หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน•ตอนที่ 2

ความลับในปิ่นปักผม

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“เจ้าคิดว่าตราประทับชิ้นนี้... เป็นของปลอมที่ข้าตบตาขึ้นมางั้นหรือ มู่หรัน?” สุ้มเสียงของจางอี้เหวินราบเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาขยับกายเข้าใกล้จนกลิ่นไม้หอมจันทน์จางๆ จากอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองของเขาอบอวลอยู่ในรัศมีลมหายใจของนาง หลี่มู่หรันนิ่งงัน ทว่าภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่งนั้น หัวใจของนางกลับเต้นรัวดั่งกลองรบ ดวงตาเรียวหงส์ของนางกวาดมองจดหมายฉบับนั้นอย่างละเอียด กระดาษสาเนื้อหยาบที่ประทับตรา ‘สกุลหลี่’ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่นางควรจะเผาทำลายทิ้งไปตั้งแต่วันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้ ทว่าเหตุใดมันถึงมาอยู่ในมือของบุรุษที่ร้ายกาจที่สุดในแผ่นดินได้ “ท่านอ๋องทรงล้อเล่นแล้ว” มู่หรันแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวบางซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้าง กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “จดหมายฉบับนี้มิใช่ของสกุลหลี่ ยิ่งไปกว่านั้น ตราประทับนี้ถูกทำลายไปนานแล้ว ตั้งแต่สกุลหลี่สิ้นอำนาจ... หรือท่านอ๋องกำลังจะบอกว่าท่านเป็นผู้ที่ชุบชีวิตอดีตขึ้นมาเพื่อบีบคั้นข้ากันแน่?” จางอี้เหวินไม่ตอบ ทว่าเขากลับหยิบปิ่นปักผมหยกสีเลือดที่นางเสียบประดับไว้ในมวยผมขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสัมผัสผิวแก้มของนางเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของมู่หรันลุกชัน “ข้ามิได้ชุบชีวิตใคร” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหู สัมผัสถึงความเย็นเยียบของปิ่นปักผมที่เขากำลังขยับมันอย่างมีเลศนัย “ข้าเพียงแต่พบ ‘ความลับ’ ที่ซ่อนอยู่ในปิ่นเล่มนี้... ปิ่นที่เจ้าหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต เจ้าแน่ใจหรือว่าที่เจ้ากลับมาคราวนี้ เพื่อมาล้างแค้นให้ตนเอง มิใช่เพื่อปกปิดความผิดที่บรรพบุรุษของเจ้าทิ้งไว้ให้?” มู่หรันชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง ปิ่นเล่มนี้คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่มารดามอบให้ แต่นางไม่เคยทราบเลยว่าภายในปิ่นอันเป็นที่รักจะมีกลไกซ่อนอยู่ จางอี้เหวินใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่ฐานดอกเหมยหิมะบนยอดปิ่น เสียง ‘คลิก’ เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับการเผยอของช่องว่างลับขนาดจิ๋ว เขาเขย่าเบาๆ กระดาษแผ่นเล็กจิ๋วเท่าเล็บมือก็ร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือของเขา นางคว้ามันไว้ทันควัน ทว่าเขากลับดึงตัวนางไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก “อย่าได้คิดทำลายหลักฐานเชียว... มู่หรัน” เขาเอ่ยเสียงเย็น “เพราะในนั้นไม่ได้ระบุชื่อเพียงตระกูลหลี่ที่ล่มสลายไปแล้ว แต่มันยังมีชื่อของ ‘ท่านราชครู’ ผู้อยู่เบื้องหลังการกวาดล้างสกุลเจ้าด้วย” มู่หรันกัดริมฝีปากจนห่อเลือด สายตาที่มองจดหมายนั้นเปลี่ยนไปทันที ความแค้นที่สั่งสมมาดั่งภูเขาไฟประทุขึ้นในอก เมื่อกวาดสายตาอ่านลายลักษณ์อักษรที่คุ้นตา น้ำตาที่เคยแห้งเหือดไปนานปีกลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ นี่ไม่ใช่จดหมายกบฏ แต่มันคือ ‘รายชื่อขุนนาง’ ที่ร่วมกันลงขันวางยาพิษบิดาของนางเพื่อยึดอำนาจทางการคลัง “ท่านรู้เรื่องนี้มาตลอด?” นางเงยหน้าถาม แววตาไร้ซึ่งความเกรงกลัว มีเพียงความแค้นที่รุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว “ท่านรู้มาตลอดว่าข้าเป็นใคร แต่ท่านกลับกักขังข้าไว้ที่นี่เพื่อใช้ข้าเป็นหมากในกระดานของท่าน!” “ข้ามิได้ใช้เจ้าเป็นหมาก” จางอี้เหวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง แววตาของเขามีร่องรอยของความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด “ข้าเพียงแค่รอเวลา... รอเวลาที่สตรีผู้หยิ่งผยองอย่างเจ้า จะยอมจำนนต่อความจริงที่ว่า ต่อให้เจ้าฉลาดล้ำเลิศเพียงใด หากปราศจากอำนาจของข้า เจ้าก็เป็นเพียงเหยื่อที่รอการเชือดทิ้งเท่านั้น” เขาสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วหมุนตัวเดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก แสงจันทร์ยามค่ำคืนอาบไล้แผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยวและมั่นคงดั่งหินผา “พรุ่งนี้... งานเลี้ยงฉลองชัยที่วังหลวงจะเริ่มต้นขึ้น” เขาเอ่ยโดยไม่หันกลับมามอง “หากเจ้าต้องการให้หัวของราชครูวางอยู่บนถาดทองคำแทนของขวัญวันเกิดของฝ่าบาท ก็จงเลิกเล่นละครเป็นสาวใช้ผู้ไร้เดียงสา แล้วกลับมาเป็น ‘กุนซือ’ ผู้ที่จะทำให้ทั้งเมืองหลวงต้องลุกเป็นไฟเสียที” มู่หรันกำปิ่นหยกในมือแน่น ความรู้สึกในอกซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย นางควรจะชิงชังบุรุษผู้นี้ที่กุมความลับของนางไว้ แต่ในขณะเดียวกัน นางกลับพบว่าเขาเป็นคนเดียวในใต้หล้านี้ที่มองเห็น 'ตัวตน' ที่แท้จริงของนางภายใต้หน้ากากแห่งความแค้น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานที่ทำให้นางถึงกับหยุดหายใจ “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ... มีราชโองการลับจากในวังส่งมาถึงมือท่านราชครูเมื่อครู่ ความว่าพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะแต่งตั้ง ‘บุตรสาวของราชครู’ ให้เป็นพระชายาเอกในองค์รัชทายาทในงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้... และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น จดหมายฉบับนั้นประทับตรา ‘สกุลหลี่’ ของฝ่าบาทไว้ด้วย!” มู่หรันหน้าซีดเผือด ตราประทับของตระกูลนางถูกนำไปใช้ในราชโองการสมรสที่นางเพิ่งจะวางแผนทำลายในวันพรุ่งนี้ หากราชครูได้ตัวนางในฐานะพระชายารัชทายาท แผนการล้างแค้นของนางก็เป็นอันจบสิ้น จางอี้เหวินค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรู เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับเขา “ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้จะเดินเร็วกว่าที่ข้าคิด... มู่หรัน เจ้ายังมีเวลาเหลืออีกเพียงหนึ่งคืนเท่านั้น ที่จะเลือกว่าจะกลายเป็น ‘หมาก’ ของพวกเขา หรือจะร่วมมือกับข้าเพื่อ ‘เผากระดาน’ นี้ทิ้งไปเสียตั้งแต่คืนนี้” ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงเคาะประตูห้องอย่างร้อนรนจากนางกำนัลคนสนิทก็ดังขึ้น ตามด้วยข่าวร้ายที่ทำให้นางต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ “ท่านอ๋อง! คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะ! มีคนพบศพสายลับที่ถูกส่งไปจับตาดูราชครูถูกหั่นเป็นชิ้นๆ วางทิ้งไว้หน้าตำหนักของท่านอ๋อง พร้อมกับรอยเลือดที่เขียนเป็นชื่อของ... ท่านมู่หรัน!” เงียบแต่ฟาดเรียบขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 2 มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%