กลิ่นฟอร์มาลีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องเก็บรักษาวัตถุพยานยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบกับแฟ้มคดีเก่าสีเหลืองกรอบจนขึ้นเงสะท้อน รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงพลิกกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างเชื่องช้า แต่สายตากลับไม่1ได้กวาดอ่านตัวอักษรรายงานการชันสูตรเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สมาธิของเธอถูกดึงดูดไว้ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด และเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังม่านกระจกฝ้าของห้องแล็บ
“คุณใช้เวลากับศพในอดีตมากเกินไปแล้วนะคะ แพทย์หญิงรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านช่องว่างของบานประตูกระจกที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย ธาวินก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบราวกับแมวป่า ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มกลกลืนไปกับบรรยากาศมืดสลัวของห้องเก็บวัตถุพยาน ดวงตาสีเทาคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยประกายที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความเย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นเคย แต่มีความหมายบางอย่างซ่อนเร้นอยู่—บางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างไม่ควรจะเป็น
รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้ารูปไข่นิ่งสนิท แววตาของเธอยังคงรักษากำแพงแห่งความเป็นมืออาชีพไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าภายในอกจะรู้สึกราวกับมีฝูงผีเสื้อบินวนอย่างปั่นป่วนก็ตาม
“ถ้าฉันไม่ใช้เวลาศึกษาอดีต เราก็คงไม่มีวันรู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงในปัจจุบันหรอกค่ะ คุณธาวิน” เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงนัยยะเฉียบคม “ศพทุกศพมีความลับ และหน้าที่ของฉันคือการบังคับให้พวกเขาคายความลับนั้นออกมา... ต่อให้มันจะต้องขุดคุ้ยลงไปลึกแค่ไหนก็ตาม”
ธาวินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เขายกมือขึ้นประสานกันไว้ที่หน้าอก สายตาสีเทาสลัวมองตรงมาที่ดวงตาของเธอราวกับจะค้นทะลุผ่านม่านเปลือกตาเข้าไปถึงความคิดในหัว
“บางครั้ง... การขุดคุ้ยอดีตไม่ได้ทำให้เราพบความจริงเสมอไปหรอกนะคะหมอ” เขากล่าวเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “บางครั้ง มันอาจจะพาเราไปพบกับสิ่งที่เราไม่ควรจะรู้... หรือใครบางคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่วาร์ปของกาลเวลาเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว”
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงฉับพลัน รินรดาสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ความหมายแฝงในคำพูดของเขาจะเสียดแทงเข้าไปถึงโสตประสาท เธอกลับเลือกที่จะใช้ความเงียบงันเป็นการตอบโต้ ก่อนจะผินหน้ากลับไปยังกองเอกสารตรงหน้า แล้วดันกล่องไม้โบราณที่เพิ่งถูกส่งมาจากห้องจัดเก็บวัตถุโบราณของพิพิธภัณฑ์ไปตรงหน้าเขา
“ไหน ๆ คุณก็มาที่นี่แล้ว ช่วยอธิบายสิ่งนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิคะ” รินรดาผายมือไปยังกล่องไม้สักแกะสลักลวดลายศิลปะแบบอาร์ตนูโว ซึ่งภายในบรรจุสิ่งของส่วนตัวของผู้เสียชีวิตจากคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อปี 1920 ที่ถูกดองเค็มไว้ในแฟ้มคดีลึกลับ “ในฐานะที่คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ คุณน่าจะคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้ดี”
ธาวินก้มมองกล่องไม้นั้น แววตาไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อน ๆ วิ่งผ่านกลางอากาศ เขายื่นมือออกไป หยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่กระดาษภายในเหลืองกรอบขึ้นมาพลิกดูอย่างระมัดระวัง กลิ่นอายของความเก่าแก่และฝุ่นผงแห่งกาลเวลาคละคลุ้งขึ้นมาทันทีที่หน้ากระดาษถูกเปิดออก
“สมุดบันทึกเล่มนี้บันทึกเรื่องราวของคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลเวลส์เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1920” รินรดากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอมุ่งมั่นจริงจัง ถอดคราบแพทย์นิติเวชผู้เย็นชาออกมาเต็มขั้น “เหยื่อถูกพบในสภาพที่ถูกกรีดรอยแผลเป็นรูปสัญลักษณ์ดาราศาสตร์โบราณบนหน้าอก—เช่นเดียวกับเหยื่อสามรายล่าสุดที่เราเพิ่งชันสูตรไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่มีผิดเพี้ยน”
ธาวินยังคงเงียบ เขานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วเรียวยาวสัมผัสกรอบกระดาษแผ่นสุดท้ายของสมุดบันทึกอย่างแผ่วเบา รินรดาลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มอย่างใกล้ชิด ทุกย่างก้าว ทุกการหายใจ และทุกความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเขาถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเธอจนหมดสิ้น
“และนี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับมาสามคืนติดต่อกันแล้วค่ะ”
รินรดาเอื้อมมือไปหยิบภาพถ่ายขาวดำเก่าคร่ำครึแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ก้นกล่องออกมา เธอวางมันลงบนโต๊ะเหล็กสเตนเลสอย่างนุ่มนวล ภาพถ่ายใบนั้นบันทึกภาพกลุ่มคนในชุดสูทและชุดกระโปรงยาวลากพื้นยุค 1920 ยืนเรียงแถวอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ทว่าความสนใจของเธอไม่ได้อยู่ที่บรรยากาศโดยรวม
นิ้วเรียวของเธอเคาะเบา ๆ ที่มุมขวาของภาพ—จุดที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนพิงเสาระเบียงด้วยท่าทางสบาย ๆ ใบหน้าของเขาคมคาย ดวงตาคมปلاลลึก และโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบจนน่าประหลาดใจ
ภาพถ่ายของชายคนนั้น... มีหน้าตาถอดพิมพ์เดียวกันกับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้—ธาวิน
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดินบนผนังหรือเสียงลมหายใจแผ่วเบาของกันและกัน ธาวินไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองภาพถ่ายใบนั้นด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ลึกลับ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความลับที่ดำมืดเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะจินตนาการได้
“คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรดีคะ... ธาวิน?”
รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก สายตาของเธอกวาดมองใบหน้าของเขาและภาพถ่ายในอดีตสลับไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขณะที่ธาวินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากลับมา ดวงตาสีเทาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
“บางทีนะคะหมอ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกลดังลอดริมฝีปากของเขา “บางทีฉันอาจจะไม่ได้มาจากอนาคต... แต่อาจเป็นคุณต่างหาก ที่หลงทางอยู่ในอดีตของฉันมาโดยตลอด”
ทันใดนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องก็กะพริบวูบวาบสองครั้งก่อนจะดับสนิทลง ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องเก็บวัตถุพยานในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงฝีเท้าปริศนาที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—ฝีเท้าที่เดินตรงมายังประตูห้องนี้อย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง... และเสียงบิดลูกบิดประตูก็เริ่มหมุนช้า ๆ จากทางด้านนอก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกันนะคะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 12
กลิ่นอายของอดีต
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!