กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กหนาหนักปิดกระแทกไล่หลัง เสียง "คลิก" ของกลไกสปริงอัตโนมัติจากภายนอกดังสนั่นก้องกังวานในความมืดทึบ ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับชั้นวางวัตถุโบราณโลหะเย็นเฉียบ ความมืดมิดในห้องเก็บของชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันอัดแน่นไปด้วยความกดดันและกลิ่นอายของกาลเวลาที่ถูกกักขัง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความมืด แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับชายผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—ธาวิน
แสงไฟฉายจากสมาร์ทโฟนในมือของธาวินส่องกราดขึ้นต่ำ ลำแสงสีขาวนวลสะท้อนกับโครงหน้าคมคายและดวงตาสีเทาคู่สวยที่กำลังทอดมองเธอด้วยแววตาอ่านยาก มันคือแววตาแบบเดียวกับที่เธอพบเจอในความฝันซ้ำๆ ความฝันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอเลือดและภาพจำของฆาตกรที่เธอไม่เคยรู้จัก
"ประตูถูกล็อกด้วยระบบดิจิทัลจากด้านนอก... ระบบที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เมื่อชั่วโมงที่แล้ว" ธาวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียաբนิ่งจนน่าประหลาดใจ ราวกับเขากำลังรายงานสภาพอากาศ มากกว่าการติดอยู่กลางหลุมพรางในชั้นใต้ดิน
"คุณรู้ว่านี่คือกับดัก" รินรดากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชสาวเยือกเย็นและเต็มไปด้วยการควบคุมอำนาจ เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อยแม้ในความมืด เพื่อสร้างเกราะกำบังทางจิตวิทยา "คุณจงใจพาฉันเดินมาที่โซนจัดแสดงปิดตายนี้... ธาวิน คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่"
ธาวินไม่ตอบทันที เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อโค้ทสีเข้มลดระยะห่างจนกลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกลิ่นอายฝนจางๆ ของเขาปะปนกับอากาศจำกัดในห้องแคบๆ เขาวางมือข้างหนึ่งลงบนชั้นเหล็กเหนือศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่แคบลงอย่างจงใจ ปลายจมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ—กลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์เจือจางผสมกับความเย็นเยียบของห้องผ่าศพ
"ถ้าผมอยากขังคุณ ผมคงไม่ต้องพาตัวเองมาติดอยู่ในนี้ด้วยหรอกนะคะ, คุณหมอ" ธาวินโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นคลอนหัวใจของคนฟัง "หรือคุณกำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวความมืดหรอก แต่กำลังกลัวเสียงในหัวของคุณเองที่มันเริ่มดังชัดเจนขึ้น เมื่อเราอยู่ใกล้กันแบบนี้"
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวเต้นกระหน่ำจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เธอมองลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น ดวงตาที่สะท้อนภาพเงาของเธอราวกับกรงขังอันหอมหวาน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางยกขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เบาๆ เพื่อรักษาอาณาเขต
"อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน, ธาวิน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บอกฉันว่ารอยแผลบนศพเหยื่อรายล่าสุดมีองศาเดียวกับเครื่องมือโบราณในยุคศตวรรษที่ 19 และคุณ... เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องนิรภัยนี้ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม" น้ำเสียงของเธอเฉียบคมดุจใบมีดผ่าตัด "บอกเหตุผลมาว่าทำไมรอยนิ้วมือของคุณถึงอยู่ในแฟ้มคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน ทั้งๆที่คุณบอกว่าคุณเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่นาน"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นในชั่วพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำด้านบน ธาวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเทาทอประกายไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับดำมืดและเสน่ห์อันตราย
"คุณช่างสังเกตเสมอ... สมกับที่เป็นหมอผ่าศพผู้ไร้ความปรานี" ธาวินขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับปอยผมสลวยของเธอเบาๆ "บางครั้ง... ความจริงที่คุณพยายามค้นหาจากซากศพ มันอาจจะไม่น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า คุณกับผม... เราเคยยืนอยู่บนจุดเกิดเหตุเดียวกันเมื่อสิบปีก่อนต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด ภาพความทรงจำสีเทาเลือนรางแวบเข้ามาในหัว—เสียงกระซิบในความมืด กลิ่นอายความตาย และมือปริศนาที่เปื้อนเลือด... มือที่เธอไม่เคยกล้าสำรวจเจ้าของมัน
ก่อนที่รินรดจะได้เอ่ยปากถามเค้นความจริง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดหนึ่งก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอกห้องเก็บของ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่จงใจและเยือกเย็น ราวกับผู้มาเยือนกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง จากนั้นเสียงกุญแจโลหะก็กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งที่รูกุญแจด้านนอก ประตูเหล็กหนาหนักที่ถูกล็อกตายกำลังค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ ในความมืดมิด
ธาวินหุบยิ้มทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจังอย่างผิดหูผิดตา มือหนาคว้าข้อมือเรียวของรินรดากระชับแน่นด้วยแรงที่สื่อความหมายว่า *เงียบ* เขาดึงเธอให้หลบเข้าไปหลังตู้จัดแสดงโบราณขนาดใหญ่ที่อับทึบ พลางเอื้อมมือไปปัดสวิตช์ไฟฉายในมือให้ดับลงสนิท
ความมืดมิดกลืนกินพวกเขาทั้งคู่ ทว่าในความมืดนั้น... ลมหายใจของธาวินที่ปัดป่ายอยู่ใกล้ซอกคอของเธอกลับร้อนรุ่ม และเงาร่างที่กำลังก้าวเข้ามาทางประตูที่เปิดอ้าซ่อมซ่อ ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์... แต่มันคือเงาของใครบางคนคุ้นตา ที่ถือวัตถุโลหะแวววาวอยู่ในมือ
เงาจันทราลี้ลับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 14
กับดักในพิพิธภัณฑ์
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!