กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์•ตอนที่ 11

รอยยิ้มใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
หยาดโลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เกิดเสียงดังติ๋ง... ติ๋ง... สะท้อนก้องกังวานในถ้ำลี้ลับที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลอักขระโบราณ "เจ้าดึงดันจะรับกระบวนท่านี้แทนข้าด้วยเหตุใดกัน? เฟิงอวี่" น้ำเสียงของมู่หลานสั่นเครือเล็กน้อย แม้ยังคงไว้ซึ่งความเย็นชาตามวิสัยนางเซียนผู้สูงส่ง ทว่าแววตาคู่คมที่มักราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึกบัดนี้กลับไหววับ นางทรุดกายลงประคองร่างของบุรุษผู้ทะนงตน ปราณเซียนบริสุทธิ์ถูกถ่ายเทผ่านฝ่ามือเรียวบางเพื่อสกัดกั้นพิษโลหิตอสูรที่กำลังลุกลามเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจ เฟิงอวี่แย้มยิ้ม มุมปากมีคราบเลือดสีเข้มไหลยึด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง เขากัดฟันฝืนความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกด้วยพลังลมปราณระดับผ่าปฐพีของยอดฝีมือฝ่ายมารเมื่อยามบ่าย ทว่าในยามนี้ ความเจ็บปวดทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของนาง "วิถีกระบี่ของข้า... ไม่เคยเรียนรู้ที่จะถอยหลังเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง" เฟิงอวี่เอמהเสียงแหบพร่าแต่ทุ้มนุ่มและหนักแน่น ทะนงตนจนวินาทีสุดท้าย "และยิ่งไม่ใช่การถอยเพื่อให้สตรีที่ข้า... ยอมรับในวิถีเซียน ต้องมาแปดเปื้อนบาดแผลแทนข้า" คำว่า "สตรีที่ข้า..." ค้างคาอยู่ในลำคอ แต่มู่หลานกลับเข้าใจความหมายนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูดร้อยแปดพันประการ หัวใจของนางเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ บำเพ็ญเพียรตัดสิ้นกิเลสมานับร้อยปี กลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำ ท่ามกลางความเงียบงันและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในความมืด นางค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นเช็ดคราบโลหิตข้างมุมปากให้เขาอย่างเบามือที่สุด สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่นางไม่เคยหยิบยื่นให้ผู้ใดตลอดกาลเวลาอันยาวนาน ภายในถ้ำแคบๆ แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องผ่านร่องหินผาลงมาทาบทับร่างทั้งสอง ทอดเงายาวทับซ้อนกันราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนจากความตึงเครียดของการหลบหนีการไล่ล่า กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสคลื่นแห่งอารมณ์ที่ซัดสาด "เจ้ามันดื้อรั้น... และโง่เขลานัก" มู่หลานพึมพำ น้ำเสียงของนางอ่อนลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาคู่สวยหลบวูบลงยามเมื่อสบตากับประกายกล้าในดวงตาของเขา "หากความโง่เขลาคือการปกป้องเจ้า เช่นนั้น... ข้าก็ยินดีจะโง่เขลาไปชั่วกัลปวสาน" เฟิงอวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าจริงจังอย่างยิ่งยวด เขายื่นมือออกไปสัมผัสหลังมือของนางที่ยังคงทาบอยู่บนแก้มของเขา ผิวเนื้อที่เย็นเยียบดั่งหยกขาวของนางค่อยๆ อุ่นขึ้นตามอุณหภูมิร่างกายของเขา ในยามนี้ ไม่มีคราบไคลของสงครามยุทธภพ ไม่มีชื่อเสียงของกระบี่ไร้ลักษณ์ หรือเกียรติภูมิของนางเซียนแห่งหุบเขา มีเพียงคนสองคนที่ร่วมเป็นร่วมตายผ่านคืนอันเหน็บหนาวมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่เคยเว้นระยะห่างด้วยกรอบของหน้าที่และศักดิ์ศรี พังทลายลงในชั่วพริบตา ท่ามกลางความตายที่หายใจรดต้นคอ ทั้งสองเรียนรู้ที่จะเปิดเปลือยจิตวิญญาณให้กันและกัน มู่หลานไม่สามารถปฏิเสธเสียงร่ำร้องจากก้นบึ้งหัวใจของตนเองได้อีกต่อไป นางโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของชายหนุ่ม กลิ่นอายจันทราและดอกเหมันต์ที่ติดกายมานานแสนนานบัดนี้เจือปนไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษผู้ทะนงตน "ถ้าเช่นนั้น... สัญญากับข้า" มู่หลานเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แววตาดุดันเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง "ไม่ว่าวันหน้าฟ้าดินจะพลิกคว่ำ หรือวิถีเซียนจะลงทัณฑ์ เราจะต้องก้าวผ่านมันไปด้วยกัน ห้ามทิ้งข้าไว้เบื้องหลังเด็ดขาด" "ข้าขอเอาชื่อและวิญญาณแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์เป็นเดิมพัน" เฟิงอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาดุดันฉายประกายอ่อนโยนล้ำลึก "ข้าจะไม่ยอมปล่อยมือจากเจ้า... ตราบจนกว่าตะวันบนปฐพีนี้จะดับสูญ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางเซียนผู้เย็นชา เป็นรอยยิ้มที่งดงามยิ่งกว่าบุปผาใดในแดนเซียน งดงามจนแม้แต่แสงจันทร์ยังต้องหลบเร้น ร่างระหงของนางขยับเข้าแนบชิด พร้อมจะมอบจิตวิญญาณและหัวใจทั้งดวงให้กับบุรุษผู้ถือครองกระบี่เบื้องหน้า ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะสัมผัสกัน ท่ามกลางความเงียบสงบอันเปี่ยมด้วยความหมาย *ตูมมมมม—!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางใจด่าน ค่ายกลอแหลมโบราณที่ปิดปากถ้ำไว้อย่างแน่นหนาถูกพลังปราณมหาศาลทำลายจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เศษหินนับพันชิ้นร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งทะลักเข้ามาภายในถ้ำพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ลมหายใจสะดุด มู่หลานสะดุ้งสุดตัว แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดในเสี้ยววินาที นางกระชับกระบี่เซียนในมือมั่น ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ก้าวออกไปขวางหน้า ร่างของใครคนหนึ่งก็ก้าวทะยานผ่านกลุ่มควันหนาทึบเข้ามา บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายอสุราโลหิต ใบหน้าสวมหน้ากากครึ่งซีก ปล่อยพลังปราณกดดันสะท้านฟ้าดิน สายตาคู่คมกริบมองตรงมาที่เฟิงอวี่และมู่หลานด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก... ความรักของเซียนและจอมยุทธ์ผู้ไร้พ่าย" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นก้องถ้ำ "น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้ดื่มด่ำกับมันนานไปกว่านี้แล้ว... เพราะวันนี้ คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!" ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่ทุกท่านครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%