นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 13

ความขัดแย้งของอุดมการณ์

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงหมุนลูกบิดประตูโลหะฝฝืดเคืองดังขึ้นในความมืด พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับกรอบประตูทันทีที่แสงสลัวจากทางเดินสาดเข้ามา รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะชันสูตร มือเรียวที่สวมถุงมือยางกระชับเข้าหากันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชกรีดร้องเตือนภัย แต่สิ่งที่ตรึงเธอไว้ไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อผู้มาเยือน หากแต่เป็นกลิ่นจาง ๆ ของสนิมเหล็กและดินชื้นที่ลอยมากับสายลม ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกับวัตถุโบราณชิ้นเอกในคดีฆาตกรรม "คุณคิดว่าจะปิดบังความจริงด้วยการตัดไฟหรือคะ, คุณธาวิน" รินรดากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่ากังวานก้องในห้องที่ไร้แสงสว่าง ร่างสูงของชายหนุ่มก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา ดวงตาสีเทาภายใต้ความมืดคู่นั้นสะท้อนประกายวับวาวราวกับสัตว์นักล่าในยามวิกาล เขาไม่ได้พกพาไฟฉายหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่างใด ๆ ราวกับความมืดมิดคือบ้านหลังที่สองของเขา ธาวินหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะชันสูตรเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอจนน่าขนลุก "วิทยาศาสตร์สอนให้คุณเชื่อเฉพาะสิ่งที่ตาเห็นและเครื่องมือวัดได้... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงรอยยิ้มเยาะหยันที่เธอสัมผัสได้แม้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดเจน "แต่บางความจริงก็เก่าแก่เกินกว่าที่เครื่องมือวัดค่า pH หรือกล้องจุลทรรศน์ของคุณจะเอื้อมถึง" "ฉันเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ค่ะ, ไม่ใช่คำเพ้อเจ้อจากตำนานพื้นบ้านที่คุณยกมาอ้างเพื่อบิดเบือนรูปคดี" เธอโต้กลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องมองไปยังเงาร่างนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "รอยกรีดบนกระดูกซี่โครงที่สามของเหยื่อ ไม่ได้เกิดจากคำสาปของเทพเจ้าโบราณ แต่มันเกิดจากใบมีดสำริดที่มีองศาการตัดเฉือนเฉพาะตัว ซึ่งตรงกับประแจโบราณในล็อกเกอร์ของคุณอย่างไรล่ะคะ" ธาวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอีกหลายองศา เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรมากขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาได้กลิ่นโคโลญจ์ผสมกลิ่นอายความเก่าแก่จาง ๆ จากตัวเขา "คุณช่างมั่นใจในตรรกะอันคับแคบของโลกยุคใหม่เสียจริง..." ธาวินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย แสงสลัวจากภายนอกขับให้โครงหน้าคมคายและดวงตาสีเทาคู่นั้นดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณที่เต็มไปด้วยปริศนา "คุณคิดว่ากฎหมายและห้องแล็บของคุณให้คำตอบได้ทุกอย่างกระนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น... อธิบายความฝันของคุณสิ รินรดา อธิบายภาพที่คุณเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังเวยบนแท่นหินในคืนจันทร์ดับ... ภาพที่คุณไม่เคยบอกใคร แม้แต่ตัวคุณเอง" หัวใจของแพทย์สาวกระตุกวูบอย่างแรง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ข้อมูลความฝันที่เธอเก็บงำไว้เป็นความลับสูงสุด ถูกชายแปลกหน้าคนนี้ล่วงรู้ได้อย่างไร? เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวเมื่อเอ่ยตอบ "มันเป็นแค่... อาการเหนื่อยล้าทางจิตวิทยาค่ะ นักนิติเวชทุกคนย่อมเผชิญกับภาพหลอนจากความเครียด..." "อย่าโกหกตัวเองเลยครับ... เอ่อ, ค่ะ" ธาวินแก้คำพูดตนเองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์ "คุณรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ใช่ความเครียด แต่มันคือสายใยที่เชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน... คุณกับผมต่างหากที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของคดีนี้" รินรดาขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเมื่อเขายื่นมือมาใกล้ แต่อาการลังเลเพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็ทำให้เธอตกเป็นรอง ธาวินไม่ได้แตะต้องตัวเธอ เขากลับเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารคดีฆาตกรรมที่วางอยู่บนขอบโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดด้วยมือเพียงข้างเดียว ท่าทางของเขาเยือกเย็นและทรงอำนาจจนเธอรู้สึกราวกับตกเป็นเบี้ยในเกมที่เขาเป็นผู้กำหนด "คุณหลับตาแล้วเห็นเลือด... แต่คุณเลือกที่จะเชื่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าหัวใจตัวเอง" ธาวินกระซิบชิดริมหูของเธอในระยะประชิด เสียงของเขาแหบพร่าและมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน "บางที... เราควรพิสูจน์กันให้เห็น ภายใต้แสงจันทร์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ในห้องแล็บที่เย็นชาแห่งนี้" ทันทีที่พูดจบ ธาวินก็เอื้อมมือไปผลักบานหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ปิดทึบออกสู่ระเบียงด้านนอก ลมยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาอย่างแรงจนกระดาษบนโต๊ะปลิวว่อน แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องลงมากลางห้องชันสูตร อาบไล้ร่างของทั้งคู่ให้จมอยู่ในบรรยากาศที่ดาร์กและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธและความเย้ายวนตีรวนกันอยู่ในอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาสีเทาคู่นั้นตรง ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณคิดว่าฉันจะคล้อยตามเกมจิตวิทยาของคุณล่ะก็... คุณคิดผิดค่ะ, ธาวิน" เธอประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามมั่นคงที่สุด ธาวินยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาสีเทาพราวระยับด้วยความถูกใจ เขาเอื้อมมือมาแตะข้อมือของเธอเบื้องล่าง แผ่วเบาราวกับขนนกแต่กลับตรึงเธอไว้แน่นสนิทราวกับพันธนาการเหล็กกล้า "งั้นเรามาลองดูว่า... ระหว่างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของคุณ กับความทรงจำที่สาบสูญของผม สิ่งไหนกันแน่ที่จะพังทลายลงก่อน" ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากโต้เถียง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหม่ก็ดังขึ้นจากประตูด้านนอก—ไม่ใช่ฝีเท้าเดียวกับที่เดินเข้ามาเมื่อครู่ แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าของคนหลายคน และเสียงเคาะประตูที่ดังรัวระรัวพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกจากผู้ช่วยแพทย์ "คุณรินรดาคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ผลตรวจ DNA จากวัตถุพยานชิ้นใหม่ที่เพิ่งส่งมาถึง... มันตรงกับดีเอ็นเอของคนที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามร้อยปีก่อนค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — **เงาจันทราลี้ลับ**
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%