แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวาบเป็นจังหวะในความมืด ทำให้เซฟเฮาส์หลังใหญ่ดูคล้ายฉากในภาพยนตร์ระทึกขวัญ รินรดากะพริบตารัวเพื่อปรับโฟกัส ภาพใบหน้าของธันวาที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบสะท้อนกับแสงสีชาด ท าให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นดูราวกับซ่อนประกายไฟระอุที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ไม่มีใครขยับตัว ไม่มีใครถอยหลัง
ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ยิ่งทำให้หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทฤษฎีจิตวิทยาและโปรไฟล์พฤติกรรมมนุษย์นับร้อยที่เธอเคยท่องจำมาตลอดชีวิต พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ ‘ตัวแปร’ ที่ชื่อธันวาในระยะประชิดเช่นนี้
"ระบบสำรองไฟกำลังทำงาน..."
เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับหลอดไฟฉุกเฉินสีขาวนวลที่ค่อยๆ สว่างวาบขึ้นแทนที่แสงสีแดง รินรดารีบผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายออกทันทีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอถอยหลังกรูดไปสองก้าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตา
"ระบบรักษาความปลอดภัยขัดข้อง หรือคุณจงใจแฮกมันเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการสนทนาครับ คุณรินรดา"
ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยانหยันที่มุมปากเล็กน้อย เขายืดตัวเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ!" รินรดาเสียงสูงใส่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดคอขึ้นอย่างถือดี "ฉันเป็นนักวิเคราะห์พฤติกรรม ไม่ใช่พวกอาชญากรไซเบอร์ และที่สำคัญ... คนที่ควรจะเช็คระบบความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ ก็คือนายช่างใหญ่ผู้เงียบขรึมอย่างคุณไม่ใช่หรือไงคะ... เอ้ย! ครับ!"
เธอเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปนิดหน่อยเกือบไม่ทันระวังตัว ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นเล็กน้อยจนน่าหมั่นไส้
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." ธันวาพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินเลยเธอไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีหน้าจอแท็บเล็ตวางอยู่ เขาแตะนิ้วลงบนหน้าจอปราดเดียว ข้อมูลโค้ดสีเขียวจำนวนมากก็ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว "ระบบไม่ได้ถูกแฮก มีคนพยายามเจาะเข้าระบบไฟจากภายนอกต่างหาก และถ้าผมเดาไม่ผิด... น่าจะเป็นฝั่งคนที่คุณกำลังทำโปรเจกต์สืบสวนอยู่"
รินรดาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความขุ่นเคืองเป็นความจริงจังทันที ความสามารถในการสับเปลี่ยนโหมดอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วคือจุดเด่นของนักวิเคราะห์สาว เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตามองหน้าจอที่มีรหัสตัวเลขวิ่งพล่าน
"หมายความว่าพวกมันแกะรอยเราเจอแล้วอย่างนั้นเหรอ?"
"ยังไม่ใช่ระดับนั้น" ธันวาตอบเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวonหน้าจอหยุดนิ่ง เขากดปุ่มยืนยันคำสั่งบางอย่าง หน้าจอด้านหลังจึงปรากฏแผนผังสามมิติของเซฟเฮาส์ขึ้นมา "นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมี 'กฎเหล็ก' ในการอยู่ร่วมกัน ไม่อย่างนั้น... คุณกับผมคงได้วิ่งชนกันตายก่อนจะได้สืบเรื่องนี้จนจบ"
รินรดากอดอกแน่น ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างระแวง "กฎเหล็กอะไรอีก แค่คุณลากฉันมาอยู่ที่นี่โดยไม่ทันตั้งตัวก็แย่พอแล้ว ยังจะมีกฎบ้าบออะไรตามมาอีกงั้นเหรอ?"
ธันวานิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองเธอตรงๆ ประกายในแววตานั้นจริงจังจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ข้อแรก" ธันวาชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ฝั่งซีกซ้ายของเซฟเฮาส์คืออาณาเขตของผม ฝั่งซีกขวาคือของคุณ ห้ามล้ำเส้นเข้ามาโดยเด็ดขาด ยกเว้นกรณีฉุกเฉินระดับวิกฤตเท่านั้น"
"ซีกซ้ายคือของคุณ?" รินรดาทวนคำ เสียงสูงปรี๊ดด้วยความไม่พอใจ "เดี๋ยวก่อนนะ ห้องครัวอยู่ซีกซ้าย ห้องนั่งเล่นที่มีทีวีจอใหญ่อยู่ซีกซ้าย แล้วฉันจะกินจะนอนยังไงถ้าโดนเนรเทศไปอยู่ซีกขวาที่มีแต่ห้องโล่งๆ กับหน้าต่างมองเห็นกำแพงอิฐน่ะฮะ!"
"คุณเป็นนักวิเคราะห์ น่าจะรู้ว่าการจัดสรรทรัพยากรต้องอิงตามความจำเป็น" ธันวาตอบหน้าตาย ไร้ความรู้สึกผิดใดๆ "ซีกขวามีห้องทำงานขนาดใหญ่ มีระเบียงรับลม และมีห้องน้ำในตัว เหมาะกับงานเอกสารและการใช้ความคิด ส่วนซีกซ้ายมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมทั้งหมด ซึ่งผมต้องเป็นคนดูแล"
"แต่มันไม่ยุติธรรม!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "คุณเอาพื้นที่สะดวกสบายไปหมด แล้วโยนเศษซากอารยธรรมมาให้ฉันเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ! ฉันไม่ยอมรับข้อเสนอนี้เด็ดขาด!"
ธันวาไม่สะทกสะท้านกับการคุกคามของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาก้มมองนิ้วเรียวที่ชี้หน้าตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"ข้อสอง" เขาชูนิ้วที่สองขึ้นมา "ห้ามเข้ามาในห้องทำงานของผมในยามวิกาล โดยเฉพาะเวลาที่ผมกำลังเขียนโค้ดหรือแกะรอยข้อมูล เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา... ความปลอดภัยของพวกเราทั้งคู่จะศูนย์ทันที"
"แล้วถ้าฉันมีเรื่องด่วนล่ะ?"
"เคาะประตูสามครั้ง ถ้าผมไม่ตอบ แปลว่าห้ามเข้า"
รินรดาอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นนักโทษในเรือนจำความมั่นคงสูง มากกว่าจะมาทำภารกิจร่วมกัน "นี่คุณเห็นฉันเป็นอะไรเนี่ย? นักโทษเดนตายเหรอถึงต้องมีกฎเกณฑ์หยุมหยิมขนาดนี้!"
ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะราวกับกำลังซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้ภายใน ก่อนที่เขาจะชูนิ้วที่สามขึ้นมา
"และข้อสาม... ข้อที่สำคัญที่สุด"
น้ำเสียงของชายหนุ่มทุบต่ำลงเล็กน้อย ดึงบรรยากาศรอบตัวให้เงียบงันลงจนน่าประหลาด ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขา
รินรดากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อธันวาก้าวเข้ามาใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
"ข้อสามคืออะไร..." เธอถามเสียงแผ่วลงอย่างเสียไม่ได้
"ห้าม..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนผิวเนื้อบริเวณนั้นลุกชันขึ้นเป็นเม็ดทราย "ห้ามมีความรู้สึกเกินเลยกว่าคำว่า 'คู่หูชั่วคราว' เด็ดขาด..."
คำพูดนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเขาเต็มตา ทว่าระยะห่างระหว่างพวกเขากลับใกล้ชิดเสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"นาย... นายหมายความว่ายังไง!" เธอเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดึงความมั่นใจทั้งหมดที่มีกลับคืนมา "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาสั่งห้ามเรื่องความรู้สึกของฉันฮะ? ฉันไม่มีวันหวั่นไหวกับคนปากจัดอย่างคุณหรอก ย่ะ!"
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า สายตากวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะผละตัวออกห่างอย่างช้าๆ
"ก็ดีครับ ถ้าคุณมั่นใจในทฤษฎีของตัวเองขนาดนั้น..." ธันวาหันหลังกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะ "หวังว่าคุณจะไม่แหกกฎข้อที่สามนี้ซะก่อนที่ภารกิจจะจบนะ... คุณนักวิเคราะห์"
รินรดายืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอยังไม่ทันได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องทำงานหลักของเซฟเฮาส์ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากด้านนอก!
เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงหอบหายใจดังขึ้น ก่อนที่ร่างโปร่งของพาย เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวจอมปั่นของเธอ จะพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"ริน! แย่แล้วแก! ฉันเพิ่งเช็คพิกัดสัญญาณดาวเทียมเมื่อกี้..." พายร้องตะโกนเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือด "มีคนกำลังปิดล้อมเซฟเฮาส์นี้จากทุกด้าน... และพวกมันไม่ได้มากันแค่เล่นๆ!"
ธันวาชะงักฝีเท้า รอยยิ้มมุมปากเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกลับมาสว่างวาบอีกครั้ง พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกที่แสดงให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์นับสิบคนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวอาคารทีละน้อย!
รินรดาสบตากับธันวาในเสี้ยววินาทีนั้น ความขัดแย้งเรื่องพื้นที่และกฎเหล็กเมื่อครู่ถูกปัดตกไปสิ้นเชิง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบในการเอาตัวรอดท่ามกลางอันตรายที่คืบคลานเข้ามาประชิดตัว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "สเปซโอเดสซีย์" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม•ตอนที่ 2
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
