เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์•ตอนที่ 1

แบบแปลนกับความกวน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงเหล็กข้ออ้อยเส้นผ่านศูนย์กลางยี่สิบมิลลิเมตรที่ถูกเหวี่ยงมากระทบกันดัง “เคร้ง” สนั่นหู ไม่ได้ทำให้คนสวมหมวกนิรภัยสีขาวที่ยืนเท้าสะเอวอยู่กลางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหันไปมองแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นตากันแดดราคาแพงกำลังจ้องเขม็งไปยังแบบแปลนฉบับใหญ่ในมือ สลับกับเสาปูนเปลือยต้นที่สามจากทางทิศตะวันออกด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ “ถ้าตรงนี้ตอกเสาเข็มเยื้องไปอีกแค่ห้าเซนติเมตรตามที่คุณวิศวกรสุดหล่อเซ็นอนุมัติมา... รับรองว่าตึกนี้คงได้กลายสภาพเป็นผลงานศิลปะแนวปิรามิดเอียงแห่งเมืองปิซาเวอร์ชันประเทศไทยแน่ค่ะ” น้ำเสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยความประชดประชันชนิดพริกยกสวนดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกปูนที่กำลังถอยเข้าไซต์งาน รินทร์สะบัดกระดาษแปลนในมือเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นปะทะกับร่างสูงโปร่งในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรสีเข้มที่เพิ่งก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า คินทร์ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกนิรภัยสีเหลืองกวาดมองสถาปนิกอิสระตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนระแวง ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันนิดๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด “ถ้าคุณสถาปนิกผู้รอบรู้สละเวลาอันมีค่ามาอ่านบันทึกข้อตกลงการปรับฐานรากฉบับล่าสุดที่ผมส่งให้ทางอีเมลตั้งแต่เมื่อวานนี้สักนิด... คุณก็จะรู้ว่าตรงนั้นเราจำเป็นต้องเว้นระยะไว้เผื่อแนวท่อระบายน้ำหลัก ไม่ใช่เพราะผมโง่คำนวณโครงสร้างพลาดอย่างที่คุณกำลังพยายามจะกล่าวหาหรอกนะ” คินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดตามประสาคนเจ้าระเบียบที่เกลียดที่สุดคือการโดนคนอื่นมาลูบคมเรื่องงาน รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัววิศวกรหนุ่มจนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “อีเมลเหรอคะ? ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันมีรสนิยมชอบอ่านงานที่มีคุณภาพมากกว่าจะมานั่งเช็กขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่คุณส่งมาแก้ตัวแก้ขัด แล้วอีกอย่างนะคุณคินทร์... ท่อระบายน้ำที่คุณว่าน่ะ ถ้ามันจะทับซ้อนกับเสาเข็มขนาดนั้น แปลว่าคุณใช้สมองส่วนไหนคิดตอนวางผังระบบสุขาภิบาลคะเนี่ย หรือว่าใช้แค่ส่วนหางตา?” “คุณรินทร์!” คินทร์เผลอตวาดเสียงดังลั่นจนคนงานก่อชาติแถວນั้นพากันสะดุ้งแล้วรีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ วิศวกรหนุ่มกำมือแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธปนความกระอักกระอ่วนที่ถูกผู้หญิง... อ๊ะ ไม่ใช่ ผู้ชายปากจัดคนนี้ย้อนเกล็ดเข้าให้อย่างจัง “อย่ามาลามปามเรื่องสมองของผมนะ งานนี้ผมคุมมาสามโปรเจกต์ติดกันแล้ว ไม่เคยมีปัญหาบ้าบออะไรแบบนี้เลยสักครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะคุณดันทุรังจะเปลี่ยนแบบห้องกระจกรับแขกให้เป็นทรงโค้งพิลึกพั่นนั่นล่ะก็...” “อ้าวๆ อย่ามาโบ้ยความผิดให้งานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซของฉันนะยะ!” รินทร์สวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “นั่นมันคือจุดขายของบ้านหลังนี้! ลูกค้าต้องการความละมุนละไมแต่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยมทื่อๆ ที่มีวิศวกรไดโนเสาร์เต่าล้านปีหัวโบราณอย่างคุณคอยขัดขวางทุกวิถีทางหรอกค่ะ!” “ผมไม่ได้หัวโบราณ!” คินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวกลับบ้าง ร่างสูงใหญ่ทาบทับร่มเงาลงมาปกคลุมร่างเพรียวของสถาปนิกหนุ่มจนมิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินทร์เผลอชะงักไปวูบหนึ่ง “ผมแค่มองความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง! ถ้าโครงสร้างมันรับน้ำหนักส่วนโค้งนั่นไม่ไหว คนที่จะซวยไม่ใช่คุณที่นั่งวาดรูปสวยๆ อยู่ในห้องแอร์ แต่เป็นผม! เป็นทีมงานของผม! และอาจจะมีคนตายด้วยซ้ำถ้ามันถล่มลงมา!” น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและดุดันขึ้นกะทันหันทำให้รินทร์ชะงักฝีปากที่กำลังจะเถียงต่อ ดวงตากลมโตไหววับไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายความเคร่งเครียดและความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คมนั้น แม้ว่ามันจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีแข็งกระด้างก็ตามที บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กดิบๆ และเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกซ้ายของคนทั้งคู่ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกกำลังตีรวนขึ้นมาในอก ปากที่เคยไวและจัดจ้านเริ่มหาคำพูดมาโต้เถียงไม่เจอ เมื่อจู่ๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับคินทร์ก็ลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดแก้ม คินทร์เองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้สถาปนิกตัวแสบมากแค่ไหน ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับจะเถียงแต่ก็ต้องเงียบงัน ก่อนจะไล่สายตาขึ้นมาสบกับดวงตากูรคู่สวยที่ตอนนี้กำลังเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าคมคายที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด เจ้าตัวรีบผงะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งกระแอมกระไอแก้เก้อ “เอ่อ... เอาเป็นว่า...” คินทร์พยายามดึงเสียงให้กลับมาเข้มขวดดังเดิมแต่ไม่ค่อยแนบเนียนนัก “เรา... เราต้องคุยกันใหม่เรื่องนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณ...” “อุ๊й! ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย ความเครียดนะคะคุณวิศวกร คุณสถาปนิก!” เสียงใสแจ๋วของพาย เพื่อนสนิทและเลขาจำเป็นของรินทร์ที่โผล่พรวดมาจากหลังเสาปูนพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยง พายส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พราวเสน่ห์มาให้พร้อมกับกวาดสายตามองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มล้อเลียน “พอดีมีสายด่วนจากคุณธันวา เจ้าของโปรเจกต์นี้น่ะค่ะ เขากำลังขับรถมาที่ไซต์งานตอนนี้เลย บอกว่ามีเรื่องด่วนมากๆ ที่ต้องเคลียร์กับพวกคุณสองคนพร้อมกันเดี๋ยวนี้ค่ะ!” สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากพาย รินทร์และคินทร์ต่างก็หันขวับไปมองทางประตูทางเข้าไซต์งานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย รถยนต์หรูสีดำสนิทคันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าสำนักงานสนามชั่วคราว ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกเผยให้เห็นร่างของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจและอดีตเพื่อนร่วมรุ่นที่กำลังเดินยิ้มเยาะเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าที่มีเลศนัยเกินกว่าจะคาดเดา ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดหน้าแรกของความป่วนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมเจ้าโปรเจกต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%