"คุณกำลังทำให้แฟ้มคดีนี้กลายเป็นสุสานของอาชีพตัวเอง, แพทย์หญิงรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันจาง ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บศพใต้ดิน กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนฉุนจัดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะชันสูตร ร่างของเธอยังคงสวมชุดกราวน์สีขาวเปื้อนคราบเลือดจาง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ซัก แววตาคู่คมกริบกวาดมองเอกสารรายงานผลตรวจดีเอ็นเอในมือสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังบีบรัดลำคอเธอจนแทบหายใจไม่ออก
รอยนิ้วมือบนคอศพเหยื่อรายล่าสุด... ตรงกับรอยนิ้วมือในฐานข้อมูลหลักฐานชิ้นเอกที่ถูกเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟของกองปราบปรามเมื่อสามปีก่อน และเจ้าของรอยนิ้วนั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือตัวเธอเอง
"ฉันไม่ได้ทำ" รินรดาเปล่งเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มตวัดมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โลหะมุมห้อง ธาวิน ในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดวงตาสีเทาคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งราวกับผู้พิพากษาที่กำลังรอฟังคำแก้ตัวจากนักโทษประหาร
"ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ทำ..." ธาวินลุกขึ้นยืน ช้า ๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะจะโคนอันมั่นคง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมจาง ๆ ลอยปะทะนาสิก "แต่สารวัตรปกรณ์ไม่ได้คิดแบบนั้น ตอนนี้หน่วยสืบสวนกำลังเคลื่อนพลมาที่นี่ พร้อมหมายค้น... และหมายจับคุณ ในข้อหาฆาตกรรมต่อเนื่องโดยใช้ความรู้ทางนิติเวชอำพรางคดี"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดากำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความเป็นมืออาชีพ ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เธอถือ ล้วนพังทลายลงในพริบตา เมื่อระบบที่เธอรับใช้มาตลอดชีวิตกำลังหันกระบอกปืนมาเล็งที่ขมับของเธอเอง
"ทำไม..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด "ทำไมรอยนิ้วมือของฉันถึงไปปรากฏอยู่บนศพนั้นได้ ทั้ง ๆ ที่ฉันเพิ่งเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นตอนอยู่บนโต๊ะผ่าตัด..."
"เพราะความจริงไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบเวลาที่คุณเชื่อมั่นยังไงล่ะคะ, คุณหมอ" ธาวินโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูเธอ แผ่วเบาแต่ชัดเจนจนขนลุกซู่ ลลมหายใจอุ่นที่รดรินข้างแก้มทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวกลับกระหน่ำซัดด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดชัง "บางครั้ง... สิ่งที่คุณเคยทำในอดีตชาติ หรือในความทรงจำที่คุณพยายามปฏิเสธ มันชัดเจนยิ่งกว่ารอยเลือดตรงหน้าเสียอีก"
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อใส่ฉันนะ ธาวิน!" รินรดาหันขวับมาปะทะสายตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนเธอได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ "ฉันเป็นแพทย์ นิติเวช ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์สติฟั่นเฟือน!"
"ถ้าอย่างนั้น คุณจะอธิบายรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ฝ่ามือขวาของคุณยังไงล่ะ?" ธาวินกุมข้อมือเรียวของเธอไว้ด้วยความรวดเร็ว พลิกฝ่ามือเธอขึ้นมาสัมผัสกับแสงไฟนีออนสลัว รอยแผลเป็นจาง ๆ ที่เธอมักจะซ่อนมันไว้ภายใต้ถุงมือยางเสมอ ปรากฏเด่นชัด "รอยแผลเดียวกับที่ปรากฏบนศพของเหยื่อทุกราย... รวมทั้งศพในคดีเมื่อร้อยปีก่อนที่คุณมักจะฝันถึงทุกคืนค่ำ"
รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความลับสุดยอดที่เธอไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งจิตแพทย์ประจำตัว กลับถูกผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ล่วงรู้ราวกับเขาเข้าไปนั่งอยู่ในความฝันอันดำมืดของเธอ เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านขึ้นในอากาศ ความหวาดระแวงและความต้องการที่จะค้นหาคำตอบหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนสั่งการที่คุ้นเคยของสารวัตรปกรณ์
"ปิดตึกนี้ไว้ให้หมด! ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด! แพทย์หญิงรินรดาต้องอยู่ที่นี่!"
ดวงตาสีเทาของธาวินวับวามขึ้นในความมืด เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวก็พาเร่างระหงหลบเข้าไปในห้องเก็บศพสำรองที่มืดสนิทและเย็นเยียบ กลิ่นอายความตายรายล้อม แต่ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่กุมมือเธอไว้กลับเด่นชัดเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
มือใหญ่เอื้อมขึ้นปิดปากเธอไว้เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู รินรดาแนบแผ่นหลังติดกับชั้นวางร่างผู้เสียชีวิต หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ในความมืดสลัว แววตาของธาวินไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความลึกลับที่ชวนให้หลงใหลและหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กัน
*แอ๊ด...* เสียงประตูห้องชันสูตรหลักถูกผลเปิดออก พร้อมกับเสียงรองเท้าบูทที่เดินเข้ามาสำรวจ
ธาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธออีกครั้ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เนียน "ถ้าคุณไม่อยากถูกสวมกุญแจมือในข้อหาฆาตกรรมที่คุณไม่ได้ลงมือ... ก็จงเงียบ แล้วตามผมมา"
เขาสอดมืออีกข้างไปเปิดช่องระบายอากาศขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังตู้เก็บอุปกรณ์ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังอุโมงค์บริการใต้ดินของโรงพยาบาล รินรดามองช่องทางหลบหนีนั้นสลับกับใบหน้าของชายผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้ในกำมือ
ในวินาทีที่เธอก้าวขาตามเขาเข้าไปในความมืดมิดของอุโมงค์ ปลายทางข้างหน้าไม่ได้มีแค่การหลบหนีการจับกุม แต่คือการดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความทรงจำที่สาบสูญ ซึ่งอาจเปิดเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า... ฆาตกรที่ตำรวจตามหา อาจไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นตัวเธอเองในอดีตชาติที่เธอไม่มีวันหนีพ้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 8
จุดร่วมที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!