รอยยิ้มบนริมฝีปากของรินรดาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่มันคือรอยยิ้มของนักวิเคราะห์สาวผู้มั่นใจว่าเธอกำลังกุมไพ่เหนือกว่าในมือ—แม้ว่าเอกสารสัญญาว่าจ้างฉบับล่าสุดจะเพิ่งถูกส่งมาถึงมือเธอก่อนก้าวเท้าเข้าสู่เขตหวงห้ามแห่งนี้เพียงสิบนาทีก็ตาม
"คุณรินรดาใช่ไหมครับ? ทางเราแจ้งแล้วว่าไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก..."
"บุคคลภายนอก?" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่ ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นทรง The Row กวาดมองร่างสูงโปร่งที่ยืนขวางทางเข้าประตูหลักของเซฟเฮาส์หลังใหญ่ริมหน้าผา "ถ้าจำไม่ผิด ฉันคือนักวิเคราะห์พฤติกรรมและผู้ตรวจสอบระบบที่บริษัทแม่ส่งมาเพื่อ ‘กู้ซาก’ โปรเจกต์ที่กำลังจะพังเพราะความดื้อรั้นของใครบางคน… และคนๆ นั้น น่าจะเป็นคุณนะครับ คุณธันวา"
ชื่อนั้นถูกเปล่งออกมาพร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่มุมปาก
ธันวาไม่ขยับเขยื้อn ร่างหนาในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทและกางเกงยาร์โก้เซอร์ๆ ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ ทว่าแววตาคู่คมกริบสีนิลกลับซ่อนความรำคาญใจไว้อย่างมิดชิด เขากวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทางที่ทำเอารินรดาแทบอยากจะขว้างแฟ้มเอกสารใส่หน้าหล่อๆ นั้นเสียให้เข็ด ผู้หญิงที่แต่งตัวเนี้ยบกริบด้วยเสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีขาวกับกระโปรงทรงสอบเข้ารูป ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของป่าเขาและคราบน้ำมันเครื่อง—เธอดูเหมือนสิ่งแปลกปลอมที่ถูกโยกย้ายมาผิดสถานที่อย่างสิ้นเชิง
"ทฤษฎีจิตวิทยาไร้สาระพวกนั้น ใช้ไม่ได้ผลกับโค้ดหรอกครับคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "กลับไปนั่งห้องแอร์เย็นๆ แล้วเขียนรายงานส่งเจ้านายตามหน้าที่เดิมของคุณเถอะ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับพวกนักวิชาการที่เก่งแต่ทฤษฎีบนกระดาษ"
"ถ้าฉันเก่งแค่บนกระดาษ ป่านนี้คุณคงไม่ต้องมานั่งแก้โค้ดบั๊กบ้าๆ ที่ทำให้หุ้นของบริษัทร่วงลงไปสิบเปอร์เซ็นต์ในคืนเดียวนะครับ" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่แตกต่างกันแม้แต่น้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มที่ลอยมาจากด้านใน "เปิดทางครับ ฉันมีเวลาจำกัดแค่สามสิบวันในการจัดการความยุ่งเหยิงที่คุณสร้างขึ้น"
ธันวาหรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ปกติแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ถูกส่งมาคุยงานด้วยมักจะถอยกรูดทันทีที่เจอรัศมีตึงเครียดรอบตัวเขา แต่รินรดากลับพุ่งเข้าใส่ราวกับแมวป่าที่พร้อมจะตะปบเหยื่อตลอดเวลา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมทะเลสาบด้านนอกที่พัดปะทะกระจกหน้าต่างบานใหญ่ บรรยากาศรอบตัวทั้งอึดอัดและเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าที่พร้อมจะจุดประกายไฟได้ทุกเมื่อ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะลามไปถึงการลงไม้ลงมือ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เธอปรายตาคมกริบมองหน้าชายหนุ่มเป็นเชิงเตือนสิกขาราช "จำไว้ว่านี่แค่เริ่มต้น" ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ "ว่าไงพาย... ฉันถึงที่หมายแล้ว... ใช่ ตาบ้านั่นกวนประสาทชะมัด ยิ่งกว่าที่เธอเม้าท์ให้ฟังซะอีก... ไว้แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอไปสำรวจรังของเจ้าหมีภูเขาซะหน่อย"
รินรดาวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิมโดยไม่สนใจสายตาของคนที่ถูกพาดพิงว่าเป็น ‘หมีภูเขา’ แม้แต่น้อย เธอก้าวผ่านร่างสูงเข้าไปในตัวบ้านอย่างถือวิสาสะ ดวงตาสอดส่องไปทั่วห้องโถงที่เต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์หลายจอ แผงวงจรไฟฟ้า และแก้วกาแฟที่วางระเกะระกะราวกับสนามรบย่อมๆ
เซฟเฮาส์หลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสันโดษ แต่มันกลับกลายเป็นกรงขังที่พวกเขาทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้เงื่อนไขที่บีบคั้น รินรดาวางกระเป๋าทำงานลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีพื้นที่ว่างเพียงน้อยนิด เธอหันกลับมาหมายจะประกาศอาณาเขตการทำงานของตัวเอง ทว่าจังหวะนั้นเอง...
ธันวาที่เดินตามเข้ามาเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลับยืนดักอยู่ด้านหลังเธอโดยเว้นระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างบางจนมิด รินรดาชะงักกึก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะต้นคอทำเอาเส้นขนอ่อนลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้เธอจนมุมอยู่กับขอบโต๊ะและแผงอกกว้างของเขาเสียแล้ว
"สำรวจพอใจหรือยังครับ?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและใกล้ชิดจนอันตรายเกินกว่าจะรับมือ "แต่บอกไว้ก่อนนะ... กฎข้อแรกของบ้านหลังนี้ คือห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผมเด็ดขาด"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เธอพยายามรวบรวมความมั่นใจทั้งหมดที่มีแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่ชอบทำตามกฎของคุณล่ะ?"
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายตาวับวับที่แปลกประหลาด ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์ พร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกตัวในห้องที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด... และแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองคนอย่างพร้อมเพรียง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินและปมระทึกขวัญในบ้านหลังนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม•ตอนที่ 1
ทฤษฎีที่ผิดพลาด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
