หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน•ตอนที่ 1

กลิ่นควันไฟที่ฝังใจ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"จงดื่มมันเสีย... หลี่มู่หรัน เพื่อเป็นการไถ่โทษที่เจ้าบังอาจทรยศต่อแผ่นดินและตระกูลที่ให้กำเนิดเจ้ามา!" กลิ่นอายความตายไม่ได้มาในรูปแบบของอาวุธคมกริบ หากแต่เป็นกลิ่นเหม็นไหม้ของตำหนักไม้จันทน์ที่กำลังถูกเพลิงโหมกระหน่ำ เสียงกรีดร้องของข้ารับใช้ถูกกลืนหายไปกับเสียงระเบิดของคานหลังคาที่ถล่มลงมา นางมองเห็นปลายนิ้วที่เรียวสวยของ 'เซียวหลิงเอ๋อร์' สตรีผู้มีใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตาจอมปลอม กำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตามาจ่อที่ริมฝีปากของนาง ความขมปร่าของยาพิษซึมลึกผ่านลำคอ ร้อนรุ่มดั่งแผดเผาจิตวิญญาณ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศแล่นพล่านไปทั่วร่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เหน็บหนาว... *พรึ่บ!* เสียงลมหายใจหอบถี่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่คุ้นตา หลี่มู่หรันลืมตาโพลงขึ้น ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกที่ลำคอราวกับยังมีรสขมของยาพิษตกค้างอยู่ นางรีบใช้มือควานไปที่ลำคอของตนเอง ก่อนจะพบว่าผิวพรรณยังคงนุ่มเนียน ไม่ได้มีร่องรอยของการไหม้เกรียมหรือความเจ็บปวดจากพิษร้าย กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ แสงตะเกียงน้ำมันในห้องยังคงส่องสว่างนวลตา ขัดแย้งกับภาพความทรงจำสุดท้ายที่นางเพิ่งเผชิญมาอย่างสิ้นเชิง นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเตียงไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ผ้าห่มไหมแพรเนื้อดีสีปักลายกิ่งหลิวทิ้งตัวลงกองกับพื้น นี่มัน... เรือนพำนักในจวนสกุลหลี่เมื่อสามปีก่อน? นางก้าวลงจากเตียงด้วยความรู้สึกที่ไม่มั่นคงนัก ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นไม้ขัดมันที่เย็นเยียบ นางเดินตรงไปยังกระจกสัมฤทธิ์บานใหญ่ เงาสะท้อนที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือสตรีวัยสิบแปดปี ใบหน้านวลใสไร้ซึ่งริ้วรอยแห่งความแค้นแค้น ดวงตาคู่หงส์ที่เคยหม่นหมองในวาระสุดท้าย บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวและเต็มไปด้วยสติปัญญาที่ผ่านการฝึกฝนจากความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง "ข้าย้อนกลับมาแล้วจริงหรือ..." นางพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเด็ดเดี่ยว หลี่มู่หรันยื่นมือไปสัมผัสภาพในกระจก นี่คือร่างก่อนที่นางจะถูกบีบให้กลายเป็นหมากตัวสำคัญในการชิงบัลลังก์ ก่อนที่ตระกูลหลี่จะถูกกวาดล้าง และก่อนที่นางจะโง่เขลาพอที่จะมอบหัวใจให้กับบุรุษที่ไร้หัวใจ ยังไม่ทันที่นางจะได้จัดระเบียบความคิด ประตูบานเลื่อนก็ถูกเคาะเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณหนูเจ้าคะ! ท่านพ่อบ้านให้คนมาแจ้งว่า 'จางอี้เหวิน' อ๋องหนุ่มผู้เลื่องลือเรื่องความโหดเหี้ยมกำลังรอพบท่านอยู่ที่ห้องโถงรับรองเจ้าค่ะ เขามาพร้อมกับพระราชโองการสมรสพระราชทานที่องค์ฮ่องเต้เพิ่งส่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง!" คิ้วเรียวดุจใบหลิวของมู่หรันขมวดเข้าหากันทันที ความทรงจำในเหตุการณ์นั้นชัดเจนขึ้นมาในหัว ในชาติที่แล้ว นางตื่นตระหนกและปฏิเสธการสมรสครั้งนี้อย่างรุนแรง นำไปสู่การขุ่นเคืองขององค์ฮ่องเต้และการถูกบีบให้ต้องเข้าวังไปเผชิญกับเล่ห์เหลี่ยมของเหล่าสนม จนกระทั่งตระกูลต้องล่มจมในที่สุด "เขามาเองหรือ?" มู่หรันถามพลางหยิบชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆามาสวมใส่ทับอย่างใจเย็น ความสุขุมค่อยๆ กลับคืนมาสู่ปลายนิ้ว "ใช่เจ้าค่ะ แววตาของท่านอ๋องดู... ดูน่ากลัวมาก ข้าเกรงว่าหากคุณหนูปฏิเสธเหมือนคราก่อน จวนเราอาจจะไม่เหลือแม้แต่เสาเรือนนะเจ้าคะ" มู่หรันยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวาน แต่มีความนัยที่ยากจะหยั่งถึง ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้กลับมาแก้ไขหมากกระดานนี้ นางก็จะไม่ยอมเดินหมากพลาดอีกเป็นอันขาด นางก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินยาวของจวน เสียงฝีเท้าดังกังวานเป็นจังหวะที่มั่นคง ชุดยาวลากพื้นพริ้วไหวราวกับเกลียวคลื่น ในใจนางวางแผนการไปตลอดทาง หากต้องแต่งงานกับบุรุษที่ได้ชื่อว่าปีศาจแห่งสนามรบผู้นี้ นางก็ต้องเปลี่ยนเขาให้เป็นดาบในมือของนางให้จงได้ เมื่อถึงห้องโถงรับรอง บรรยากาศภายในกดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงโปร่งในชุดฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตานั้นเย็นชาและดุดันราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ "หลี่มู่หรัน" เขาเอ่ยชื่อนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ "เจ้าคงทราบดีว่าข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด" มู่หรันยอบกายลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยงดงาม ท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ตินั้นทำให้แววตาของจางอี้เหวินเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง "หม่อมฉันทราบเพคะ ท่านอ๋อง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "และหม่อมฉันก็พร้อมที่จะน้อมรับพระราชโองการ... หากท่านอ๋องยอมรับเงื่อนไขของหม่อมฉันเพียงข้อเดียว" จางอี้เหวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาวางถ้วยชาในมือลงช้าๆ เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดัง *กริ๊ก* อย่างน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหานางจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "เงื่อนไข?" เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก "คนอย่างเจ้ากล้าต่อรองกับข้าเชียวหรือ? เจ้าไม่กลัวว่าคำพูดนี้จะทำให้เจ้าไม่มีโอกาสได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้หรืออย่างไร" มู่หรันไม่ถอยหนี นางขยับตัวเข้าใกล้เขามากขึ้นจนได้กลิ่นไอของโลหะและกำยานจางๆ จากกายของเขา "หากท่านอ๋องต้องการเพียงหมากที่ว่างเปล่า ท่านก็จงสังหารหม่อมฉันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ แต่หากท่านต้องการ 'ชัยชนะ' เหนือบัลลังก์ที่กำลังสั่นคลอน... หม่อมฉันคือพันธมิตรเพียงคนเดียวที่ท่านจะหาได้ในอาณาจักรนี้เพคะ" จางอี้เหวินหรี่ตาลง แววตาที่เคยดุดันเริ่มมีความสนใจพุ่งขึ้นมาแทนที่ เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูนางเพียงนิ้วเดียว "น่าสนใจ" เขาพึมพำก่อนจะยื่นม้วนกระดาษสีเหลืองทองให้ "งั้นก็บอกเงื่อนไขของเจ้ามา... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นศพแทนการเป็นชายา" ขณะที่มู่หรันกำลังจะเอ่ยปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้าจวน พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปในทันที "พระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท! ท่านอ๋องจางอี้เหวิน และคุณหนูหลี่มู่หรัน จงฟัง... ภายในคืนนี้ ทั้งสองต้องเดินทางออกนอกเมืองทันทีเพื่อไปยังชายแดนตะวันตก โดยไม่มีข้อแม้!" มู่หรันนิ่งอึ้งไปเพียงชั่วครู่ แผนการที่นางวางไว้พังทลายลงในพริบตา เมื่อจางอี้เหวินหันกลับมามองนาง แววตาของเขากลับดูเย็นเยียบกว่าเดิมราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของเขากลับปรากฏจดหมายลับที่ประทับตราประทับของ 'ตระกูลหลี่' ของนางเอง ซึ่งเป็นตราประทับที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่นางย้อนกลับมาแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ หากชื่นชอบฝากกดติดตามเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานนี้ ข้าขอเด็ดปีกท่านคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%