กลิ่นไอความเย็นยะเยือกของฟอร์มาลีนและไอความตายที่ลอยวนอยู่ในห้องชันสูตร ไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับภาพตรงหน้า—รินรดาแทบไม่หายใจ ขณะที่ร่างอันไร้ชีวิตของเหยื่อคดีฆาตกรรมปริศนาในห้องเย็นหมายเลขสามกำลังบิดเกร็งกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ ราวกับเครื่องจักรกลเก่าแก่ที่ถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู แพทย์ฝึกหัดหนุ่มหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาชี้ไปที่ร่างบนเตียงเหล็กสแตนเลส
"คุณหมอรินรดา... ผมไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมครับ... เอ่อ... ดิฉันหมายถึง... คุณหมอเห็นเหมือนที่ผมเห็นใช่ไหมคะ!" เด็กหนุ่มละล่ำละลักแก้ไขสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมกริบที่นิ่งสงบจนน่ากลัวของแพทย์นิติเวชสาว
รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวรากับกลองเพล เธอก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นทีละน้อย รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องกระเบื้องยางเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ทุกรายละเอียด ร่างกายที่ควรจะแข็งทื่อตามสภาพความตาย (Rigor Mortis) กลับคลายตัวลง เส้นเอ็นที่ตึงเครียดขยับเขยื้อนอย่างผิดธรรมชาติ และที่น่าขนลุกที่สุดคือรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณบนหน้าอกของศพ... มันกำลังเปล่งแสงเรืองรองจางๆ สีแดงอมม่วงใต้ผิวหนัง
"เตรียมชุดเครื่องมือผ่าตัดด่วนค่ะ" เสียงหวานนิ่งสนิทแต่ทรงอำนาจสั่งการเฉียบขาด "แล้วออกไปรอข้างนอก อย่าให้ใครเข้ามาจนกว่าฉันจะเรียก"
"แต่... แต่นั่นมันศพนะครับ... เอ๊ย! ศพนะคะคุณหมอ!"
"ฉันบอกให้ออกไป!" รินรดาตวาดเสียงต่ำแต่เฉียบคมพอจะทำให้เด็กหนุ่มถอยหลังกรูดและปิดประตูห้องลงอย่างรวดเร็ว
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ ไสยศาสตร์ หรือวิญญาณ อาชีพนิติเวชสอนให้เธอเชื่อมั่นเฉพาะหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า... โครงสร้างทางชีววิทยาแบบใดกันที่ทำให้ศพตายมาแล้วสามวันฟื้นคืนกล้ามเนื้อได้เอง?
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูด้านหลังห้องชันสูตรซึ่งเชื่อมต่อกับทางเดินลับของอาคารเก่าแก่ดังขึ้นเบาๆ รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าใครคือผู้มาเยือน กลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์นั้นมีเพียงคนเดียว
ธาวินก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในห้อง ดวงตาสีเทาคู่ว่างเปล่าคู่นั้นกวาดมองร่างบนเตียงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ไม่มีร่องรอยความตกใจ ไม่มีแม้แต่ความแปลกใจ ราวกับว่าเขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่ามันจะต้องเกิดขึ้น
"คุณมาทำอะไรที่นี่อีก ธาวิน" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากศพ น้ำเสียงของเธอเจือปนความระแวงอย่างไม่ปิดบัง "นี่คือพื้นที่ควบคุมพิเศษ ห้ามคนนอกเข้า"
"คนนอก?" ธาวินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยขณะก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายของเขาลอยวนอยู่ใกล้ปลายจมูกของเธอ "คุณหมอรินรดา... คนที่กำลังยืนมองปาฏิหาริย์แห่งความตายด้วยความหวาดกลัวลึกๆ อย่างคุณ ยังกล้าเรียกผมว่าคนนอกอยู่อีกหรือครับ... อ๊ะ... ขออภัย ฉันติดปากพูดผิดไปหน่อย... ฉันหมายถึง *นะคะ*" เขาจงใจเน้นเสียงคำลงท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้
รินรดาหันขวับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีเทาและดวงตาสีเข้มปะทะกันกลางอากาศ เกิดประกายไฟแห่งความทิฐิและแรงดึงดูดอันตรายที่พวกเขาต่างพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากมืออาชีพ
"คุณรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้" เธอคาดคั้น ก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นอกของเขาแทบจะชิดกับเสื้อกาวน์ของเธอ "รอยแผลอักขระพวกนั้น... สารเคมีชนิดไหนที่พวกคุณใช้ฉีดเข้าร่างกายผู้ตายเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทที่ตายไปแล้วให้ขยับได้ บอกฉันมา!"
ธาวินโน้มใบหน้าลงมาหาเธอเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความมืดมนในดวงตาสีเทาคู่นั้นลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง มือเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมออกไป ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงที่ขอบเตียงเหล็ก ห่างจากมือของรินรดาเพียงคืบเดียว
"คุณกำลังมองหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้กับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง รินรดา" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและชวนขนลุก "ศพนี้ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมี... และเขาไม่ได้กำลัง 'ฟื้นคืนชีพ' ในแบบที่คุณเข้าใจ"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "หมายความว่ายังไง"
"พิธีกรรมในคืนจันทราดับเมื่อสามร้อยปีก่อนไม่ได้ถูกบันทึกไว้แค่ในตำราโบราณที่ฉันสะสมไว้หรอกนะ" ธาวินเหลือบสายตากลับไปยังร่างบนเตียงที่ตอนนี้เริ่มส่งเสียงครางฮือในลำคอ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบ "จุดประสงค์ที่แท้จริงของการฆาตกรรมต่อเนื่องเหล่านี้ ไม่ใช่การบูชายัญเพื่อความตาย... แต่มันคือ 'การถ่าย
โอนจิตวิญญาณ' ต่างหาก"
"คุณพูดเรื่องเหลวไหลอะไร!" รินรดาปฏิเสธทันควัน แม้ว่าเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผมของเธอ "การถ่ายโอนจิตวิญญาณไม่มีอยู่จริง มันเป็นเรื่องงมงายของคนโบราณ!"
"งั้นหรือครับ?" ธาวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความร่าเริง เขายื่นมือเข้ามาใกล้เธออีกนิด ปลายนิ้วแกร่งแตะเบาๆ ที่ข้อมือของเธอ ชีพจรใต้ผิวหนังของรินรดากระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก "ถ้ามันเป็นเรื่องงมงาย... ทำไมทุกครั้งที่คุณฝันถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมเหล่านั้น รายละเอียดในความฝันของคุณถึงตรงกับบาดแผลทุกมิลลิเมตรที่ฉันเห็นในที่เกิดเหตุล่ะ?"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ความลับสุดยอดที่เธอเก็บงำไว้ไม่เคยบอกใคร เหตุฝันร้ายซ้ำซากที่กัดกินจิตใจเธอยามค่ำคืน เหตุใดชายคนนี้จึงรู้?
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากร่างบนเตียงเหล็ก
ร่างที่ควรจะไร้วิญญาณดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงอย่างแรง ดวงตาทั้งสองข้างที่เคยขุ่นมัวด้วยความตายบัดนี้เบิกโพลงเป็นสีขาวโพลนไร้แววตา อ้าปากกว้างราวกับกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา นอกจากควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งออกมาจากลำคอและจมูก กลิ่นเหม็นเน่าของดินปฏงและซากศพกระจายคละคลุ้งไปทั่วห้อง
ธาวินดึงร่างของรินรดาเข้ามาหลบด้านหลังของเขาโดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งโอบเอวเธอไว้แน่นขณะที่ดวงตาสีเทาจ้องเขม็งไปยังร่างนั้น
ร่างบนเตียงหันขวับมาทางพวกเขาทั้งสองคนอย่างพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าที่บิดเบี้ยวฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ก่อนที่ริมฝีปากแห้งแตกจะขยับเปล่งเสียงแหบแห้งออกมาเป็นคำพูดที่ไม่ได้มาจากเจ้าของร่างเดิม... แต่มันคือเสียงที่รินรดาคุ้นเคยดีจากในความฝันอันมืดมนของเธอเอง
*"...ในที่สุด... ข้าก็หากายห้อมล้อมดวงใหม่เจอเสียที... แม่หญิงรินรดา..."*
รินรดาลืมหายใจ ความเย็นวาบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่สมอง เมื่อร่างที่ลุกขึ้นยืนบนเตียงนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่พวกเขา แต่มันกลับหันไปคว้ามีดผ่าตัดสแตนเลสบนถาดเครื่องมือ แล้วจ้วงแทงเข้าที่หน้าอกของตัวเองซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง เลือดสีดำทะลักทลายย้อมเสื้อกาวน์สีขาวจนชุ่มโชก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงล็อกประตูด้านนอกก็ดังขึ้น "คลิก!" พร้อมกับไฟในห้องชันสูตรที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดและเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูห้อง... พวกมันไม่ได้มีแค่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 23
เส้นทางที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!