กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอบอวลผสมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้องผ่าศพใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนบนพื้นกระเบื้องเคลือบจนแสบตา ทว่าบรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการนิติเวชยามวิกาลนี้กลับเงียบงันราวกับหลุมศพ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องสกัดสารพันธุกรรมรุ่นล่าสุดที่กำลังทำงานแข่งกับเวลา
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางสีขา2ข้างหยุดชะงักลงครู่ใหญ่ ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ผลลัพธ์บนจอแสดงกราฟพันธุกรรม (DNA Electropherogram) ที่ปรากฏขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่สิ่งที่แพทย์นิติเวชผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าทศวรรษอย่างเธอจะยอมรับได้ง่ายๆ
มันไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องมือ
เธอทวนซ้ำกระบวนการสกัด DNA จากเนื้อเยื่อกระดูกของศพปริศนาคดีล่าสุดถึงสามรอบ ตั้งแต่การสกัด การเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR ไปจนถึงการวิเคราะห์ลำดับเบส ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงเดิม...
แถบสัญญาณพันธุกรรมบนหน้าจอไม่ได้แสดงรหัสของ *Homo sapiens* แบบมนุษย์ปัจจุบัน
"เป็นไปได้อย่างไร..." พึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเธอดังก้องสะท้อนผนังห้องปูนเปลือย เย็นชาและโดดเดี่ยว
แผ่นกระดูกชิ้นนั้นถูกเก็บมาจากซากศพไร้ญาติที่ถูกพบในเขตโบราณสถานลึก ร่างนั้นไม่มีร่องรอยการถูกทำรุนแรง ไม่มีบาดแผลภายนอก ทว่าสภาพโครงกระดูกกลับมีความหนาแน่นผิดปกติ และโครงสร้างกะโหลกศีรษะมีสัดส่วนที่เหลื่อmล้ำกับสรีรวิทยาของมนุษย์ยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความสงสัยระคนหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจ เมื่อเธอนึกถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของชายผู้มีดวงตาสีเทาคนนั้น
*“คุณกำลังมองหาความจริงในสถานที่ที่ไม่หลงเหลือความจริงอยู่เลย คุณหมอ”*
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอกขัดจังหวะความคิดของเธอ รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ประตูห้องชันสูตรเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของธาวิน เขายืนอยู่ตรงกรอบประตู สวมเสื้อโค้ชสีเข้มรับกับความหนบหนาวของห้องใต้ดิน ดวงตาสีเทาคู่นั้นกวาดมองสภาพแวดล้อมก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดของเธอ ราวกับอ่านทุกความคิดที่วิ่งวนอยู่ในหัวเธอออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
"ดูเหมือนว่าคุณจะพบสิ่งที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไม่กล้าแม้แต่จะจดบันทึกแล้วสินะครับ... อ้อ ขออภัย ความคุ้นชินทำให้ผมเผลอใช้คำพูดติดปาก" ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกที่เจือรอยยิ้มจางๆ บนมุมปาก ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและคมปลาบ
รินรดาหันขวับ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจที่ถูกอีกฝ่ายจับไต๋ได้ เธอดึงถุงมือยางออกโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้าวเท้าเข้าประชิดชายหนุ่มด้วยระยะห่างที่อันตราย
"คุณรู้อะไรกันแน่ ธาวิน" เสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "ผลตรวจ DNA จากชิ้นเนื้อกระดูกศพรายนี้... มันไม่ตรงกับมนุษย์สายพันธุ์ไหนในฐานข้อมูลสากลเลย มันมีความแตกต่างในระดับโครโมโซมที่แม้แต่สปีชีส์ใกล้เคียงอย่างนีแอนเดอร์ทัลก็เทียบไม่ได้ คุณเป็นคนพาฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ คุณต้องอธิบาย"
ธาวินไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาได้กลิ่นอายจางๆ ของสนโบราณและฝนแรกจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด
"บางความจริง... คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านประจักษ์พยานอย่างคุณ อาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับฟัง" ธาวินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขานุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามวิกาล "เพราะสิ่งที่คุณกำลังถือครองอยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของคดีฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า... สิ่งที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์หน้าแรกของมนุษยชาติ กำลังตื่นขึ้นมาทวงถามลมหายใจ"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธและตื่นตระหนกปะปนกัน เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "เลิกพูดจาเป็นปริศนาเสียที ฉันคือนิติเวช ฉันเชื่อในหลักฐาน ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อปรัมปรา!"
"ถ้าเช่นนั้น..." ธาวินผละตัวออกช้าๆ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขายื่นมือถือเครื่องหนึ่งมาวางบนโต๊ะสแตนเลสข้างตัวเธอ หน้าจอแสดงภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องเก็บวัตถุโบราณของพิพิธภัณฑ์เมื่อสามปีก่อน ภาพนั้นเบลอและมืดสลัว แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างจนแทบไม่เชื่อสายตา คือเงาสะท้อนในกระจกของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตในคดีแรกสุด—เงามืดที่มีโครงสร้างร่างสูงยาวและกรงเล็บผิดมนุษย์ ซึ่งกำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของร่างไร้วิญญาณ
"ลองพลิกดูแฟ้มประวัติคดีของศพที่คุณกำลังผ่าตัดอยู่ตอนนี้ให้ดีๆ อีกครั้งสิครับ คุณหมอ... โดยเฉพาะหน้าสุดท้ายที่ถูกฉีกออกไปครึ่งหนึ่ง"
ธาวินพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปทางประตูอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้รินรดายืนแข็งค้างอยู่กลางห้องสว่างจ้า
ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย รินรดากวาดสายตามองไปที่แฟ้มคดีบนโต๊ะ เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดอย่างรวดเร็ว พลิกไปยังหน้าสุดท้ายที่ถูกเย็บแม็กไว้อย่างลวกๆ และเมื่อสายตาคู่คมกวาดผ่านลายมือบันทึกของแพทย์นิติเวชรุ่นก่อนที่เคยตรวจศพนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน...
เลือดในกายเธอก็เย็นเฉียบลงฉับพลัน
บรรทัดสุดท้ายของบันทึกระบุชื่อผู้ตายไว้อย่างชัดเจน—ชื่อของ **"รินรดา"** พร้อมด้วยลายเซ็นรับรองการตายที่ถูกเซ็นด้วยปากกาหมึกซึมสีดำสนิท ซึ่งเป็นลายมือเดียวกันกับลายเซ็นที่เธอใช้จรดลงบนเอกสารราชการทุกฉบับในปัจจุบัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 4
หลักฐานที่ปฏิเสธความจริง
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!