เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณครับ คุณหัวหน้าทีม•ตอนที่ 1

เปิดศึกแรกที่ไซต์งาน

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
“ผมไม่ทราบว่าคุณเรียนจบมาจากสำนักไหน แต่บนแบบแปลนชุดนี้… ไม่มีจุดไหนเลยที่อนุญาตให้คุณวางเสาเข็มพาดผ่านแนวท่อระบายน้ำทิ้งแบบนี้ครับ คุณพริษฐ์” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งราดลงบนกองไฟที่กำลังปะทุในใจพริษฐ์ เขาเงยหน้าขึ้นจากแผ่นพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางไซต์งาน ดวงตาคมกริบของศิลา หัวหน้าทีมสถาปนิกผู้เพียบพร้อมจ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับจะประเมินความสามารถที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ พริษฐ์แค่นยิ้มที่มุมปาก ไม่หลบสายตาที่กดดันนั่นแม้แต่น้อย เขากระชับปากกาในมือแน่นขึ้น ก่อนจะเคาะลงบนจุดที่ศิลาเพิ่งตำหนิอย่างแรงจนกระดาษยุบตัวลงไปเล็กน้อย “ที่นี่คือไซต์งานจริงครับคุณศิลา ไม่ใช่ในโปรแกรมจำลองที่คุณนั่งกอดอกสั่งงานอยู่บนออฟฟิศชั้นยี่สิบห้า” พริษฐ์โต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและไม่มีความเกรงกลัว “โครงสร้างดินตรงนี้มันทรุดตัวเร็วกว่าที่คุณคำนวณไว้ในตารางเอ็กเซลล์ ถ้าไม่วางเสาเข็มตรงนี้ เพื่อเลี่ยงแนวดินอ่อนที่เพิ่งตรวจพบเมื่อเช้า อาคารเฟสสองได้ทรุดลงมากองกับพื้นก่อนสร้างเสร็จแน่นอน” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ดูสะอาดสะอ้านและเย็นเยือกของอีกฝ่ายปะทะเข้ากับจมูกของพริษฐ์ กลิ่นนี้มันน่ารำคาญใจ... มันเตือนให้เขารู้ว่าคนตรงหน้าคือประเภทที่ ‘เป๊ะ’ จนน่าหมั่นไส้ “ผมไม่ได้จ่ายเงินจ้างสถาปนิกมาเพื่อใช้ ‘สัญชาตญาณ’ ในการวางโครงสร้าง แต่วัดกันที่ ‘หลักการ’” ศิลาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวสูงกว่ารดลงบนหน้าผากพริษฐ์ “ถ้าคุณอยากจะสร้างงานศิลปะ เชิญไปหาพื้นที่ว่างๆ วาดเล่นครับ แต่ถ้าจะสร้างตึกที่คนต้องเข้าไปอยู่จริงๆ... กรุณาใช้สมองมากกว่าอารมณ์” “สมองผมสั่งให้ผมปกป้องสิ่งที่ผมสร้าง!” พริษฐ์กระแทกเสียง สวนกลับทันควัน “ไม่ใช่สักแต่ทำตามแบบที่พวกนักทฤษฎีขีดเขียนไว้บนกระดาษโดยไม่สนใจความเป็นจริงของหน้างาน ถ้าคุณมั่นใจนักว่าแบบคุณมันสมบูรณ์แบบ ทำไมไม่ลงมาขุดดินเองล่ะครับ?” บรรยากาศรอบข้างที่เคยอื้ออึงไปด้วยเสียงเครื่องจักรและเสียงคนงานพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ สายตาของทีมงานหลายคนจับจ้องมาที่คู่กัดประจำไซต์งาน พริษฐ์และศิลาเหมือนแมวสองตัวที่กำลังแยกเขี้ยวใส่กัน โดยมีกองแปลนอาคารเป็นสนามรบ ศิลาหรี่ตาลง ประกายบางอย่างวูบไหวในแววตาสีเข้มนั้น มันไม่ใช่ความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันมีความหงุดหงิดที่คล้ายกับการไม่ได้ดั่งใจ... หรืออาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น “คุณพริษฐ์ ฟังนะ” ศิลาใช้นิ้วชี้แตะลงที่แปลนข้างๆ นิ้วของพริษฐ์ แรงกดนั้นหนักหน่วงและมั่นคง “ความดื้อรั้นของคุณมันอาจจะดูเท่ในสายตาคนอื่น แต่มันเป็นหายนะสำหรับงานวิศวกรรม ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ไปรื้อวิธีแก้ปัญหาใหม่ ถ้ายังดันทุรังใช้แบบนี้ ผมจะทำรายงานเสนอต่อบอร์ดบริหารให้ปลดคุณออกจากโครงการนี้ทันที” “กลัวผมจะทำงานออกมาดีกว่าจนคุณไม่มีที่ยืนหรือไงครับ ถึงได้จ้องจะไล่ผมออกตั้งแต่เริ่มงาน” พริษฐ์สวนกลับทันทีโดยไม่ให้เสียจังหวะ เขาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้อารมณ์นั่นด้วยความท้าทาย “เตรียมคำขอโทษไว้ได้เลย เพราะถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าวิธีของผมมันเวิร์ก คุณจะต้องเป็นคนเดินมาบอกผมเองว่า... คุณคิดผิด” ศิลาไม่ตอบ เขากลับยืดตัวตรงจัดสูทที่ยับย่นเล็กน้อยให้เข้าที่ สายตาที่จ้องมองพริษฐ์นั้นลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง ก่อนที่เขาจะหันหลังเตรียมเดินออกจากเต็นท์ไซต์งานไป ทว่า ในวินาทีที่ศิลาหันหลังกลับ แรงสั่นสะเทือนจากรถเครนหนักที่ทำงานอยู่ด้านนอกทำให้โครงเหล็กค้ำยันชั่วคราวใกล้โต๊ะแปลนสั่นไหวอย่างรุนแรง ท่อนเหล็กขนาดมหึมาที่วางพิงไว้ข้างเต็นท์ร่วงหล่นลงมาตามแรงเหวี่ยง “พริษฐ์! ระวัง!” เสียงตะโกนของศิลามาพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้าใส่พริษฐ์อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ ศิลาคว้าเอวพริษฐ์ไว้แน่นก่อนจะเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายหลบจากรัศมีเหล็กที่ฟาดลงมาบนโต๊ะแปลนจนแตกกระจาย เสียงดังสนั่นทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว พริษฐ์รู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากวงแขนที่โอบรัดเขาไว้แน่น ศิลาคร่อมตัวลงมาเพื่อบังร่างเขาไว้จากเศษเหล็กที่กระเด็นมา ทั้งสองคนล้มลงไปกองบนพื้นดินด้วยกัน ลมหายใจของทั้งคู่หอบถี่ หัวใจของพริษฐ์เต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวจากอุบัติเหตุ... แต่เป็นเพราะสัมผัสที่ใกล้ชิดจนรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย ศิลาค่อยๆ ยันตัวขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด มือที่ยังคงแตะอยู่ที่เอวของพริษฐ์ไม่ได้ถอนออกทันที แต่กลับกดเบาๆ คล้ายกับตรวจสอบว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ “เป็นอะไรไหม?” ศิลาถาม น้ำเสียงแหบพร่าผิดไปจากเดิม ก่อนที่พริษฐ์จะทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าเต็นท์ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก “พี่ศิลา! พี่พริษฐ์! เกิดอะไรขึ้นครับ!” ทั้งสองคนรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต พริษฐ์ลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นตามตัว ใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ขณะที่ศิลาหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมไว้เป็นประจำ คนตรงหน้าคือ 'นัยน์' ลูกชายเจ้าของโครงการที่ก้าวเข้ามาพร้อมแววตาสงสัย พริษฐ์เหลือบมองศิลาที่กำลังจัดคอเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองเขาด้วยสายตาที่ส่งสัญญาณบางอย่าง... สัญญาณที่บอกว่า เรื่องราวระหว่างเรายังไม่จบเพียงแค่นี้แน่นอน ขอบคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนแรกด้วยกันนะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพรขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณครับ คุณหัวหน้าทีม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%