กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจางๆ ในอากาศยามวิกาลดูจะไม่ได้ทำให้อ๋องจางอี้เหวินสะทกสะท้านแม้เพียงเศษเสี้ยว พระองค์ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายมังกรทะยานเมฆ นัยน์ตาสีรัตติกาลดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรจ้องมองเศษซากที่กองอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับกำลังพินิจดูหมากตัวหนึ่งที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ค่าบนกระดาน
“ราชครูจงใจวางหมากตาที่สามด้วยเลือดและเนื้อ... น่ารังเกียจ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย” หลี่มู่หรันเอ่ยขึ้น เสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม นางยืนอยู่เบื้องหลังเงาของท่านอ๋อง ชุดผ้าไหมสีเทาหม่นดุจสีของหมอกยามเช้าขับให้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นดูสูงส่งและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างขยับเพียงแผ่วเบา
อ๋องจางอี้เหวินผินพระพักตร์มามองนาง ดวงตาคมกริบดุจใบมีดโกนวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ “เจ้าถูกระบุชื่อในคราบเลือดนั้น มู่หรัน หากข้าไม่จัดการเจ้าเสียตอนนี้ ราชสำนักคงมีข้ออ้างให้ข้าทำเช่นนั้นได้โดยง่าย เจ้าไม่รู้สึกกลัวเลยหรือ”
มู่หรันคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น นางก้าวออกมาจากเงามืด ชายกระโปรงผ้าไหมชั้นดีลากผ่านพื้นหินอ่อนไร้เสียง “สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย คือการที่หมากตัวหนึ่งถูกทิ้งไว้ในที่ที่ผิด... แต่หากข้าเป็นคนเลือกที่จะก้าวเดินด้วยตัวเอง ความตายย่อมเป็นเพียงกลลวงที่ข้าหยิบยื่นให้ผู้อื่นเล่นสนุกเท่านั้นเพคะ”
นางหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นมารินให้พระองค์ กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้โชยออกมาตัดกับกลิ่นเหม็นคาวเบื้องล่าง “ราชครูต้องการให้คนทั้งเมืองเข้าใจว่าท่านอ๋องกำลังจะสละเรือที่ผุพัง... สละตัวหมากที่ไร้ประโยชน์ทิ้งเพื่อรักษาที่ยืนของตนเอง เขาหวังให้ความเชื่อใจระหว่างเราพังทลายลงในค่ำคืนนี้”
จางอี้เหวินรับถ้วยชาจากมือนาง นิ้วพระหัตถ์สัมผัสกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแย้มสรวลที่มุมพระโอษฐ์ “แล้วเจ้าจะแก้เกมนี้อย่างไร? ในเมื่อสายลับของข้าถูกฆ่าหมกหน้าตำหนัก และชื่อของเจ้าถูกประทับเป็นรอยมลทิน”
“ในเมื่อเขาส่งศพมาประจาน... เราก็แค่ทำเป็นกลัวจนเสียสติก็พอเพคะ” มู่หรันโน้มกายลงข้างพระกรรณ กระซิบถ้อยคำที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป “พรุ่งนี้เช้า... ข้าจะออกไปปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนในฐานะสตรีที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อ ข้าจะเป็น 'พยาน' ที่จะทำให้คนของราชครูต้องเผลอเผยหางออกมาเอง”
ตลอดทั้งคืน มู่หรันลงมือเขียนสารลับด้วยลายมือของนางเอง บรรจงเขียนด้วยพู่กันขนสัตว์ชั้นดีบนกระดาษสาเนื้อบางเฉียบ เนื้อหาภายในนั้นมิใช่การปฏิเสธความผิด แต่เป็นการสร้างหลักฐานเท็จที่ดู 'จริง' ยิ่งกว่าความจริง นางรู้ดีว่าราชครูมีความระแวงเป็นนิสัย และเมื่อสุนัขที่ระแวงเห็นช่องว่างของความอ่อนแอ มันย่อมตะครุบเหยื่อโดยไม่สนสิ่งใด
รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนหลังคาตำหนักทองคำ เสียงฝีเท้าของเหล่าองครักษ์ขวักไขว่ มู่หรันสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรก ปักปิ่นทองคำรูปดอกเหมยเพียงชิ้นเดียว ดูอ่อนแอและบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ นางเดินออกไปที่หน้าตำหนักท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่ถูกส่งมาจับผิด
“คุณหนูมู่หรัน! ท่านกล้าดียังไงถึงยังกล้าปรากฏตัว!” หัวหน้าองครักษ์ของราชครูตะโกนก้อง กุมดาบแน่น
มู่หรันเพียงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาที่รื้นคลอ นางยกมือขึ้นกุมอกราวกับคนขวัญเสีย “ข้า... ข้าถูกใส่ร้าย ข้าเพียงแค่ได้รับจดหมายนัดหมาย... ข้าไม่รู้เรื่องศพนั่นเลย!”
นางจงใจเปิดกระดาษม้วนในมือให้เห็นเพียงเสี้ยวเดียว มันเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีตราประทับของราชครูที่นางทำปลอมขึ้นอย่างแนบเนียน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดบนใบหน้าของหัวหน้าองครักษ์คนนั้นคือคำตอบที่มู่หรันรอคอย
หมากตัวแรกถูกเดินแล้ว... และมันกำลังจะกินหมากฝ่ายตรงข้ามในอีกไม่กี่ชั่วยาม
ทว่า ในขณะที่มู่หรันกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าตำหนักนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าหนักๆ ก็ดังกึกก้องมาจากประตูพระราชวัง องครักษ์ชุดเกราะสีทองประดับตราพยัคฆ์เหยียบย่างเข้ามาพร้อมราชโองการฉบับหนึ่งในมือ
ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับหินสลักก้าวลงจากหลังม้า ก่อนจะคลี่ราชโองการออกกลางลาน “มีรับสั่งจากฝ่าบาท... ให้คุมตัว 'สตรีผู้อยู่เบื้องหลังความโกลาหล' ไปที่คุกหลวงทันที โดยให้ท่านอ๋องจางอี้เหวินเป็นผู้ลงนามตัดสินโทษด้วยพระองค์เอง”
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสนิทลงราวกับถูกแช่แข็ง มู่หรันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับอ๋องจางอี้เหวินที่ก้าวออกมาจากตำหนักด้วยแววตาที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา ในมือของเขามีพู่กันโลหะเตรียมไว้สำหรับการลงนามที่กำลังจะตัดสินชีวิตของนาง
“มู่หรัน...” เขาเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้นางถึงกับใจสั่น “หากข้าลงนาม... เจ้าจะยังเชื่อใจข้าอยู่หรือไม่?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระดานหมากที่แสนอันตรายนี้กับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน•ตอนที่ 3
รอยยิ้มภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
