รอยยิ้มพราวระยับของธันวาที่เคลือบยาพิษความเย่อหยิ่งไม่ได้ทำให้บรรยากาศในสำนักงานสนามชั่วคราวดูลดความอึดอัดลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม รินทร์กลับรู้สึกเหมือนมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นแปลบอยู่รอบตัว ตั้งแต่ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของอดีตเพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ก้าวเข้ามาเหยียบพื้นที่หน้างาน
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เห็น 'สถาปนิกผู้สูงส่ง' อย่างคุณรินทร์มายืนตากแดดตากลมคุมไซต์งานด้วยตัวเองแบบนี้ นึกว่ารสนิยมจะสูงเกินกว่าจะเหยียบเศษปูนเศษทรายเสียอีก"
น้ำเสียงนิ่มนวลแต่แฝงเข็มพิษถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของธันวา สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานแคบๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่แบบร่างสถาปัตยกรรมบนโต๊ะทำงานของรินทร์ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งขยายกว้างขึ้นราวกับเจอเป้าหมายอันโอชะ
"ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ จะไปช่วยยกปูนข้างนอกก็ไม่ว่านะธันวา สมองอย่างคุณเผื่อออกแรงกายนิดหน่อย เซลล์สมองส่วนตรรกะจะได้ทำงานดีขึ้น ไม่ใช่เอาแต่วิ่งตามก้นชาวบ้านแบบนี้"
รินทร์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด รอยยิ้มหวานหยดที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาประดับใบหน้าสวยเฉี่ยวมีความเย็นชาซ่อนอยู่เต็มพิกัด ดวงตากลมโตราวกับแมวป่าจ้องมองตรงไปยังผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยังคงหมุนปากกาในมือเล่นท่ามกลางความเงียบที่กดดันของคนรอบข้าง
พายที่ยืนอยู่มุมห้องรีบขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อนสนิทพร้อมส่งสายตาเตือนสติ แต่มีหรือที่คนอย่างรินทร์จะสนใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหาเรื่องถึงถิ่นก่อน
ทว่า ก่อนที่สงครามน้ำลายระหว่างอดีตเพื่อนร่วมรุ่นจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงหลายองศาฃก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"ถ้าหมดธุระแล้ว เชิญครับ ไซต์งานนี้ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามารบกวนเวลาทำงาน"
คินทร์ก้าวขายาวๆ เข้ามาแทาbekกลางระหว่างรินทร์และธันวา ร่างสูงใหญ่ในชุดวิศวกรสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์คนทำงานหนัก ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มบึ้งตึงจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกราบกวาดมองธันวาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง รังสีความกดดันรอบตัวของวิศวกรหนุ่มเจ้าโปรเจกต์แผ่ออกมาจนธันวาถึงกับหุบยิ้มลงเล็กน้อย
"ใจร้อนเสียจริงนะครับคุณคินทร์ สมกับเป็นวิศวกรมือหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและงบประมาณ... แต่ก็นั่นแหละนะ แบบสวยหรูอลังการงานสร้างของสถาปนิกปากจัดคนนี้ จะมีปัญญาทำออกมาให้เสร็จทันงบอันน้อยนิดที่คุณคินทร์คุมอยู่หรือเปล่าเถอะ" ธันวาจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองรินทร์เชิงดูถูก "ระวังจะโดนบีบงบจนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งกลางไซต์งานก็แล้วกันนะรินทร์"
พูดจบ ธันวาก็หัวเราะในลำคออย่างสะใจก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับออกไปขึ้นรถหรูคันเดิม ทิ้งให้ฝุ่นตลบอบอวลไว้เบื้องหลังพร้อมกับความระอุที่ยังคงค้างคาในอากาศ
ปัง!
ประตูสำนักงานสนามถูกปิดลงด้วยแรงอารมณ์ของคินทร์ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้กระแทกมันอย่างรุนแรง แต่ใบหน้าบึ้งตึงและสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นก็บอกชัดเจนว่าวิศวกรหนุ่มกำลังหัวเสียสุดขีด
"เลิกทำหน้าเหมือนยักษ์กินตับสักทีได้ไหมคินทร์ คนที่โดนเหน็บคือฉันนะ ไม่ใช่คุณ" รินทร์หันไปมองค้อนใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
"รู้ตัวก็ดีนี่ครับ" คินทร์หันขวับมาตอกกลับทันที น้ำเสียงห้วนจัดและแฝงความหงุดหงิด "ถ้าคุณไม่ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาจนพวกมันตามราวีไม่เลิก แบบแปลนบ้าๆ นี่ก็คงไม่ต้องมานั่งแก้ให้วุ่นวาย!"
รินทร์ชะงักไปนิด ดวงตากลมโตหรี่แคบลงทันที ความกรุ่นโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจุกอก คำพูดว่าร้ายที่ดูถูกฝีมือและการทำงานของเขาทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ้ง
"คุณว่าอะไรนะคินทร์?" รินทร์วางปากกาในมือลงเสียงดังลั่น โทนเสียงหดแคบลงจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าตนเองเกือบหนึ่งช่วงตัว ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างท้าทาย "แบบแปลนบ้าๆ ที่คุณว่าเนี่ย มันคืองานศิลปะที่ฉันกลั่นกรองมาจากสมองและหยาดเหงื่อ! ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะตีโจทย์สถาปัตยกรรมให้ออก ก็บอกมาตรงๆ เถอะค่ะว่า 'วิศวกรสายเป๊ะ' อย่างคุณมันสมองตัน คิดอะไรนอกกรอบไม่เป็นนอกจากตัวเลขงบประมาณน่าเบื่อพวกนั้น!"
"รินทร์!" คินทร์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโกรธขึงที่ถูกหยามเกียรติซึ่งๆ หน้า เขาไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าพ่นคำพูดเชือดเฉือนใจดำใส่กันได้เจ็บแสบขนาดนี้ "คุณคิดว่างานก่อสร้างมันใช้แค่จินตนาการเพ้อเจ้อลมๆ แล้งๆ หรือไง! โครงสร้างที่ผมต้องรับผิดชอบมันค ชีวิตคนนะ! ถ้าแบบบิดเบี้ยวไร้สาระของคุณมันถล่มลงมา ใครจะรับผิดชอบ!"
"ก็ฉันไง! ฉันนี่แหละจะรับผิดชอบเอง!" รินทร์ตะโกนสวนกลับเสียงดังลั่นไม่ยอมแพ้ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากความอัดอั้นตันใจ แต่ความทิฐิก็ยังคงรั้งไม่ให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "ทำไมล่ะ? กลัวว่าถ้าผลงานชิ้นนี้มันออกมาสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะไม่มีข้ออ้างมาคอยจู้จี้จุกจิกคุมแจฉันหรือไง! ยอมรับมาเถอะคินทร์ ว่าที่คุณคอยขัดคอฉันทุกเรื่องเนี่ย เพราะคุณแค่อิจฉาที่ฉันทำงานออกมาได้ดีกว่าที่คุณคิดไว้!"
บรรยากาศในห้องแคบๆ เงียบกริบลงในฉับพลัน พายที่ยืนเป็นผู้ชมเหตุการณ์รีบถอยกรูดไปหลบมุม พร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากด้วยความลุ้นระทึก
คินทร์นิ่งอึ้งไป ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบึ้งตึงแข็งค้างลงชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธและแรงอารมณ์ ร่างสูงชะงักไปเมื่อเห็นประกายความไหววูบในดวงตากลมโตคู่นั้น ความโกรธเกรี้ยวที่เคยคุกรุ่นอยู่ในอกเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงความหน่วงหนับที่เข้าจู่โจมหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว
ใช่... เขาไม่ได้โกรธที่อีกฝ่ายต่อปากต่อคำ
แต่เขาโกรธตัวเองต่างหาก ที่แสดงความห่วงใยออกมาเป็นคำพูดร้ายกาจจนทำร้ายความรู้สึกคนตรงหน้าอีกแล้ว
คินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ จนรินทร์ที่กำลังฮึดฮัดต้องผถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ถ...ถอยไปนะคุณ!" รินทร์ร้องเสียงหลงเมื่อถูกต้อนจนมุม มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ แต่คินทร์กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของคนตัวเล็ก
"ถ้าผมอิจฉาที่คุณเก่ง... ผมคงไม่อยากเอาตัวเองเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คุณแบบนี้หรอกนะรินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นรวบข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้แนบผนังอย่างง่ายดาย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
รินทร์ลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้สติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับมารวมตัวกันแทบไม่ทัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความเยือกเย็นเฉพาะตัวของคินทร์โอบล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง
"ป...ปล่อยฉันนะ คินทร์ คุณจะทำอะไร..." รินทร์เสียงสั่นพร่า พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ แต่คราบความปากเก่งเมื่อครู่กลับหายวับไปกับตา
คินทร์จ้องมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ความรู้สึกบางอย่างที่สะกดกลั้นไว้มานานนับแรมปีทำท่าจะทะลักออกมาในวินาทีนี้ เขาโน้มใบหน้าลงไปอีกนิดจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้มนวล
"ถ้าคุณยังปากเก่งใส่ผมอีกคำเดียว... ผมจะ..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระทึกอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมๆ กับเสียงของหัวหน้าคนงานที่ตะโกนลอดเข้ามาจากด้านนอก
"คุณคินทร์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ตรงฐานรากโซน B ปูนเกิดร้าวผิดปกติครับ!"
_______________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินและความป่วนไปพร้อมกับรินทร์และคินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์•ตอนที่ 2
วิศวกรสายเป๊ะ vs สถาปนิกสายป่วน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
