เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกเบา ๆ ของแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิท ซึ่งถูกวางลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้โอ๊กอย่างจงใจ แรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้กาแฟสีเข้มกระฉูดขึ้นมาแตะขอบแก้วเล็กน้อย ราวกับตัวแทนอารมณ์คุกรุ่นที่เจ้าของมันพยายามสะกดกลั้นเอาไว้
"คุณกำลังใช้ตรรกะแบบลวก ๆ มาตัดสินระบบที่ผมใช้เวลาเขียนโค้ดแก้บั๊กมาสามคืนติดต่อกัน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของเซฟเฮาส์แห่งนี้ลงอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบจ้องมองตรงมาที่หญิงสาวอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดจากบทวิเคราะห์นิสัยที่เธอเพิ่งยื่นใส่หน้าเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอไขว่ห้าง กอดอกแน่น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย เธอเป็นนักวิเคราะห์นิสัยมือฉกาจที่ไม่เคยยอมจำนนต่อทฤษฎีใด ๆ ง่าย ๆ ยิ่งท่าทางเย็นชาและกำแพงหนาเตอะของธันวาด้วยแล้ว มันยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอให้พุ่งพล่าน
"ตรรกะลวก ๆ งั้นเหรอคะ... เอ๊ย... ครับ!" รินรดาเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชิน รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังต่อปากต่อคำกับนายช่างจอมหยิ่งคนนี้ "ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสินนะครับ คุณธันวา แต่จากพฤติกรรมที่คุณแสดงออกตลอดสามวันที่เราต้องมาติดแหง็กอยู่ด้วยกันในเซฟเฮาส์นี้ ทุกตัวเลขและทุกกราฟพฤติกรรมมันฟ้องชัดเจนว่า คุณกำลังใช้วิธีผลักไสคนอื่นเพื่อปกป้องปมในใจบางอย่าง"
ประโยคหลังเธอลากเสียงยาวด้วยความมั่นอกมั่นใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับยามจ้องมองปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้าม ทว่าสิ่งที่เธอคาดหวังว่าจะได้เห็น—ไม่ว่าจะเป็นอาการสะดุ้ง ตื่นตระหนก หรือความโกรธเกรี้ยว—กลับไม่มีเลยแม้แต่น้อย
ธันวาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบโต๊ะกาแฟจนน่าอึดอัด ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น
"วิเคราะห์เก่งนี่ครับ... ว่าแต่ในฐานะที่คุณเป็น ‘นักวิเคราะห์นิสัย’ คุณเคยวิเคราะห์ตัวเองบ้างไหมว่า ทำไมช่วงวินาทีอันตรายที่เราเพิ่งเผชิญหน้ากันเมื่อครู่ คุณถึงเลือกที่จะพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนผมไว้ แทนที่จะวิ่งหนีออกไปทางประตูตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐาน?"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีพรั่งพรูย้อนกลับมาในหัว สมองของเธอสั่งการให้ลืมความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ส่วนตัวไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่พุ่งเข้าประชิดตัวเขาเพื่อดึงให้พ้นจากรัศมีของวัตถุแปลกปลอมที่พุ่งเข้ามาทางหน้าต่าง
ใบหน้าที่เคยเรียบตึงและเต็มไปด้วยความมั่นใจของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ถูกอีกฝ่ายตีแผ่ออกมาอย่างแม่นยำจนน่าหมั่นไส้
"นั่น... นั่นมันเป็นเพราะมนุษยธรรมต่างหากล่ะครับ! ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ผมจะปล่อยให้คุณโดนลูกหลงจากภายนอกได้ยังไง อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยธันวา"
"เพื่อนมนุษย์งั้นเหรอครับ?" ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบา ๆ แต่มันช่างบาดหูเหลือเกิน ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวเล็กที่กั้นกลางระหว่างพวกเขา รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจนรินรดาต้องเผลอเอนตัวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเป็นแค่เพื่อนมนุษย์ ทำไมเสียงหัวใจของคุณตอนนี้ถึงเต้นดังจนผมได้ยินล่ะครับ... รินรดา"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่หดแคบลงในพริบตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟคั่วบดเข้ม ๆ ของธันวาโชยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่รินรดาพยายามกดทับมันไว้ใต้ทฤษฎีทางจิตวิทยามาตลอดหลายวัน
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของธันวาในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหรือความรำคาญหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความท้าทายและความลึกล้ำบางอย่างที่พร้อมจะแผดเผาให้เธอกลายเป็นจุล ไดอะล็อกและข้อโต้แย้งทางวิชาการที่เตรียมไว้ในหัวพลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะชีพจรที่เต้นโครมครามแข่งกันในอก
บรรยากาศบนโต๊ะกาแฟที่เคยเต็มไปด้วยสงครามน้ำลาย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนระอุและเปราะบางเสียยิ่งกว่าแก้วกาแฟที่วางอยู่ใกล้ตัว
รินรดาอ้าปากจะเถียงกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดเท่าที่สมองจะประมวลผลได้ แต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้ขยับเปล่งเสียงใดออกมา—
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลางเซฟเฮาส์ดังแผดเสียงก้องกังวานขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ขัดจังหวะความเป็นความตายทางอารมณ์ของคนทั้งคู่ลงอย่างดิบดี
ธันวาชะงัก ดวงตาคมกริบละจากใบหน้าหวานที่อยู่ห่างแค่คืบ หันไปมองทางประตูหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความระแวดระวังในเสี้ยววินาที รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกปนหงุดหงิดระคนกัน เธอรีบดันตัวถอยห่างจากโต๊ะเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าและสีหน้าของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ
"ใครมาตอนนี้..." ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์
รินรดายืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตากลมโตหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นคู่ปรับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
"ไม่ว่าใครก็ตาม... หวังว่าคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกนะ"
ธันวาไม่ตอบ เขาปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เดินผ่านร่างบางมุ่งตรงไปยังประตูหน้า รินรดากัดริมฝีปาก ลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจสาวเท้าก้าวตามหลังเขาไปติด ๆ ด้วยความอยากรู้ที่พุ่งสูงจนทะลุปรอท
มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ หมุนปลดล็อกอย่างระมัดระวัง แล้วกระชากเปิดมันออกกว้างเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนที่ยืนอยู่เบื้องนอก
ทว่า ภาพบุคคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า กลับทำให้ทั้งธันวาและรินรดากลายเป็นหินไปในทันที...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม•ตอนที่ 3
สงครามบนโต๊ะกาแฟ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักของนักวิเคราะห์นิสัยกับนายช่างเงียบขรึม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
