มหาเศรษฐีระบบไอเทมกับภารกิจทวงบัลลังก์ต่างโลก•ตอนที่ 14

คัดเลือกทีมงานมืออาชีพ

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
เสียงกระแทกของแก้วเซรามิกราคาถูกกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังปัง จนเศษผงฝุ่นเก่าเก็บร่วงกราวลงสู่พื้น กลิ่นอับชื้นของโรงเตี๊ยมชั้นต่ำในเขตสลัมตะวันออกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหล้าหมักบูดๆ แต่บรรยากาศรอบโต๊ะตัวมุมกลับเงียบงันราวกับป่าช้า "เจ้าร49กำลังล้อพวกข้าเล่นใช่ไหม นายท่านอาชวิน?" เบอร์นาร์ด อดีตหัวหน้าหน่วยอัศวินลาดตระเวนหลวงผู้มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่โหนกแก้มขวาลงมาถึงคาง แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยผ่านสนามรบมาโชกโชนจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างดูแคลนและสมเพช ชุดเกราะเหล็กขึ้นสนิมของเขาถูกถอดวางไว้บนเก้าอี้ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลแห่งความพ่ายแพ้ อาชวินไม่แสดงอาการสะดุดใจใดๆ เขายกแก้วน้ำสะอาดขึ้นจิบช้าๆ กิริยาท่าทางนิ่งสงบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังนั่งเจรจากับกลุ่มทหารรับจ้างตกอับที่กำลังถังแตกจนแทบไม่มีเงินซื้อขนมปังประทังชีวิต ด้านข้างของอาชวิน เอลาร่ายืนสงบนิ่งในชุดคลุมสีเข้ม ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอบรรจงวางกระเป๋าหนังสีดำสนิทลงบนโต๊ะ เสียงซิปรูดเปิดออกเบาๆ เผยให้เห็นแสงประกายสีทองระยิบระยับของเหรียญทองคำบริสุทธิ์นับร้อยเหรียญที่อัดแน่นอยู่ภายใน กลิ่นหอมจางๆ ของความมั่งคั่งลอยแตะจมูกคนที่นั่งล้อมวงอยู่ทันที "ข้าไม่ได้ล้อเล่น เบอร์นาร์ด" อาชวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "เงินห้าร้อยเหรียญทองนี่ เป็นเพียงแค่เงินมัดจำล่วงหน้าสำหรับเดือนแรกเท่านั้น ถ้าพวกท่านตกลงเซ็นสัญญาเป็นกองกำลังคุ้มกันส่วนตัวให้ผม เงินจำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าในทุกๆ สิ้นเดือน และที่สำคัญ... อุปกรณ์สวมใส่ระดับตำนานที่พวกท่านทำพังไปตอนสู้กับมังกรเพลิง ผมจะสั่งตีใหม่ให้ทั้งหมดแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล" บรรยากาศรอบโต๊ะกระเพื่อมไหวทันที เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ชายฉกรรจ์อีกสามคนที่นั่งร่วมโต๊ะ—เรย์นักเวทมนตร์เสื่อมถอยที่มือสั่นเทาเพราะติดการพนัน, ซาบริน่าอดีตนักฆ่าสาวผู้สูญเสียสำนักเพราะหนี้สินรุงรัง, และการ์ทนักรบคลั่งผู้มีหนี้ค่าปรับท่วมหัวจนต้องหลบๆ ซ่อนๆ—ต่างพากันจ้องมองกองทองตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พวกเขาคือ 'เศษสวะ' ในสายตาของกิลด์ใหญ่และขุนนางเมืองหลวง เป็นพวกผู้กล้าที่เคยรุ่งโรจน์แต่ถูกระบบทุนนิยมและอำนาจมืดบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี "ทำไมต้องเป็นพวกเรา?" ซาบริน่าถามขึ้น เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตาคมปลาวาฬหรี่ลงอย่างระแวดระวัง นางผ่านการหักหลังมามากเกินกว่าจะเชื่อใครง่ายๆ "พวกเราคือคนบาปที่ถูกเนรเทศ สมาคมนักผจญภัยขึ้นบัญชีดำพวกเราไว้หมดแล้ว การจ้างพวกเราเท่ากับการประกาศสงครามกับขุนนางครึ่งค่อนเมือง" "เพราะผมไม่สนใจเศษสวะพวกนั้นต่างหาก" อาชวินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบของอดีตเกมเมอร์อัจฉริยะฉายประกายความเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัว "ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ ความจงรักภักดีมักมีราคาถูกที่สุด แต่สำหรับคนตกอับที่ไม่มีอะไรจะเสีย... ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบยละต่างหากที่มีค่ามากที่สุดเมื่อมันถูกซื้อกลับมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล" เขาผายมือไปยังกองทองคำ "ผมไม่ได้ซื้อพวกท่านมาเป็นทาส แต่ผมกำลังซื้อ 'ความแค้น' และ 'ฝีมือ' ของพวกท่านเพื่อไปตบหน้าพวกมันให้กระอักเลือด" เอลาร่ามองดูรอยยิ้มมุมปากของอาชวินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความอบอุ่นแผ่ซ่านในอกของเธอ หญิงสาวรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากที่เย็นชาและท่าทีที่ดูเหมือนคนบ้าอำนาจ อาชวินกำลังทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างฐานอำนาจที่มั่นคงพอจะปกป้องเธอจากเงามืดของระบบที่ไล่ล่า เบอร์นาร์ดนิ่งเงียบไปนาน เขากวาดสายตามองเพื่อนร่วมชะตากรรมแต่ละคน เรย์พยักหน้าช้าๆ มือที่เคยสั่นเทากุมเข้าหากันแน่น ซาบริน่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด การ์ทกำหมัดทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น "นายท่าน... ถ้าท่านกล้าจ่ายหนักขนาดนี้ ข้าเบอร์นาร์ด ขอเอาชีวิตที่เหลือนี้ถวายให้ท่าน!" อัศวินเฒ่าผู้ตกอับเอื้อมมือไปหยิบเหรียญทองขึ้นมาหนึ่งเหรียญสัมผัสความเย็นเยียบของมัน "แต่บอกไว้ก่อน ข้าไม่ได้ขายตัวให้เงินทอง ข้ากำลังขายดาบเล่มนี้ให้คนที่เห็นค่ามันต่างหาก!" "ยินดีต้อนรับสู่ทีมครับ" อาชวินยิ้มรับอย่างผู้ชนะ เขายื่นมือหนาออกไปจับมือกับเบอร์นาร์ด เป็นอันเสร็จสิ้นสัญญาลูกผู้ชายที่ไร้ซึ่งพันธะทางกฎหมาย แต่ผูกพันด้วยผลประโยชน์และศักดิ์ศรี ทว่า ในวินาทีที่เสียงหัวเราะด้วยความพึงพอใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้น— *กริ๊ง!* เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูโรงเตี๊ยมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบรรยากาศโดยรอบที่หนתาวเหน็บลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทุกสายตาในโรงเตี๊ยมหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมนักเวทสีเงินปักลวดลายตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางชั้นสูงก้าวเข้ามาอย่างเย่อหยิ่ง เส้นผมสีบลอนด์เงินสะท้อนกับแสงไฟตะเกียง ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกคู่นั้นกวาดตามองมาที่โต๊ะของอาชวินด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "ไม่นึกเลยว่า อดีตคุณชายตกอับผู้ถูกตัดออกจากตระกูล จะลดตัวลงมาเก็บขยะเดนตายเหล่านี้มารวมกันเป็นฝูงลิงป่า" เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยการเหยียดหยามดังขึ้นจากปากของ 'ลอร์ดคาร์ล' คู่ปรับเก่าของอาชวินและเป็นคนที่เคยแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขาในอดีต อาชวินยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าอีกฝ่าย เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ อีกครั้งราวกับว่าเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ "คาร์ล..." เบอร์นาร์ดขบกรามแน่น เตรียมจะชักดาบขึ้นจากฝัก ทว่าอาชวินกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เบาๆ "ใจเย็นๆ ครับ เบอร์นาร์ด" อาชวินวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปสบตากับลอร์ดคาร์ลด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง "สุนัขที่หลุดจากกรง มักจะเห่าเสียงดังเสมอเมื่อมันเห็นเจ้าของเดิมถือเนื้อชิ้นใหญ่" คาร์ลหน้าถอดสี รอยยิ้มเย่อหยันแข็งค้าง เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธ "ปากดีนักนะอาชวิน แกคิดว่าเงินไม่กี่เหรียญในกระเป๋าเน่าๆ นั่น จะช่วยให้แกพ้นสภาพหมาข้างถนนได้งั้นรึ? วันนี้ข้ามาเพื่อซื้อตัวไอ้พวกสวะพวกนี้ตัดหน้าแก... ข้าให้ราคาสูงเป็นสองเท่าจากที่แกจ่าย!" อาชวินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่กดทับจนทุกคนในโรงเตี๊ยมแทบหายใจไม่ออก "สองเท่าเหรอครับ?" อาชวินเอื้อมมือหยิบการ์ดสีดำสนิททำจากโลหะไร้เงาขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือบัตรเครดิตระบบไอเทมระดับพระเจ้าที่ไม่มีวันวงเงินเต็ม ชายหนุ่มโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าคาร์ลอย่างไม่แยแส "ถ้าคุณมีปัญญาจ่ายมากกว่าวงเงิน 'ไม่จำกัด' ของผม..." อาชวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคาร์ลราวกับจะกลืนกินวิญญาณ "...ผมจะยกพวกมันให้คุณฟรีๆ ทั้งหมดเลยครับ" รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่าน เตรียมตัวพบกับฉากฟาดหน้าขุนนางผู้โง่เขลาด้วยอำนาจเงินมหาศาลในตอนหน้าได้เลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีระบบไอเทมกับภารกิจทวงบัลลังก์ต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%