กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องผสมปนเปกับกลิ่นฉุนของบุหรี่ราคาถูก เป็นบรรยากาศที่ ดร.ธันวา เกลียดชังเป็นที่สุด แต่ในเวลานี้ เขากลับต้องยืนนิ่งอยู่กลางโกดังร้างย่านชานเมืองแห่งนี้ โดยมีเพียงแสงไฟกะพริบจากหลอดนีออนเก่าๆ สาดส่องเงาร่างสูงโปร่งของตนให้ทอดยาวไปบนพื้นคอนกรีตที่แตกปริ
"คุณมาเร็วกว่าที่ผมคิดนะ หมอ... นึกว่าคนรักความสะอาดอย่างคุณ จะทนกลิ่นพวกนี้ไม่ไหวเสียอีก"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืด สารวัตรศิลา ก้าวออกมาจากหลังกองลังกระดาษเก่า มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ที่ใกล้จะมอดไหม้ ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้ม ดวงตาคมกราบกวาดมองแพทย์นิติเวชหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
ธันวาไม่2ตอบคำถามทันที เขากวาดสายตาประเมินสถานการณ์รอบตัวด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ผู้คุ้นเคยกับความตาย ความเงียบงันระหว่างพวกเขามีนํ้าหนักมากพอที่จะบด
ขยี้ความอึดอัดให้แหลکสลายลงไปทีละนิด
"ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมกับคุณ สารวัตร" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนือดุจผิวน้ำในบึงลึก "ศพบนโต๊ะชันสูตรของผมเมื่อเช้าบอกความจริงบางอย่าง... ความจริงที่ถูกบิดเบือนด้วยร่องรอยมีดสั้น ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่า มันตรงกับรอยแผลเป็นบนมือของลูกน้องคนสนิทเสี่ยธงชัย"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นายตำรวจหนุ่มพ่นควันสีเทาขึ้นสู่เบื้องบน ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูก
"คุณมันพวกยึดติดกับตำรา หมอธันวา" ศิลาเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาต่ำพร่าราวกับกำลังท่องคาถา "ความจริงบนศพมันเป็นแค่อดีต... แต่ความจริงที่กำลังวิ่งไล่ล่าพวกเราอยู่ข้างนอกนั่น มันคือปัจจุบัน และศาลเตี้ยอย่างผมต่างหาก ที่รู้วิธีจัดการกับมัน"
"การทำนอกกฎหมาย ไม่ได้ทำให้ความมืดมิดกลายเป็นความสว่าง ศิลา" ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาคู่คมฉายแววเยียบเย็นและดุดันไม่แพ้กัน "ถ้าผมต้องแลกความถูกต้องกับวิธีการสกปรกของคุณ ผมคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้"
"อ๋อเหรอ?" ศิลายิ้มกว้างขึ้น แววตาพราวระยับด้วยความท้าทาย "แล้วที่ดั้นด้นมาหาผมถึงรังหนูสกปรกนี่ เพราะอะไรล่ะ? เพราะสำนึกรักความยุติธรรม... หรือเพราะคุณจนมุมจนต้องพึ่งพาสายข่าวสีเทาๆ ของผมกันแน่ครับ ด็อกเตอร์"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดตรงเข้ากลางใจ ธันวากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาเกลียดความจริงที่ว่าสารวัตรหนุ่มผู้นี้พูดถูก หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในมือเขากำลังตัน บันทึกกล้องวงจรปิดถูกลบอย่างไร้ร่องรอย และฆาตกรเงารายนั้นกำลังลอยนวล ท่ามกลางระบบยุติธรรมที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจเงิน
"ผมไม่ได้มาขอความช่วยเหลือ" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ผมมาเพื่อ 'เจรจาธุรกิจ' กับคนไร้จรรยาบรรณอย่างคุณต่างหาก"
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย เขาชอบเวลาที่แพทย์นิติเวชผู้เย่อหยิ่งคนนี้พยายามส2งเสียงขู่คำราม ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังจนตรอก
"น่าสนใจ... ว่ามาสิครับ หมอธันวา คุณมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกับข้อมูลวงในของผม" ศิลาผายมือเชิญชวนให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ส่วนตัวเขายืนพิงโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มองอีกฝ่ายด้วยความสนใจใคร่รู้
ธันวานั่งลงช้าๆ แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรง สง่างามและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาหยิบแท็บเล็ตเครื่องบางออกมาจากกระเป๋าเอกสาร เปิดหน้าจอแสดงภาพถ่ายรอยแผลและคราบสารเคมีปริศนาที่ติดอยู่ใต้เล็บของผู้ตาย
"ข้อมูลที่ผมมี... ไม่ใช่แค่ผลชันสูตรทั่วไป" ธันวากดเลื่อนภาพให้ศิลาดู "แต่มันคือส่วนผสมของสารเคมีหล่อลื่นชนิดพิเศษ ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมส่งออกนอกกฎหมาย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรับผิดชอบของคุณ... และบังเอิญว่า ผมรู้ว่าใครเป็นเจ้าของโกดังลับแห่งนั้น"
รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลาจางหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนหนาวเยือก สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวเต็มที่เมื่อได้ยินชื่อสถานที่ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมตามเรื่องนี้อยู่" ศิถามเสียงต่ำ
"หน้าที่ของผมคือการสืบหาความจริงจากซากศพ... ส่วนหน้าที่ของคุณคือการตามล่าสุนัขรับใช้พวกนั้น" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาคู่นั้นคมปลาบ "เรามาทำข้อตกลงกัน... คุณให้ชื่อสายข่าวที่รู้เบาะแสของไอ้ฆาตกร และผมจะมอบผลวิเคราะห์สารเคมีล็อตนี้ให้คุณใช้เป็นหลักฐานมัดตัวพวกมัน โดยที่ผมจะไม่เขียนรายงานส่งให้อธิบดีกรมตำรวจอ่าน... จนกว่าคุณจะจัดการพวกมันเสร็จ"
ศิลาเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ความเฉลียวฉลาด ความเด็ดเดี่ยว และความบ้าระห่ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอผู้เรียบร้อย ทำให้เขารู้สึกทึ่งอย่างอดไม่ได้
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้นะ หมอธันวา" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเลยขึ้นไปสบตา "ตกลง... ตามนั้น"
ศิลาหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนชื่อและที่อยู่บางอย่างยื่นให้ ธันวารับมามองด้วยความรวดเร็ว แต่ก่อนที่มือเรียวจะดึงกลับ ศิลากลับยื่นมือหนามาจับข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและเร่าร้อนจนน่าตกใจ
"แต่จำไว้... ข้อตกลงนี้มีราคาที่ต้องจ่าย" ศิมากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย "ถ้าคุณตุกติก... ผมนี่แหละที่จะลากคุณลงมาจมอยู่ในโคลนตมคนแรกเลย"
ธันวากระชากข้อมือกลับอย่างไม่สบอารมณ์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทให้เข้ารูปด้วยท่าทางเย่อหยิ่งเช่นเดิม
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ สารวัตร" ธันวาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินก้าวฉับๆ ออกจากโกดังร้าง ทิ้งให้ศิลายืนมองตามด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายลึกซึ้ง
ทว่า... เมื่อธันวาเดินมาถึงรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่
ความเงียบสงบในลานจอดรถยามวิกาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดด้านหลัง
เขากลับหลังหันทันทีด้วยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าก็สาดเข้าใส่ดวงตาจนต้องยกมือขึ้นบัง และก่อนที่สติจะทันประมวลผล วัตถุเย็นเฉียบโลหะก็ถูกจ่อเข้าที่ขมับขวา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"เกมจบแล้ว... ด็อกเตอร์"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 9
ข้อตกลงจำยอม
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!