กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์•ตอนที่ 20

ค่ายกลสะท้อนฟ้า

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"ถอย..." คำกล่าวเตือนเพียงคำเดียว ร่วงหล่นดั่งก้อนหินหนักอึ้งลงสู่ผืนน้ำนิ่งสนิท ทว่ากลับสะเทือนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนอย่างไร้ที่สิ้นสุด เบื้องหน้าของเฟิงอวี่และมู่หลานในเวลานี้ มิใช่ค่ายกลธรรมดาที่มนุษย์สร้างขึ้น หากแต่เป็นมหาสกลค่ายกลสะท้อนฟ้าอันเลื่องชื่อ ที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาล อักขระโบราณสีทองนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ประดุจดวงดารานับแสนที่ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วยเส้นใยแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับลงบนบ่าจนกระดูกลั่นกรอบ เฟิงอวี่แค่นเสียงเย็นชาออกมาจากลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองไปยังใจกลางค่ายกลซึ่งกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพลังปราณอันบ้าคลั่ง เขากำด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ภายในตันเถียนทะยานพลุ่งพล่านราวกับมังกรคลั่งที่ต้องการแหกกฏกรงขัง "ค่ายกลนี้มิใช่สิ่งที่เราจะฝ่าไปได้ด้วยกำลังภายนอกอย่างเดียว" เสียงหวานใสกังวานดั่งระฆังหยกของมู่หลานเอ่ยขึ้น นางก้าวเท้าเข้ามาเคียงข้างเฟิงอวี่อย่างไม่เกรงกลัวต่อมรณะเบื้องหน้า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน แม้ใบหน้าจะยังคงความเยือกเย็นสง่างามดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ แต่แววตาคู่คมกลับฉายประกายความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด นางยกมือเรียวดุจหยกสลักขึ้น วาดผ่านอากาศเบาๆ ก่อเกิดเป็นม่านพลังน้ำแข็งสีครามบริสุทธิ์เพื่อต้านทานแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา "ข้าไม่เคยคิดจะใช้กำลังหักหาญอยู่แล้ว" เฟิงอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ "ทว่า... หากพวกมันต้องการทดสอบวิถีกระบี่ของเรา เช่นนั้นก็ต้องดูว่าค่ายกลสะท้อนฟ้านี้ จะรับมือกับ 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่ไร้ร่องรอย ไร้รูปแบบ ได้สักกี่กระบวนท่า!" สิ้นเสียงคำรามก้อง เฟิงอวี่ก็พุ่งทะยานร่างออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ร่างของเขาเลือนรางราวกับภาพมายา วิชาก้าวพริบตาอัสนีถูกแปรเปลี่ยนจนแทบมองไม่ทัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เขาแตะเข้าสู่เขตแดนของค่ายกล อักขระสีทองนับพันตัวก็พลันเปล่งแสงเจิดจ้า แผ่พุ่งรังสีดาบและกระบี่นับแสนสายสวนกลับมาในพริบตา! *เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!* ประกายไฟจากการปะทะของพลังปราณระเบิดออกดั่งดอกไม้ไฟมรณะ เฟิงอวี่สะบัดข้อมือวาบ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือตวัดวาดเป็นวงโค้งอย่างไร้รูปแบบ ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศ ตัดผ่านอักขระทองคำจนแตกสลายไปทีละตัว ทว่าค่ายกลสะท้อนฟ้านี้สมชื่อยิ่งนัก ทุกกระบวนท่าที่เฟิงอวี่โจมตีออกไป กลับถูกสะท้อนกลับมาด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี! ร่างของเฟิงอวี่สะท้านเฮือก เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปาก ทว่าแววตากลับยิ่งทวีความดุดันและทะนงองอาจมากขึ้น เขาไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว! "มู่หลาน!" เฟิงอวี่ตะโกนลั่นท่ามกลางเสียงคำรามของค่ายกล โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่ม มู่หลานเข้าใจความหมายในทันที นางพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ร่างระหงลอยเด่นอยู่กลางอากาศ นิ้วเรียวยาวดีดพิณสวรรค์ในมือที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ เสียงพิณกังวานใสราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขา ทว่าอานุภาพกลับสั่นสะเทือนปฐพี มันคือ 'มนמהสะกดจิตวิญญาณหิมะโปรย' ที่นางฝึกฝนจนบรรลุขอบเขตขั้นสูงสุด เสียงพิณประสานเข้ากับจังหวะการเคลื่อนไหวของเฟิงอวี่อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับบทเพลงแห่งความตายและชีวิตที่บรรเลงร่วมกัน ค่ายกลสะท้อนฟ้าที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งพลันสะดุดกะจังหวะลงชั่วลมหายใจ! นั่นคือช่องว่าง! ช่องว่างเพียงเสี้ยวพริบตาเดียวที่เกิดจากการประสานใจอย่างไร้รอยต่อระหว่างจอมยุทธ์ผู้หยิ่งทะนงและนางเซียนผู้เย็นชา เฟิงอวี่ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ดวงตาสีดำสนิทเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราในยามวิกาล เขาผสานจิตใจเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ไร้ลักษณ์ ลืมสิ้นซึ่งตัวตน ลืมสิ้นซึ่งฟ้าดิน หลอมรวมทักษะทั้งหมดที่มีกลายเป็นกระบวนท่าเดียว—*กระบี่เดียวพลิกฟ้าดับตะวัน!* *ฉับพลัน!* ท้องฟ้าเหนือหุบเขาไร้ลักษณ์พลันมืดครึ้มลงทันที รัศมีกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ราวกับจะผ่าผืนฟ้าออกเป็นสองเสี่ยง แรงกดดันทั้งหมดของค่ายกลสะท้อนฟ้าถูกสลายสิ้นในพริบตาเดียว อักขระทองคำนับหมื่นแตกสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปรายลงมาดั่งหิมะโปรยปรายในยามเหมันต์ ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเฟิงอวี่ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางซากปรักหักพังของค่ายกล กระบี่ในมือยังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้รอยตำหนิ มู่หลานร่อนกายลงยืนเคียงข้างเขาอย่างนุ่มนวล ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติปรากฏเม็ดเหงื่อผุดพรายเล็กน้อย นางมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้และความทะนงตนนั้น แววตาที่เคยเย็นชาราบเรียบมาตลอดชีวิตกลับไหววุ่น ยามนี้... หัวใจของนางไม่ได้เป็นของหุบเขาไร้ลักษณ์อีกต่อไปแล้ว ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะผ่อนลมหายใจแห่งชัยชนะ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล หลุมลึกใจกลางค่ายกลที่ควรจะถูกทำลายไปแล้ว กลับปรากฏลำแสงสีดำทมิฬพุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก ที่ดังสะท้อนก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก: *"ฮ่าๆๆ... คิดว่าทำลายค่ายกลชั้นนอกได้แล้วจะรอดพ้นหรือ? เด็กน้อย... พวกเจ้าช่างไร้เดียงសานัก!"* เงาร่างมหึมาสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง รัศมีพลังที่แผ่ออกมาทำให้มู่หลานถึงกับใบหน้าถอดสี เพราะมันคือพลังในขอบเขตที่เหนือกว่าพวกเขาทั้งสองคนรวมกันเสียอีก! ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่ทุกท่านครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%