เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระแทกลงกับพื้นกระเบื้องยางในห้องประชุมใหญ่ คือสัญญาณเตือนภัยระดับสิบที่รินทร์ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร
เอกสารดีไซน์คอนเซ็ปต์โซน B ที่เขานั่งปั่นตาแฉะติดต่อกันสามวันสามคืนถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ปึก!* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้กาแฟลาเต้เย็นแก้วโปรดของรินทร์กระฉอกออกมาเล็กน้อย
"ดีไซน์สวยหรูแบบนี้ เก็บไว้เอาไปประกวดงานแฟชั่นวีกเถอะครับคุณสถาปนิก... แต่ถ้าจะเอามาสร้างหน้างานจริง ผมเกรงว่ามันจะกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความพังพินาศมากกว่าเซฟโซนอย่างที่คุณโม้ไว้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ แบบฉบับของวิศวกรโยธาหน้านิ่งดังขึ้นทันที คินทร์ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาราวกับจะบอกว่า *'ผมเตือนคุณแล้วนะ'* ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเคร่งขรึมเป็นหินแกรนิตเสมอในยามทำงาน ยิ่งดูน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณในยามที่เขาจงใจยกยิ้มมุมปากแบบนั้น
รินทร์ค่อยๆ วางปากกาในมือลงอย่างใจเย็น ช้าและนิ่มนวลเสียจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ ไม่มีหลบสายตา ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งวุ่นแก้ปัญหาเรื่องฐานรากร้าวเมื่อสิบนาที่อนถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความท้าทายทันที
"ถ้าสมองส่วนวิศวกรรมของคุณคินทร์ยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการจินตนาการสักนิด รบกวนช่วยเปิดหน้าสี่แล้วใช้สมองส่วนนั้นคิดตามนะคะว่า ทำไมฉันถึงต้องดีไซน์โครงสร้างเหล็กดัดโค้งรับน้ำหนักแบบนี้ หรือว่า... การคำนวณสเกลที่ซับซ้อนเกินกว่าสูตรคูณแม่สิบสอง มันกินพื้นที่สมองคุณมากเกินไปจนคิดไม่ออกคะ?"
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของคินทร์แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ไดอะล็อกแซ่บแสบสันต์ของคนตรงหน้าไม่เคยทำให้เขากลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำได้ง่ายๆ แต่ยอมรับเถอะว่า... ทุกครั้งที่รินทร์เชิดหน้าเถียงกลับด้วยท่าทางดื้อรั้นแบบนี้ หัวใจข้างซ้ายของเขามันมักจะเต้นผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผลทุกที
"มันไม่ใช่เรื่องของสูตรคูณครับคุณรินทร์ แต่มันคือเรื่องของ 'ความปลอดภัย' ที่คนเป็นสถาปนิกอาร์ตตัวแม่แบบคุณมักจะมองข้าม! โครงสร้างที่คุณวาดฝันมาเนี่ย ถ้าโดนลมมรสุมเข้าจริง มันจะพับฐานลงมาก่อนที่คุณจะได้ทันพูดคำว่า *เซฟโซน* เสียอีก" คินทร์โน้มตัวลงมาใช้มือค้ำโต๊ะประชุม โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับรินทร์ลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้ามาแตะจมูกจนรินทร์ต้องผละตัวถอยหลังไปนิดโดยอัตโนมัติ
"ถอยไปไกลๆ เลยค่ะคุณคินทร์ ประชุมงานนะคะ ไม่ได้มาประกวดความใกล้ชิด แล้วอีกอย่าง... ดีไซน์ของฉันผ่านการทำ Stress Test มาแล้วสามรอบ ถ้าคุณอ่านรายงานผลวิเคราะห์สักนิดก่อนจะมาทำหน้ายักษ์ใส่ฉัน คุณจะรู้ว่ามันแข็งแรงกว่ากล้ามแขนที่คุณชอบโชว์ตอนถอดเสื้อหน้าไซต์งานซะอีก!"
รินทร์สวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห (และส่วนหนึ่งก็เพราะระยะประชิดที่อันตรายเกินไปเมื่อครู่) เขาเกลียดนักเวลาที่ผู้ชายคนนี้ใช้วิธีข่มขู่ด้วยความสูงและแรงกดดันทางกายภาพแบบนี้ แต่มันน่าเจ็บใจตรงที่... หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันนี่สิ
คินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบมองสำรวจริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในใจ ปากเก่งนัก... น่าจับมาตีให้ก้นลายเสียจริง พากย์เสียงในใจจบเขาก็แกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูง
"อ๋อ... นี่แอบมองกล้ามแขนผมเหรอครับ ถึงได้รู้ว่ามันแข็งแรงขนาดไหน?"
"หลงตัวเองที่สุด! ใครเขามองคุณกันคะ! ประสาท!" รินทร์แทบจะขว้างแฟ้มเอกสารใส่หน้าคนหลงตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งแต่ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างฝ่ายต่างจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีประหลาดระหว่างความซึนปากร้ายกับความดื้อรั้นรั้นโลกแผ่ซ่านจนอุณหภูมิห้องดูเหมือนจะสูงขึ้นหลายองศา คินทร์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม แต่ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมอย่างกะทันหัน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรที่เคลือบยาพิษ ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สายตากวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหยุดอยู่ที่รินทร์และคินทร์สลับกัน
"อุ๊ย... ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะคู่รัก... เอ๊ย คู่กัดเค้าคุยงานกันหรือเปล่าครับเนี่ย?" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "พอดีผมแวะเอา 'แผนผังโครงสร้างสำรอง' ของโซน B ที่ทางทีมผมเพิ่งทำเสร็จมาให้ดู... เผื่อว่าดีไซน์ที่พังๆ ของคุณรินทร์ จะต้องการความช่วยเหลือจากมืออาชีพจริงๆ สักทีนะครับ"
รินทร์หันขวับไปมองหน้าธันวา ดวงตากลมโตฉายแววไม่เป็นมิตรทันที เช่นเดียวกับคินทร์ที่ใบหน้าหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงและเย็นชาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า บรรยากาศมาคุเปลี่ยนเป้าหมายจากคนกันเองมาเป็นศัตรูหัวอกทันตาเห็น
แต่ก่อนที่รินทร์จะทันได้เปิดปากฟาดฟันธันวา คินทร์กลับยื่นมือหนามาคว้าข้อมือของรินทร์ไว้หลวมๆ ดึงรั้งให้ถอยหลังมาอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างของตนเองโดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของวิศวกรหนุ่มทำให้รินทร์ชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับท่าทีปกป้องที่แสดงออกอย่างไม่ทันตั้งตัว
คินทร์ปรายตามองธันวาด้วยแววตาดุดันน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่กดต่ำจนกดดันคนฟัง
"ของขยะจากทีมคุณ เก็บกลับไปรีไซเคิลเถอะครับธันวา... เพราะต่อให้มันจะพังแค่ไหน มันก็เป็นงานของ 'คนของผม' ไม่มีวันยอมให้คนนอกอย่างคุณมาสอดมือยุ่งแน่นอน"
ธันวาสะبอดยิ้มค้าง รอยยิ้มบนหน้าเริ่มกระตุกขณะที่มองมือของคินทร์ที่ยังคงกุมข้อมือของรินทร์ไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความซึนของพี่คินทร์และน้องรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่ไม่มีใครยอมใคร
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
