นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 15

สัมผัสที่สั่นคลอนใจ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอายความอับชื้นของคลังเก็บวัตถุโบราณใต้ดิน ผสมผสานกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะและฝุ่นผงที่สะสมมานับศตวรรษ ทำให้ทุกครั้งที่สูดหายใจเข้าลึกๆ รินรดาต้องเผลอกลั้นลมหายใจด้วยความอึดอัด แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่องลงมาจากเพดานที่กำลังสั่นไหวเบาๆ หลังแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกเมื่อครู่ ทำให้โครงสร้างเหล็กเก่าแก่ส่งเสียงครั่นครามราวกับกระดูกที่กำลังลั่น "อย่าขยับค่ะ... เสาหลักทางทิศตะวันตกกำลังรับน้ำหนักไม่ไหว ถ้าคุณก้าวไปอีกก้าวเดียว คานไม้สักนั่นจะร่วงลงมาทับไหล่ขวาของคุณพอดี" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของธาวินดังขึ้นท่ามกลางความมืดมัว เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาแทบไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มคว้าเข้าที่ข้อศอกของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดเพื่อให้เธอถอยหลังกลับมายืนในจุดที่ปลอดภัย รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อโครงสร้างที่กำลังพังทลาย แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้จนเกินไป ใกล้จนเธอกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์และกระดาษเก่าที่ปะปนกับกลิ่นฝน—แทบจะกลืนหายไปกับลมหายใจของเธอเอง ดวงตาสีเทาคู่คมของธาวินสะท้อนแสงไฟสีส้มวับวาม เขาไม่ได้ปล่อยมือจากแขนของเธอทันทีที่เธอปลอดภัย แต่กลับใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ผิวเนื้อใต้เสื้อกาวน์แพทย์นิติเวชเบาๆ อย่างเผลอไผล เป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกิน แต่มันกลับสั่นคลอนเกราะป้องกันอันเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตการทำงานได้อย่างน่าประหลาด "คุณกำลังใช้สัญชาตญาณของหมอผ่าศพมาเสี่ยงกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากประวัติศาสตร์นะคะ, แพทย์หญิงรินรดา" ธาวินกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและเจือรอยยิ้มเยาะหยันจางๆ ที่มุมปาก "ที่นี่ไม่ใช่ห้องชันสูตรของคุณ ที่ซึ่งทุกอย่างถูกจำกัดความด้วยรอยกรีดและสารเคมี... ที่นี่มีความลับที่ตายไปพร้อมกับเจ้าของ และพวกมันไม่ชอบให้ใครมาขุดคุ้ย" "ฉันไม่ได้มาขุดคุ้ยประวัติศาสตร์เพื่อความบันเทิงค่ะ ธาวิน" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกจากอก เธอพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้มั่นคงที่สุดขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทานั้น "แต่ฉันกำลังตามหาความจริงของศพที่ถูกส่งมาบนโต๊ะของฉัน... ศพที่มีรอยสลักโบราณแบบเดียวกับสัญลักษณ์บนหีบศพที่อยู่ในความดูแลของคุณ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดานกระทบพื้นปูนดังติ๊ง... ติ๊ง... เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง ธาวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนขึ้น ราวกับเขากกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ฝ่ามือที่เคยจับข้อศอกของเธอเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าผากและปอยผมที่ชื้นเหงื่อของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการกระทำที่อ่อนโยนจนขัดแย้งกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง "คุณดื้อรั้นเกินไป... รินรดา" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรดอยู่ใกล้ริมฝีปากเธอ "ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละที่จะดึงคุณตกลงไปในหลุมพรางที่ผมไม่อาจดึงคุณขึ้นมาได้ทัน" "ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้ฉันตกลงไปสคะ... ดีกว่าต้องยืนอยู่บนความเคลือบแคลงใจที่แสนจะน่าเบื่อนี้" เธอย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ ไม่ยอมถอยหนีแม้ว่าระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่จะเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร เคมีอันตรายที่สะสมมาหลายสัปดาห์ปะทุขึ้นในพื้นที่แคบๆ นี้ แรงดึงดูดระหว่างความมืดมิดของอดีตที่เขาแบกรับ กับความกระหายในความจริงของเธอ หลอมรวมกันจนแทบจะจุดประกายไฟขึ้นกลางอากาศ ธาวินนิ่งงันไป เขามองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาอย่างดื้อรั้น ก่อนที่ประกายในดวงตาสีเทาจะเปลี่ยนเป็นความเข้มข้นที่สั่นระริก มืออีกข้างของเขาเอื้อมมาโอบเอวบางของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ดึงรั้งเข้ามาชิดแนบกายเพื่อหลบเศษปูนที่ร่วงหล่นลงมาจากแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ สัมผัสแนบชิดนั้นทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อแผ่นอกกว้างของเขาแนบสนิทกับตัวเธอ ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า อุณหภูมิในร่างกายของเธอดูดซับความร้อนจากตัวเขาไว้อย่างรวดเร็ว หัวใจสองดวงเต้นกระหน่ำแข่งกับเสียงโครงสร้างอาคารที่ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ ในวินาทีที่ริมฝีปากของชายหนุ่มโน้มต่ำลงมาเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากของเธอ สายตาของรินรดากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินมาจากซอกมุมมืดหลังชั้นวางวัตถุโบราณที่ล้มระเนระนาด มันไม่ใช่เศษปูน... และไม่ใช่โครงกระดูก แต่เป็นรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท หยดเป็นทางยาวอยู่บนพื้นผิวหินอ่อนโบราณ ลากยาวหายเข้าไปในอุโมงค์ระบายอากาศที่ถูกเปิดออก และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดประทับไว้บนผนัง เป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนทับกันสามวง—สัญลักษณ์เดียวกันกับในนิมิตยามค่ำคืนของเธอ และเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่พบในคดีฆาตกรรมทุกคดี รินรดาใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกของธาวินออกเบาๆ แม้ความอาลัยอาวรณ์ในสัมผัสอุ่นจะยังหลงเหลืออยู่ในความรู้สึก แต่สัญชาตญาณนักนิติเวชกลับตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มพิกัด "ธาวิน..." เธอกระซิบ เสียงสั่นพร่าด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขณะชี้ไปยังความมืดเบื้องหน้า "เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน... และคนที่สร้างรอยเลือดนั่น เพิ่งจะเดินจากไปเมื่อไม่กี่วินาทีนี้เองค่ะ" ธาวินหันขวับไปมองตามปลายนิ้วของเธอ แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีด เขาดึงร่างของเธอมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับชักอาวุธมีดพกโบราณออกจากซองหนังที่ข้อเท้าด้วยความรวดเร็ว ทว่า... ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครอีกคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ระบายอากาศลึกเข้าไปข้างใน พร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ชวนให้ขนหัวลุก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%