“ถ้าจะสเก็ตช์งานแบบขอไปทีขนาดนี้ ผมว่าคุณเอาเวลาไปชงกาแฟให้ทีมงานดีกว่าครับพริษฐ์ มันดูจะมีประโยชน์กับโปรเจกต์นี้มากกว่างานที่อยู่ในมือคุณตอนนี้เยอะ”
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าสายตากลับจับจ้องอยู่ที่แบบร่างในแท็บเล็ตของพริษฐ์อย่างไม่วางตา เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนพริษฐ์รู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวอีกฝ่าย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หัวหน้าทีมคนเก่งใช้ความกดดันมาเป็นอาวุธ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พริษฐ์รู้สึกว่าเขากำลัง ‘เดิมพัน’ ด้วยอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่คำว่าใครเก่งกว่าใคร
พริษฐ์เงยหน้าขึ้น สบตาคมกริบของศิลาด้วยแววตาที่พราวระยับไม่แพ้กัน เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะดันหน้าจอแท็บเล็ตไปทางศิลาอย่างท้าทาย
“ปากร้ายเหมือนเดิมเลยนะครับคุณศิลา แต่เสียใจด้วยนะที่ต้องบอกว่างานนี้ ‘ตั้งใจ’ ทำมากกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณมองออกแค่ว่านี่คือการสเก็ตช์แบบขอไปที ผมว่าสถาปนิกที่ควรไปชงกาแฟจริงๆ น่าจะเป็นคุณมากกว่า... จะลองเช็คดีเทลโครงสร้างดูไหมครับ หรือกลัวว่าถ้าเห็นแล้วมันจะดีกว่างานของคุณจนยอมรับไม่ได้?”
อากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงฉับพลัน บรรยากาศในห้องประชุมทีมออกแบบตอนนี้ตึงเครียดจนรินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทบจะกลั้นหายใจ เธอส่งสายตาเป็นเชิงปรามเพื่อนรัก แต่มันไร้ผล พริษฐ์ไม่ใช่ประเภทที่จะก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะกับคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตอย่างศิลา
ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสาวเท้าเข้ามาจนประชิดตัวพริษฐ์ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ของเขาราวกับจะล้อมกรอบคนตรงหน้าไว้ในอาณาเขตของเขา ศิลาวางมือลงบนขอบโต๊ะ กักขังพริษฐ์ไว้ระหว่างอกกว้างกับผืนโต๊ะไม้ตัวยาว
“งั้นเรามาเดิมพันกันไหมครับ” ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย “โปรเจกต์อสังหาฯ ของคุณนัยน์ ใครที่เสนองานในส่วนของ Master Plan ได้ถูกใจเจ้าของโครงการมากกว่า... คนที่แพ้ ต้องยอมทำตามคำสั่งอีกฝ่ายเป็นเวลาหนึ่งเดือนโดยไม่มีข้อแม้”
“รวมถึงการที่ต้องยอมรับว่าอีกฝ่าย ‘เก่งกว่า’ ด้วยหรือเปล่าครับ?” พริษฐ์ย้อนถามพลางเชิดหน้าขึ้นรับความท้าทาย แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้น
“ถ้าคุณชนะ ผมจะยอมรับว่าผมตาต่ำที่มองข้ามฝีมือคุณไป” ศิลาเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยน แต่มันคือความมั่นใจในระดับที่น่าหมั่นไส้ “แต่ถ้าผมชนะ... คุณต้องเลิกทำตัวเป็นศัตรู แล้วทำตามคำสั่งผมอย่างว่าง่าย เข้าใจไหมครับ?”
“ดีลครับ”
พริษฐ์ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เขารู้ดีว่ากำลังเล่นกับไฟ แต่ในเมื่อไฟกองนี้มันทั้งร้อนแรงและน่าดึงดูดใจเกินกว่าจะถอยหนี การปะทะกันครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการเต้นรำที่ต้องมีคนพลาดท่าเสียหลักกันไปข้างหนึ่ง
นับจากวินาทีนั้น ห้องทำงานก็กลายเป็นสมรภูมิเงียบ พริษฐ์ทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีลงไปในโปรแกรมออกแบบ นิ้วมือของเขารัวเร็วราวกับกำลังดีดเปียโน ศิลาเองก็ไม่ได้เบาแรง เขาทำงานด้วยความเฉียบคมและแม่นยำ ทุกเส้นสายที่เขาลากผ่านหน้าจอคือการพิสูจน์ศักดิ์ศรี
เวลาล่วงเลยไปจนแสงไฟในออฟฟิศเริ่มปรับโหมดเป็นสีนวลตา เพื่อนร่วมงานคนอื่นต่างทยอยกันกลับ เหลือเพียงคนสองคนที่ยังคงจดจ้องกับหน้าจอของตัวเอง
“มุมนี้มันไม่ได้...” ศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาเดินอ้อมมาด้านหลังพริษฐ์โดยไม่ได้รับอนุญาต มือหนาเอื้อมมาจับข้อมือของพริษฐ์เพื่อบังคับทิศทางเมาส์ “คุณเน้นฟังก์ชันมากไปจนลืมสุนทรียภาพ ถ้าเป็นที่พักอาศัย พื้นที่ส่วนตัวต้องมีอารมณ์ร่วม ไม่ใช่แค่กั้นผนังจบๆ”
“อย่ามาจับมือผมครับ ผมมีวิธีของผม” พริษฐ์ดึงข้อมือออก แต่ศิลากลับใช้จังหวะนั้นโน้มตัวลงมาประชิดไหล่เขามากขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่ต้นคอทำให้คนปากเก่งต้องชะงัก
“วิธีของคุณมันดี แต่ถ้าใส่ใจความรู้สึกของผู้ใช้งานเข้าไปอีกนิด มันจะสมบูรณ์แบบ” ศิลาพูดเสียงพร่า “ผมไม่ได้กำลังสอน แต่ผมกำลังบอก ‘จุดอ่อน’ ที่คุณมักจะมองข้าม เพื่อที่เวลาคุณแพ้... คุณจะได้รู้ว่าแพ้เพราะอะไร”
“คุณน่ะมั่นใจเกินไปแล้วศิลา” พริษฐ์หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่กี่คืบทำให้เขารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรงในอกของอีกฝ่าย “คุณบอกว่าผมมีจุดอ่อน แล้วคุณล่ะ? การที่ต้องเอาชนะผมถึงขนาดนี้ มันเพราะคุณกลัวว่าผมจะเก่งแซงหน้าคุณ หรือจริงๆ แล้วคุณแค่... หาเรื่องอยู่ใกล้ผมกันแน่?”
ศิลานิ่งไปดวงตาคมวูบไหวราวกับมีคลื่นลมพัดผ่าน เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพริษฐ์ราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังความอวดดีนั้น
“ผมไม่ชอบเล่นเกมที่ตัวเองคุมไม่ได้” ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนทุ้มต่ำ “และตอนนี้... คุณก็กำลังทำให้เกมนี้มันคุมยากขึ้นทุกที”
พริษฐ์กำลังจะโต้ตอบกลับ แต่เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่นและจังหวะการเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“คุยอะไรกันอยู่ครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจังเลยนะ”
ทั้งสองผละออกจากกันแทบจะทันที พริษฐ์หันไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย ในขณะที่ศิลาจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณนัยน์...” ศิลาทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กำลังตรวจดีเทลงานกันนิดหน่อยครับ ไม่ทราบว่าวันนี้มีธุระด่วนหรือครับ ถึงได้แวะมาที่ออฟฟิศยามวิกาลแบบนี้?”
นัยน์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยร่างแบบ พร้อมกับยิ้มที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก ก่อนจะเหลือบมองพริษฐ์ด้วยสายตาแปลกๆ
“ผมแค่จะเอาข้อมูลชุดใหม่มาให้พวกคุณเพิ่ม... ข้อมูลที่อาจจะทำให้การแข่งขันของพวกคุณ ‘เปลี่ยนไป’ จากเดิมแบบที่ไม่มีใครคาดคิด”
นัยน์วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่ในความรู้สึกของพริษฐ์และศิลา มันกลับดังราวกับเสียงประกาศเริ่มต้นของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำในเช้าวันพรุ่งนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะครับ ขอบคุณครับ!
จอมยุทธ์เสื้อแพร
เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณครับ คุณหัวหน้าทีม•ตอนที่ 2
ใครจะยอมแพ้ก่อน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณครับ คุณหัวหน้าทีม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
