กลิ่นอายความเน่าเปื่อยของซากทายาทมารและวิญญาณบรรพชนที่ตายอย่างไร้ญาติขาดมิตร ลอยอลวนอยู่เบื้องหน้า
สภาวะแวดล้อมภายใน "ป่าปีศาจพันปี" มิได้ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด หากแต่ถูกอาบไล้ด้วยหมอกสีโลหิตจางๆ ที่บิดเบี้ยวตามแรงลมปราณอันแปรปรวน ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดิน ราวกับเหยียบย่ำลงบนซากศพที่ยังไม่เน่าสลาย ไอน้ำแข็งสีดำทะมึนแผ่พุ่งขึ้นมาจากรากไม้โบราณที่แผ่ขยายดั่งกรงเล็บมาร
เฟิงอวี่หยุดฝีเท้าลงบนโขดหินศิลาสีนิล คมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวยังคงสงบนิ่ง ทว่าจิตวิญญาณกระบี่ภายในกลับสั่นระริกด้วยความกระหายชาญชัย สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูผาพินิจมองลึกเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้า ซึ่งซ่อนเร้นภาพลวงตาอันเกิดจากกิเลสตัณหาของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่หลงทาง
"ป่าแห่งนี้... ไม่ได้มีไว้เพื่อทดสอบพละกำลังของกระบี่"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด มู่หลานที่ยืนอยู่เคียงข้างในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันอัปมงคลรอบกาย นางปรายตามองบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้แวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปมองความเวิ้งว้างเบื้องหน้า ใบหน้างามล้ำเลิศที่ประดับด้วยความเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ ปรากฏร่องรอยความกังวลระคนระแวดระวัง
"จิตมารในห้วงลึกของเจ้าต่างหากเล่า ที่ป่าแห่งนี้ปรารถนาจะดึงมันออกมา" มู่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดั่งสายน้ำในหุบเขาไร้ลักษณ์ แต่มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างกลับกำกระบี่เซียนในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "เฟิงอวี่... เจ้ายังจำคำสัญญาที่ให้ไว้ ณ หุบเขาได้หรือไม่? หากก้าวล่วงเข้าไปแล้วพ่ายแพ้ต่อภาพหลอน วิญญาณของเจ้าจะถูกผนึกไว้ที่นี่ชั่วนิรันดร์"
เฟิงอวี่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย้ยหยันฟ้าดินนั้นดังก้องจนหมอกสีโลหิตรอบกายแตกกระจายออกเป็นริ้ว เขาสบตากับนางเซียนผู้สูงส่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย มีเพียงความเย่อหยิ่งทระงดในวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมขึ้นจากความแค้นและความมุ่งมั่น
"สัญญาอันใดกัน? ข้าไม่เคยให้สัญญากับผู้ใด แม้แต่กับสวรรค์" เฟิงอวี่ก้าวเท้าเดินหน้าต่อไปโดยไม่รอคำตอบ "หากวิญญาณของข้าต้องถูกผนึกเพราะกิเลส เช่นนั้นข้าก็จะใช้กระบี่ในมือฟันฝ่าสวรรค์และนรกให้พังทลายลงในคราเดียว!"
สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ ร่างของเฟิงอวี่ก็พุ่งทะยานหายเข้าไปในม่านหมอกสีโลหิตทันที
*วูบบบ—!*
ทันทีที่ก้าวล้ำเข้าสู่เขตแดนชั้นในของป่าปีศาจพันปี ภาพรอบกายก็แปรเปลี่ยนไปในพริบตา หมอกสีเลือดมลายหาย กลายเป็นท้องนภาสีครามสดใสและทุ่งดอกไม้ป่ากว้างใหญ่ไพศาล กลิ่นอายความเน่าเปื่อยถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานของบุปผชาติ
ที่เบื้องหน้า... ปรากฏร่างของหญิงสาวนางหนึ่ง หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานและดวงตากลมโตเปี่ยมด้วยหยาดน้ำตา นางกำลังส่งยิ้มให้เขาด้วยความโหยหา พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"พี่เฟิง... ท่านพี่... ท่านกลับมาแล้วจริงๆ หรือ?"
เฟิงอวี่ชะงักฝีเท้า ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ดวงตาที่เคยคมปราบกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้ามิใช่ใครอื่น นางคือศิษย์น้องผู้ล่วงลับจากสำนักกระบี่เมฆา ผู้ซึ่งต้องสังเวยชีวิตในวันที่สำนักถูกเทพสวรรค์บดขยี้อย่างไร้ความปรานี
ความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิด ความแค้นเคือง และความอ่อนแอในอดีตไหลทะลักเข้าสู่กระแสโลหิตราวกับเข็มพิษนับหมื่นเล่มกำลังทิ่มแทง
"ศิษย์น้อง..." เฟิงอวี่พึมพำออกมาเบื้องหน้า ลมหายใจสะดุดกะทันหัน ก้าวเท้าเข้าไปหาภาพลวงตานั้นอย่างไม่รู้ตัว มือที่เคยจับมั่นอยู่บนด้ามกระบี่คลายออก
ในขณะเดียวกัน ภายนอกม่านหมอก มู่หลานที่ติดตามเข้ามาอย่างกระชั้นชิดพบว่าเฟิงอวี่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางลานกว้าง ดวงตาของเขากลับกลายเป็นสีแดงก่ำ สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง ปราณกระบี่รอบกายปั่นป่วนจนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ
"แย่แล้ว... เขากำลังถูกภาพหลอนกลืนกินจิตวิญญาณ!"
มู่หลานขมวดคิ้วมุ่น ความเย็นชาบนใบหน้างามถูกแทนที่ด้วยความร้อนรน นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้เฟิงอวี่จมดิ่งลงไปในภาพหลอนแห่งความแค้นและความโศกเศร้าอีกเพียงชั่วลมหายใจเดียว จิตวิญญาณของเขาจะแตกสลาย และกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดไร้จิตสำนึกของป่าปีศาจแห่งนี้ไปตลอดกาล
"เฟิงอวี่! ตื่นได้แล้ว!" มู่หลานตะโกนก้อง พลังปราณเซียนสายหนึ่งถูกส่งผ่านปลายนิ้วออกไปเพื่อสะกิดจิตสำนึกของเขา
ทว่า... เสียงของนางกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบงันของภาพลวงตา
ภายในห้วงนิมิตของเฟิงอวี่ ภาพของศิษย์น้องผู้ล่วงลับกำลังก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวบางมาสัมผัสที่ใบหน้าของเขา รอยยิ้มของนางงดงามและเศร้าสร้อยในคราเดียวกัน
"ท่านพี่... อยู่กับข้าที่นี่เถอะเจ้าค่ะ ไม่ต้องแบกรับความแค้น ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสวรรค์อันโหดร้ายอีกต่อไป..."
คำพูดนั้นเย้ายวนและนุ่มนวล ราวกับน้ำทิพย์ชะลอความเหนื่อยล้าของจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยว เฟิงอวี่หลับตาลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและการต่อสู้มาช้านานทำให้เขาอยากจะยอมจำนนต่อภาพตรงหน้า
ทว่า... ทันใดนั้นเอง ภายในห้วงความคิดลึกสุดซึ้ง ความทรงจำอีกสายหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ภาพของคัมภีร์วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่เขาใช้เวลาบรรเพ็งเพียรนับสิบปี ภาพของความทะนงตนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด และเสียงคำรามก้องของตนเองที่เคยประกาศกร้าวไว้ต่อหน้าเบื้องสูง... *วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ไร้ซึ่งรูป ไร้ซึ่งตัวตน ไร้ซึ่งพันธนาการ แม้แต่ความตายและความโศกเศร้า... ก็ไม่มีสิทธิ์มาครอบงำกระบี่ในมือข้า!*
ดวงตาที่เคยแดงก่ำของเฟิงอวี่พลันลืมตาโพนขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ความลังเลหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันคมกริบและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี
"เจ้าไม่ใช่ศิษย์น้อง... นางตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว!"
เฟิงอวี่คำรามลั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบกายราวกับคลื่นพายุหมุน บดขยี้ภาพลวงตาทุ่งดอกไม้และหญิงสาวเบื้องหน้าจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา
*เปรี้ยงงงง—!*
เสียงคำรามสะท้านฟ้าดังขึ้นจากใจกลางป่าปีศาจพันปี หมอกสีโลหิตหมุนวนด้วยความเกรี้ยวกราด ราวกับป่าปีศาจกำลังโกรธเกรี้ยวที่เหยื่ออันโอชะสามารถหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกิเลสมาได้
มู่หลานที่ยืนรออยู่เบื้องนอกลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นคลื่นปราณกระบี่อันทรงพลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านหมอกหนาทึบจนเห็นแสงตะวันที่สาดส่องลงมาเป็นลำแสงสีทอง
ทว่า... ความโล่งใจยังไม่ทันได้ก่อตัวขึ้น ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมอีกครา
เมื่อหมอกจางลง ร่างของเฟิงอวี่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพของอสูรปีศาจนับร้อยที่เพิ่งฟื้นคืนชีพจากพื้นดิน ดวงตาของเขากลับมาดำสนิทดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ทว่าที่ปลายเท้าของเขานั้น... ปรากฏร่างเงาสีดำทมิฬร่างหนึ่งที่ถือครองกระบี่รูปร่างประหลาด คล้ายคลึงกับกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
เงาดำนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเฟิงอวี่ราวกับส่องกระจก พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เอ่ยประโยคอันสั่นสะเทือนหัวใจ
"เจ้าคิดว่าหลุดพ้นแล้วหรือ... ตัวข้าผู้เป็นด้านมืดที่แท้จริง?"
เฟิงอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกนิ้วที่ขยับกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่ทุกท่านครับ
กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์•ตอนที่ 13
ป่าปีศาจพันปี
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ดับตะวันปฐพี กับนางเซียนผู้เฝ้าหุบเขาไร้ลักษณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!