะไรกัน ในเมื่อสถานะของคุณตอนนี้... ไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียว" ทิวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่คิมหันต์ยืนอยู่ แรงกดดันจากตัวตนของชายหนุ่มแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องรอบตัวเหมือนจะอึดอัดขึ้นมาฉับพลัน "เกือบสามล้านบาท... สำหรับเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน คุณคิดว่าจะหาเงินก้อนนี้มาจากไหนในเวลาสามเดือน? หรือต้องให้ผมบอกล่ะ ว่าพวกเจ้าหนี้ร่มสีเทาพวกนั้นมันกำลังตามล่าคุณถึงหน้ามหาวิทยาลัย"
คำพูดนั้นทำเอาคิมหันต์หน้าซีดเผือด มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อต่องอขาวซีด หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกใจและอับอาย ปมปัญหาที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด ถูกคนตรงหน้ารื้อค้นออกมาตีแผ่ราวกับเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณ!" คิมหันต์ตวาดกลับเสียงสั่น ร่างบางผุกลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความโกรธเข้าครอบงำจนลืมสถานะเจ้านายลูกน้องไปชั่วขณะ "คุณจะมาสนุกกับการก้าวก่ายชีวิตคนอื่นถึงไหน ทิวา! คุณคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรกับชีวิตใครก็ได้งั้นเหรอ!"
"ใช่... ผมมีเงิน และผมก็ซื้อทุกอย่างที่ผมอยากได้" ทิวาก้าวเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนคิมหันต์ต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมบุรุษราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของคิมหันต์กระเจิง "รวมถึงตัวคุณ... และปัญหาทั้งหมดของคุณด้วย"
"ไอ้คนหลงตัวเอง..."
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับ" ทิวายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนที่ขัดกับวาจาร้ายกาจโดยสิ้นเชิง "ผมไม่ใช่คนใจดีที่จะยื่นมือช่วยใครฟรีๆ หนี้สามล้านนั้น... ผมจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"
คิมหันต์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ "คุณ... ว่ายังไงนะ?"
"ผมซื้อหนี้ทั้งหมดของคุณมาเป็นของผมเองแล้ว" ทิวากระซิบชิดริมหูด้านซ้าย น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำให้ขนลุกซู่ "ตอนนี้เจ้าหนี้ของคุณไม่ใช่พวกมัน... แต่เป็นผม คิมหันต์"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ความช่วยเหลือที่มาในรูปแบบของการผูกมัด ทำให้เขาทั้งรู้สึกพ่ายแพ้และโกรธเกลียดตัวเองที่อ่อนแอ แต่ลึกๆ แล้ว ความตึงเครียดที่แบกรับมานับปีกลับคลายลงอย่างน่าประหลาด
ก่อนที่คิมหันต์จะได้เอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธความหวังดีที่โคตรจะเผด็จการนั้น ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"ทิวาคะ! ทำไมคุณถึงไม่รับสายมีร่า..."
เสียงแหลมสูงของมีร่าหยุดชะงักกึก เมื่อก้าวเข้ามาแล้วพบว่าประธานหนุ่มสุดหล่อกำลังยืนประชิดตัวกับเลขาฯ คนใหม่ในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องจะพึงกระทำ ดวงตาคู่คมของนางแบบสาววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ
คิมหันต์ได้จังหวะรีบผลอกร่างสูงออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทิวายืดตัวตรงด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
"มีร่า... ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาห้องผมโดยไม่นัดหมาย" ทิวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาคมดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
มีร่าหน้าเสียเล็กน้อย แต่เธอก็ฝืนยิ้มเดินนองหน้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับชูสมาร์ทโฟนในมือขึ้น "มีร่ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณค่ะ... เกี่ยวกับข่าวลือเสียหายที่คุณปล่อยให้คนเข้าใจผิดว่าเราถอนหมั้นกัน!"
ทิวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองหญิงสาวด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะหันกลับมามองคิมหันต์ที่กำลังก้มหน้าเก็บเอกสารเตรียมจะเดินเลี่ยงหนีออกจากห้อง
"อย่าเพิ่งไปไหน... เรายังคุยกันไม่จบเรื่องหนี้ของคุณ" ทิวาเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
"ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้วครับ ท่านประธาน!" คิมหันต์ตวัดเสียงใส่ ไม่สนสายตาจิกกัดของมีร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินไปยังประตู
"เดี๋ยว!" ทิวารวบข้อมือบางเอาไว้แน่นด้วยความรวดเร็ว ดึงรั้งไม่ให้อีกฝ่ายหนีพ้น พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับคู่หมั้นจอมปลอมด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
"มีร่า... คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงอยากถอนหมั้น?" ทิวาเอ่ยเสียงดังฟังชัด กวาดสายตามองทั้งหญิงสาวและคนที่ตนกุมข้อมือไว้ "ก็เพราะว่า... คนที่ผมต้องการจะใช้ชีวิตด้วยจริงๆ ไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อนอย่างคุณ แต่เป็น..."
ทิวาดึงร่างของคิมหันต์เข้ามาประชิดตัวอีกครั้งในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด ก่อนจะโน้มใบลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกด้วยความตกตะลึง
"...คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้•ตอนที่ 12
ความลับที่ถูกเปิดเผยครึ่งหนึ่ง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... อย่ามาคลั่งรักแถวนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!