เสียงรองเท้าบูทหนังแท้กระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาของคฤหาสน์ประจำเมืองโอคลีฟดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงฆ้อนพิพากษาที่ตอกย้ำถึงความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงรับแขก
ลูเซียนสะบัดมือเบาๆ เพื่อปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามอาภรณ์หรูหรา แม้ว่าสภาพร่างกายของเขาจะเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตเฉียดตายมาหมาดๆ แต่ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับฉายประกายความเย้ยหยันออกมาอย่างชัดเจน เมื่อเขากวาดสายตามองกลุ่มขุนนางท้องถิ่นที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบุด้วยกำมะหยี่สีแดงเลือดนก
"พวกท่านช่างใจร้อนเสียจริงนะ..." ลูเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงได้ในพริบตา "ศาลยังไม่ทันได้ไต่สวน ทรัพย์สินของตระกูลขุนนางระดับสูงอย่างพวกเรา ก็ถูกพวกท่านส่งคนมารabอายัดและประทับตราชื่อตระกูลเวลลิง顿กันเสร็จสรรพแล้วอย่างนั้นหรือครับท่านเคานต์แบรดلي"
เคานต์แบรดلي ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอวบอิ่มและสวมแหวนทองคำประดับอัญมณีเต็ม Nิ้วทุกนิ้ว หัวเราะในลำคอด้วยความเย่อหยิ่ง เขาค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *เคร้ง* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าบ้านหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโลภ
"อย่าใช้คำว่า 'ยึด' ให้มันดูน่าเกลียดนักเลยท่านลูเซียน..." เคานต์แบรดليเอ่ยพลางยักไหล่ "เราเรียกว่า 'การรักษาความปลอดภัยชั่วคราว' ต่างหาก ในเมื่อกิจการเหมืองแร่เวทมนตร์ของตระกูลท่านกำลังประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว จนแม้แต่เบี้ยเลี้ยงทหารรับจ้างก็ยังไม่มีจ่าย ในฐานะขุนนางผู้ดูแลเขตปกครองนี้ ข้ามีหน้าที่โดยตรงในการเข้ามาตรวจสอบและ... จัดการทรัพย์สินเหล่านี้แทนพวกท่าน ก่อนที่มันจะกลายเป็นขยะไร้ค่าของอาณาจักร"
เอลาร่าที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างลูเซียน ขยับตัวเล็กน้อย รัศมีเวทมนตร์สีครามจางๆ ไหลเวียนรอบปลายนิ้วเรียวยาวของเธอ สายตาที่เธอมองไปยังขุนนางกลุ่มนั้นเปรียบเสมือนสายตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลา ซึ่งไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังขุดหลุมฝังศพให้กับตัวเอง
"หนี้สินที่ท่านว่า... คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่หรือครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง
อาชวินก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปสีดำสนิท นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้นเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ที่กุมชะตากรรมของคนทั้งห้องไว้ในกำมือ
เคานต์แบรดليขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาใหม่กล้าแสดงท่าทีเย่อหยิ่งต่อหน้าเขา "แล้วเจ้าเด็กนี่เป็นใครกัน? มีสิทธิ์อะไรมาแทรกบทสนทนาระหว่างขุนนางชั้นสูง!"
อาชวินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองเอกสารสิทธิ์การถือครองที่วางกองอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพลิดูผ่านๆ ด้วยมือข้างเดียวอย่างไม่ใส่ใจ
"ผมชื่ออาชวิน... และในฐานะที่ผมเพิ่งจะเซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลเวลลิง顿 รวมถึงหนี้สินทั้งหมดที่พวกท่านอ้างว่ามัน 'ล้นพ้นตัว' นั้น..." อาชวินเว้นจังหวะ เลื่อนสายตากลับมาสบกับเคานต์แบรดليตรงๆ "ตอนนี้... ผมคือเจ้าหนี้รายใหม่ของพวกท่านทุกคนครับ"
เสียงหัวרויเยาะเย้ยดังขึ้นจากขุนนางอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ "ซื้อกิจการ? เจ้าเด็กนี่สติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง! รู้ไหมว่ามูลค่าหนี้ของเหมืองแร่นั้นมันมากแค่ไหน? ต่อให้เจ้าขายวิญญาณให้ปีศาจ ก็ไม่มีทางหาเงินมาใช้หนี้ก้อนนี้ได้หมดหรอก!"
อาชวินถอนหายใจเบาๆ กับความโง่เขลาที่ถูกห่อหุ้มด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ เขาสอดมือข้างหนึ่งลงไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากโลหะคาร์บอนผสมแร่เวทมนตร์หายาก ซึ่งสลักลวดลายระบบไอเทมอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *ทึบ*
"เงินสด... หรือจะเอาเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ดีล่ะครับ?"
อาชวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทำให้เคานต์แบรดليถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมของขุนนางผู้โลภมากทันทีเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานกดดันระดับมหาศาลที่แผ่ออกมาจากการ์ดใบนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง แต่มันคืออำนาจที่สามารถลบชื่อของตระกูลขุนนางสักตระกูลให้หายไปจากแผนที่ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว
"เป็นไปไม่ได้... การ์ดวงเงินไม่จำกัดนั่นมัน..." เคานต์แบรดليพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวอย่างสุดขีด
อาชวินโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"ในเมื่อพวกท่านชอบการ 'ยึดทรัพย์' นัก งั้นเรามาเริ่มกระบวนการยึดคืนในส่วนของพวกท่านกันเลยดีกว่าไหมครับ... เริ่มจากคฤหาสน์หลังนี้เป็นอย่างแรก"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของอาชวิน พร้อมๆ กับเสียงเครื่องยนต์เจ็ตคำรามกึกก้องจากภายนอกที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาคาร และก่อนที่เคานต์แบรดليจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต ประตูห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออกโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยส่วนตัวในชุดเกราะเวทมนตร์ล้ำสมัยที่กรูเข้ามาล้อมกรอบพวกขุนนางไว้ทั้งหมด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความสะใจในครั้งนี้ด้วยนะครับ
มหาเศรษฐีระบบไอเทมกับภารกิจทวงบัลลังก์ต่างโลก•ตอนที่ 20
ความริษยาของพวกขุนนาง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีระบบไอเทมกับภารกิจทวงบัลลังก์ต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!