กลิ่นอายความชื้นของฝนห่าใหญ่ที่เพิ่งซัดผ่านปะปนกับกลิ่นกระดาษโบราณและสนิมเหล็กในห้องเก็บวัตถุโบราณชั้นใต้ดิน มันคือกลิ่นอายที่รินรดาคุ้นเคยดี—กลิ่นอายของความลับที่ถูกฝังกลบ และความตายที่รอวันถูกขุดคุ้ย
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, ธาวิน"
เสียงของแพทย์นิติเวชสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นบางเฉียบจ้องมองร่างสูงที่ยืนอยู่หลังตู้จัดเก็บเอกสารโบราณ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟทังสเตนสาดกระทบโครงหน้าคมคายสันกรามเด่นชัด และที่สำคัญที่สุดคือดวงตาสีเทาคู่นั้น—ดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำ แต่มันกลับกักเก็บความทรงจำที่สาบสูญของใครบางคนเอาไว้... หรือบางที มันอาจจะเป็นความทรงจำของเธอเอง
ธาวินไม่1ตอบทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มเม็ดบนออกอย่างเชื่องช้า ท่าทางนั้นเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าอึดอัด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ รอนแรมผ่านเงาตะคุ่มของชั้นวางโบราณวัตถุทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังก้องกังวาน ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง
"เกมหรือครับ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ดิฉันหมายถึง... สำหรับผมแล้ว สิ่งที่คุณเรียกว่าเกม มันคือ 'ความจริง' ที่ถูกพรากไปต่างหากลึงค์" ธาวินหยุดพูดชั่วขณะ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือครับ ว่าทำไมศพในคดีล่าสุดถึงมีรอยกรีดรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวใจเหมือนกับคดีเมื่อสิบหี่ปีก่อน ทั้งที่คุณไม่เคยเปิดเผยข้อมูลนี้ให้ใครฟังเลย"
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ข้อมูลเรื่องรอยกรีดรูปจันทร์เสี้ยวเป็นความลับสุดยอดในสำนวนชันสูตร เธอเก็บมันไว้ในแฟ้มเข้ารหัสบนคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ แล้วเหตุใด... ชายแปลกหน้าผู้มีความจำเสื่อมผู้นี้ถึงล่วงรู้มัน?
"คุณเป็นใครกันแน่..." รินรดาถามเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เธอก้าวถอยหลังเล็กน้อยจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางวัตถุโบราณ แต่ในขณะเดียวกันมือเรียวก็แอบเลื่อนไปสัมผัสกับมีดผ่าตัดสแตนเลสขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะรู้รายละเอียดทางนิติเวชเหล่านั้น... เว้นเสียแต่ว่าคุณอยู่ในเหตุการณ์ หรือ... คุณคือฆาตกร"
ธาวินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายผสมผสานกับกลิ่นฝนและไอน้ำเย็นเยียบแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา และในวินาทีนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหลังใบหูของเขา—รอยแผลที่ตรงกับศพนิรนามในบันทึกทางการแพทย์โบราณที่เธอเคยอ่านเจอเมื่อคืนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
"ถ้าผมบอกว่า... ผมจำไม่ได้ล่ะครับ" ธาวินโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปวดร้าวลึกซึ้งที่ซ่อนเร้น "ความทรงจำของผมไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุอย่างที่หมอในโรงพยาบาลบอกคุณหรอกนะ รินรดา... แต่มันถูก 'ลบ' ออกไปต่างหาก"
ดวงตาสีเทาคู่นั้นสั่นระริกชั่วขณะ มันไม่ใช่การแสดง แต่มันคือร่องรอยของความหวาดกลัวที่ถูกกักขังไว้ในจิตใจมาเนิ่นนาน
"ถูกลบ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายกำลังกัดกินขอบเขตทางวิชาชีพที่เธอพยายามขีดเส้นไว้ ความดาร์กโรแมนติกที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสองคล้ายกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะช็อตหัวใจให้หยุดเต้น "ใครเป็นคนทำ..."
"คุณ..." ธาวินกระซิบ ดวงตาสีเทาจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ในความฝันที่กระจัดกระจายของผม... มีแค่คุณคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ในคืนที่ไฟไหม้ห้องทดลองใต้ดินเมื่อสิบหี่ปีก่อน คืนที่ตัวตนของผมถูกเผาทำลาย และคืนที่คุณ... เป็นคนลงมือผ่าตัดสมองผมด้วยมือของคุณเอง"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำสีเทาหม่นที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัว—กลิ่นควันไฟ เสียงกรีดร้อง และหยดเลือดที่เปรอะเปื้อนถุงมือยางของเธอเอง
เธอกับเขา... เราผูกพันกันด้วยความลับที่ดำมืดกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากนัก
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำถามใดหลุดจากริมฝีปากที่สั่นเทา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจากบันไดทางขึ้นชั้นใต้ดินก็ทำลายความเงียบงันลง
"สารวัตรปกรณ์กำลังมาทางนี้!" เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในเครื่องแบบที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องเก็บวัตถุโบราณ พร้อมกับปืนในมือที่เล็งตรงมายังธาวิน
"อย่าขยับ! ส่งตัวผู้ต้องสงสัยมาซะ คุณหมอถอยออกมาจากตรงนั้น!"
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธหันกลับไปมองสารวัตรปกรณ์สลับกับธาวิน แต่เมื่อเธอกวาดสายตากลับมายังชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงของเขากลับก้าวถอยหลังเข้าสู่เงาสลัวของซอกผนังที่เชื่อมต่อไปยังท่อระบายน้ำโบราณอย่างไร้สุ้มเสียง
ดวงตาสีเทาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอเป็นครั้งสุดท้ายริมฝีปากหยักลึกขยับเป็นคำพูดไร้เสียง ทว่ารินรดาอ่านริมฝีปากนั้นออกอย่างชัดเจน—
*'แล้วเราจะได้พบกันในความฝัน... ที่ซึ่งความจริงไม่มีวันตาย'*
พึบ! ไฟฉายในมือของสารวัตรปกรณ์สาดส่องไปกระทบกับผนังว่างเปล่า ธาวินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในห้องนี้ตั้งแต่แรก ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบของอากาศ และกระดาษสมุดบันทึกเก่าคร่ำคร่าฉบับหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นซีเมนต์ใกล้ปลายเท้าของเธอ
รินรดาก้มลงหยิบมันขึ้นมาอย่างช้าๆ มือเรียวสั่นเทาขณะพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่เปรอะเปื้อนคราบหมึกสีดำสนิท และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า... คือลายมือของเธอเองที่ถูกบันทึกไว้เมื่อสิบหี่ปีก่อน พร้อมกับภาพวาดโครงสร้างสมองของมนุษย์ที่ระบุชื่อผู้ป่วยไว้ตัวโตๆ ว่า—
*ชื่อผู้ป่วย: ธาวิน (รอดชีวิตจากการทดลองโครงการ 'เงาจันทรา' - สถานะ: ต้องกำจัด)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของเงาจันทราลี้ลับเสมอนะคะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 10
บทสนทนาท่ามกลางพายุ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!