กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บวัตถุโบราณใต้ดินของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงกระทบกับโครงกระดูกสัตว์โบราณและหีบไม้สักทองที่ปิดตายมานานนับศตวรรษ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกนิรภัย ปลายเรียวนิ้วสวมถุงมือยางสีขาวยกขึ้นแตะกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่สายตาคู่คมกริบกวาดมองเครื่องมือสำริดที่เปื้อนคราบไคลสีเขียวหยก ซึ่งถูกยึดมาเป็นของกลางในคดีฆาตกรรมอำพรางล่าสุด—คดีที่รูปแบบการลงมือประณีตและไร้ร่องรอยเสียจนเธอนึกถึงพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าโบราณ
"คุณกำลังมองหาหลักฐานทางนิติเวช หรือกำลังค้นหาเงาของตัวเองในอดีตกันแน่คะ แพทย์หญิงรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นวางคัมภีร์ใบลาน ทำให้ร่างบางสะفัดตัวหันขวับ สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านศพมานับร้อยเตือนให้ถอยหลังหนึ่งก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับตู้กระจกเย็นเยียบโดยไม่ตั้งตัว
ที่ตรงนั้น... ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติกำลังก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสลัวขับเน้นให้เห็นกรอบหน้าคมคายและสันจมูกโด่งคม แต่วินาทีที่ดวงตาสีเทาคู่นั้นสบเข้ากับดวงตาของเธอ รินรดากลับรู้สึกคล้ายกับถูกดึงรั้งลงไปในหลุมดำไร้ก้นบึง ดวงตาสีเทาที่ว่างเปล่าราวกับคนตาย แต่กลับแฝงประกายความลับอันดำมืดและท้าทาย
ธาวิน
ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที แม้พวกเขาจะไม่เคยพบกันมาก่อนอย่างเป็นทางการ แต่น้ำเสียงนิ่งสนิทและรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น ตรงกับข้อมูลในแฟ้มลับของกรมตำรวจไม่ผิดเพี้ยน—นักอนุรักษ์วัตถุโบราณผู้เป็นปริศนา และเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่ตำรวจยังไม่มีหลักฐานมัดตัว
รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยือกเย็น และไร้ความรู้สึกตามวิสัยแพทย์นิติเวชมืออาชีพ เธอยืดตัวตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างเกราะกำบังทางจิตวิทยา
"ฉันมาทำหน้าที่ของแพทย์นิติเวชค่ะ คุณธาวิน... ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ และแน่นอนว่าฉันไม่ได้มาเพื่อตามหาเงาของใคร" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อค้นหาความจริง
ธาวินกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้น เขาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์และฝนตกบนดิน กลิ่นอายโบราณที่ชวนให้วิงเวียน
"น่าเสียดายนะคะ..." ธาวินทวนคำพูดของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาว "เพราะบางที... ศพที่คุณผ่าตัดเมื่อคืน อาจจะไม่ได้เสียชีวิตด้วยฝีมือของมนุษย์ยุคนี้จริงๆ ก็ได้"
รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที หัวใจเต้นกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง *เขารู้ได้อย่างไร?* เรื่องบาดแผลฉีกขาดรูปทรงเรขาคณิตบนร่างเหยื่อ เป็นความลับสุดยอดในห้องผ่าตัด นอกเหนือจากเธอและทีมสืบสวนแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้แต่คนเดียว
"คุณพูดเรื่องอะไรคะ?" รินรดายังคงรักษาความนิ่งไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ฝ่ามือภายใต้ถุงมือยางจะเริ่มชื้นเหงือก "อย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยคำพูดชวนขนลุกเลยค่ะ มันไม่ได้ช่วยให้คุณพ้นจากข้อสงสัยในคดีนี้หรอกนะ"
ธาวินไม่ตอบทันที เขายื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนี้วสัมผัสกระจกตู้จัดแสดงห่างจากรินรดาเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเทาจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังอ่านตัวหนังสือที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่นั้น
"คุณฝันถึงมันใช่ไหมคะ รินรดา..." เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของภูตผีในยามวิกาล "ฝันถึงกลิ่นควันธูป กลิ่นเลือดที่คั่งค้าง และเสียงสวดภาษาโบราณที่คุณไม่เคยเข้าใจ... แต่ร่างกายของคุณกลับจำมันได้แม่นยำ"
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รินรดารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความลับดำมืดที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ก้นบึ้งของจิตใจ และไม่เคยปริปากบอกใคร แม้กระทั่งจิตแพทย์ประจำตัว กลับถูกผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เปิดโปงออกมาอย่างง่ายดายด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่ประคำ
เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสคาวเลือด ความหวาดกลัวผสมผสานกับความโกรธแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดายกมือขึ้นตั้งท่าจะผลักอกเขาออกไปเพื่อรักษาระยะห่าง
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนเนื้อผ้าสูทราคาแพง ธาวินกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นและมั่นคงราวกับเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหลุดพ้น
"ปล่อยฉันนะคะ!" เธอตuาดเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง
ธาวินไม่ยอมปล่อย เขากลับดึงข้อมือเธอให้ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนหน้าอกของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ และในจังหวะนั้นเอง ธาวินก็โน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนหัวลุกชัน
"อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธความจริงเลยค่ะคุณหมอ..." ธาวินเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ราpกับยมทูตประกาศิต
"เพราะถ้าคุณหันไปมองในกระจกตอนนี้... คุณจะพบว่า นอกจากตัวฉันแล้ว... คุณเองก็เป็นคนไม่มีเงาเช่นกัน"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอรีบหันขวับกลับไปมองเงาสะท้อนในตู้กระจกเบื้องหน้า และภาพที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น... ทำเอาลมหายใจของเธอขาดห้วงไปทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
**"เงาจันทราลี้ลับ"**
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 3
ชายผู้ไม่มีเงาในกระจก
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!