กลิ่นอับชื้นของดินชุ่มฝนและคาวเลือดจางๆ ราวกับลอยวนอยู่ปลายจมูก แม้รินรดาจะลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องนอนสีโมโนโครม แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากถนนด้านนอกลอดผ่านม่านทึบแสง ทอดเงายาวเป็นลอนคลื่นราวกับซี่กรงขังบนผนังห้อง ลมหายใจของเธอยังคงหอบกระชั้น ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาจากหุบเหวแห่งความมืด
ความฝันนั้น... มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่อาการประสาทหลอนจากการทำงานหนักติดต่อกันสามสิบหั่วโมง
รินรดายกมือขึ้นสัมผัสลำคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว ผิวเนื้อบริเวณนั้นยังคงร้อนผ่าวและปวดแปลบ ราวกับความรู้สึกยามที่เรียวนี้วนิ้วกดทับลงบนชีพจรในพิธีกรรมโบราณเมื่อครู่ยังคงฝังแน่น ในความฝัน เธอยืนอยู่ท่ามกลางเสาหินศิลาแลงโบราณที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเลือด กลิ่นธูปผสมยางไม้สนพวยพุ่งจนแสบจมูก เสียงสวดพึมพำภาษาโบราณที่เธอไม่เข้าใจดังสะท้อนก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ร่างไร้วิญญาณบนแท่นหินนั้น มีรอยกรีดรูปดอกบัวสัตตบงกชบนแผ่นอก ซึ่งเป็นร่องรอยเอกลักษณ์เดียวกันกับศพปริศนาบนโต๊ะผ่าพิสูจน์ของเธอในคดีล่าสุด
"มันไม่ใช่แค่ฝัน... แต่มันคือความทรงจำ"
เสียงกระซิบแหบพร่าลอยเข้ามาในโสตประสาท ราวกับมีใครบางคนกำลังกระซิบอยู่ข้างใบหูในความมืด รินรดาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองความว่างเปล่าข้างเตียง มือเรียวควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงเพื่อดูเวลา หน้าจอสว่างวาบขึ้นแสดงเวลาตีสามสิบสี่นาที แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง ไม่ใช่เวลาดึกสงัด... แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*[คุณมี 1 ข้อความใหม่ จาก: ธาวิน]*
แพทย์นิติเวชสาวขมวดคิ้วแน่น ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง นิ้วเรียวที่ยังคงสั่นเทาจากการตื่นนอนกดเปิดข้อความนั้นอย่างช้าๆ
*[ความฝันของแพทย์หญิงมักแม่นยำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมันถูกชำระด้วยเลือด... คุณเห็นรอยแผลนั่นชัดเจนไหมครับ รินรดา]*
ให้ตายสิ... เขาKINDS รู้ได้อย่างไร? เธอยังไม่เคยเล่ารายละเอียดเรื่องรอยแผลรูปดอกบัวบนศพให้ใครฟังแม้แต่สารวัตรท้องที่รับMคดีด้วยซ้ำ ยกเว้นรายงานภายในที่ยังไม่ได้เผยแพร่!
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่ทัน ความรู้สึกหวาดระแวงผสมผสานกับความโกรธแล่นพล่านขึ้นมาในอก ผู้ชายคนนี้... ธาวิน—นักอนุรักษ์วัตถุโบราณนัยน์ตาสีเทาผู้ลึกลับคนนั้น ไม่ใช่แค่พยานปากเอกหรือผู้มีความรู้เกี่ยวกับโบราณคดีธรรมดา เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาบางอย่างกับเธอ เกมที่อันตรายและพร้อมจะดึงเธอดำดิ่งลงไปในความวิกลจริต
เช้าวันต่อมา ห้องผ่าพิสูจน์ศพแห่งสถาบันนิติเวชอบ1อวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและไอความเย็นจัด รินรดายืนอยู่หน้าโต๊ะสแตนเลส ดวงตาสีเข้มภายใต้แว่นกรอบบางจ้องมองร่างไร้ชีวิตของเหยื่อสาวบนเตียงอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยแผลที่ถูกกรีดด้วยของมีคมอย่างประณีตบนหน้าอกยังคงทิ้งปริศนาไว้เช่นเดิม ทว่าวันนี้... ทุกครั้งที่เธอใช้คีมแตะลงบนขอบแผล ภาพในความฝันเมื่อคืนก็จะย้อนกลับมาซ้อนทับราวกับภาพหลอน
"คุณหมอครับ มีคนขอพบข้างนอกครับ เขาบอกว่ามีหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับคดีนี้ที่ท่าน ผอ. ส่งมาให้โดยตรง" เจ้าหน้าที่เวรเปลเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง
รินรดายืดตัวขึ้น ถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกอย่างใจเย็น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดถูกส่งผ่านริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง "บอกเขาว่าฉันไม่ว่าง ถ้าไม่ใช่หมายศาลหรือหลักฐานจากกองปราบ ก็ให้กลับไปซะ"
"แต่... เขาบอกว่าคุณหมอต้องอยากเจอเขาแน่ๆ ครับ เขาบอกว่าชื่อ 'ธาวิน'"
ชื่อนั้นทำให้อากาศรอบตัวรินรดาราวกับลดต่ำลงไปอีกหลายองศา เธอนิ่งงัดไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าสั้นๆ "ให้เขารอที่ห้องรับรองพิเศษ... ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
ห้องรับรองพิเศษเงียบสงบและเย็นเยียบไม่ต่างจากห้องผ่าศพ ธาวินยืนหันหลังให้อยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดยามสายที่สาดส่องผ่านกระจกฝ้าขับเน้นให้เงาร่างของเขาสูงสง่าและน่าเกรงขาม เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่าน
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ธาวินค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาสีเทาคู่คมคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ ราวกับมองทะลุผ่านเสื้อกาวน์สีขาวและเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจที่กำลังสั่นคลอน
"ดูเหมือนคุณจะนอนไม่ค่อยพอมะคืนนี้นะครับ, คุณหมอ" ธาวินเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเจือรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
รินรดาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ปิดประตูกระแทกเบาๆ เพื่อกักขังเสียงรอบข้างไว้ ปิดกั้นโลกภายนอกเหลือเพียงเธอกับเขา "คุณรู้เรื่องความฝันของฉันได้ยังไง, ธาวิน" เธอไม่อ้อมค้อม สายตาสีเข้มจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณแอบสะกดรอยตามฉัน หรือคุณมีกล้องวงจรปิดติดไว้ในห้องนอนฉันกันแน่?"
ธาวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่ในแบบที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลัง จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยเข้ามารุกزพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
"ผมไม่มีความจำเป็นต้องทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกครับ..." ธาวินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาสีเทาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าซีดเซียวของเธออย่างลึกซึ้ง "แต่ที่เราฝันถึงเรื่องเดียวกัน... นั่นเป็นเพราะเลือดในกายของคุณกำลังจดจำสิ่งที่บรรพบุรุษของคุณพยายามลืมต่างหาก"
"คุณพูดเรื่องบ้าอะไร..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอกด้วยความหวาดกลัวที่ถูกจี้ใจดำ "เลิกเล่นลิ้นแล้วเอาหลักฐานที่คุณอ้างว่ามีออกมาซะ! ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ. เชิญคุณออกไป"
ธาวินไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่ของเธอ เขายื่นมือหนาออกมา ช้าๆ ราวกับให้เวลาเธอปฏิเสธ แต่มือของเขากลับไม่ได้หยิบแฟ้มเอกสารใดๆ ออกมา... เขากลับยื่นกระดาษแผ่นเล็กพับครึ่งที่เปื้อนคราบหมึกจางๆ ส่งให้เธอ
รินรดาก้มมองกระดาษแผ่นนั้น มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะรับมันมาคลี่ออก
ภาพร่างด้วยมือบนกระดาษเก่าคร่ำคร่า... มันคือแผนผังของ 'แท่นบูชาโบราณ' ที่มีรอยสลักรูปดอกบัวสัตตบงกชตรงกลาง และที่มุมกระดาษ มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทว่า: *'เมื่อเลือดล้างเลือด วงจรอุบาทว์จะเริ่มต้นอีกครั้ง'*
"นี่มัน... อะไร..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับเขา ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ธาวินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะชิดกับใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ สะท้อนเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดับวูบลงในพริบตา
**"มันคือแผนผังของห้องใต้ดิน... ใต้บ้านพักของคุณเองครับ รินรดา"**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 5
ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!