นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 10

ก้าวข้ามเส้นแบ่ง

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงโลหะกระทบกันในความมืดดังสะท้อนก้องกังวานในโถงทางเดินชั้นใต้ดินของอาคารร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันและปูนเก่าผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบ หายใจไม่ออก ทว่าความเงียบงันกลับถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เร่งรีบเข้ามาใกล้ทุกที สารวัตรศิลา ในชุดสูทสีเข้มที่บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองผ่านช่องหน้าต่างบานแคบไปยังห้องโถงด้านใน ที่ซึ่งร่างของ ดร.ธันวา ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ โดยมีชายฉกรรจ์สามคนยืนล้อมรอบ ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของแพทย์นิติเวชผู้เย่อหยิ่งอย่างเลือดเย็น "แกคิดผิดแล้วล่ะสารวัตร ที่เสนอหน้ามาถึงนี่ตัวคนเดียว" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับเงาร่างของชายร่างใหญ่ที่ก้าวออกมาขวางทางปืนของศิลาเอาไว้ ศิลาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดุดันในแบบฉบับของตำรวจนอกรีต เขายกมือขึ้นระดับอก ปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกเพื่อความคล่องตัว สายตาคมกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว—ท่อเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองนิ้วพิงอยู่กับผนังด้านซ้าย ระยะห่างจากจุดที่เขายืนถึงเป้าหมายประมาณเจ็ดเมตร และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่คมของธันวาที่มองตรงมายังเขา เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน *สายตานั้นกำลังบอกว่า... 'คุณโง่มากศิลา'* ธันวาขยับริมฝีปากที่แห้งผาก พยายามเปล่งเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก "ออกไป... ศิลา... นี่มันไม่ใช่คดีของคุณ... และคุณไม่มีทางชนะพวกมัน" "เงียบปากไปซะ หมอ" ศิลาตวาดกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แม้ใบหน้าจะหันไปทางศัตรู แต่สายตายังคงล็อกอยู่ที่ร่างของธันวา "ผมไม่เคยปล่อยให้ใครมาตายในพื้นที่รับผิดชอบ... โดยเฉพาะคนที่ชอบทำตัวอวดดีว่ารู้ทันความจริงไปเสียหมด" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหยดเป็นเลือด ชายฉกรรจ์ที่จ่อปืนอยู่เริ่มแสดงอาการลังเลเมื่อเห็นความนิ่งสงบผิดปรกติของนายตำรวจตรงหน้า ศิลาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง "วางอาวุธซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกแกเดินออกจากตึกนี้โดยไม่มีรอยขีดข่วน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจการกดดันที่ทรงพลัง "พูดจาใหญ่โต... แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ!" ชายฝั่งตรงข้ามตะคอกกลับพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนให้แน่นขึ้น นิ้วชี้เริ่มออกแรงกด ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ศิลาไม่ได้เลือกเจรจาต่อตามเกม เขาตัดสินใจ "แหกกฎ" ทุกข้อของความเป็นตำรวจมืออาชีพ ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย มือขวาคว้าท่อเหล็กข้างผนังขึ้นมาเหวี่ยงสุดแรงด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน เสียงเหล็กกระทบเข้ากับก้านคอของชายคนแรกดังสนั่น ร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันทีโดยไม่มีโอกาสได้เหนี่ยวไก "เฮ้ย! ยิงมัน!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจดังลั่นห้อง กระสุนปืนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเฉียดใบหูของศิลาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากหัวกระสุนแผดเผาผิวแก้มจนแสบแปลบ ศิลาไม่หยุดพัก เขากลิ้งตัวหลบหลังเสาปูน เสียงปืนนัดที่สองและสามตามติดมาติดๆ เจาะทะลุกระจกและผนังปูนจนเศษปูนกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ ในขณะที่กระสุนของศัตรูหมดลงและกำลังเปลี่ยนแมกกาซีน ศิลาก็ดีดตัวขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าประชิดตัวชายคนที่สอง ชายหนุ่มใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำตามหลักการต่อสู้ระยะประชิด ก่อนจะตามด้วยการเตะตัดขาจนคู่ต่อสู้ล้มลงหมดสติคาที่ เหลือเพียงคนสุดท้าย... หัวหน้าแก๊งที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างตัวธันวา มันตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นลูกน้องฝีมือดีถูกจัดการภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที มันรีบหันปากปืนกลับมาจ่อที่ขมับของธันวาอีกครั้ง พร้อมตะโกนเสียงสั่น "ถอยไป! ไม่งั้นไอ้หมอนี่สมองกระจายตรงนี้แน่!" ศิลาชะงักฝีเท้าลงทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเมื่อครู่ กลับมาเป็นความเย็นชาและคมกริบยิ่งกว่าเดิม เขากวาดตามองรอยกระสุนที่เฉียดร่างของธันวา และรอยช้ำบนใบหน้าของแพทย์นิติเวช ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดพลุ่งพล่านขึ้นในอก—ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุภาพบุรุษผู้เยือกเย็น "ถ้าแกกล้าลั่นไก... แกจะไม่มีวันได้เดินออกจากประเทศไทย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "และฉันจะตามล่าแกไปจนถึงนรกภูมิ ไม่ว่าแกจะซ่อนอยู่ที่ไหนก็ตาม" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับศิลา แสงไฟส mลัวจากเพดานส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ เผยให้เห็นความซับซ้อนทางอารมณ์ที่สื่อสารกันผ่านความเงียบ ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์กับนายตำรวจสีเทาผู้ใช้กำลังตัดสินโลก ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางศีลธรรมและหน้าที่ไปเรียบร้อยแล้ว ศิลาก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ อีกก้าว สายตาจ้องเขม็งไปยังนิ้วที่วางอยู่บนไกปืนของคนร้าย สมองประเมินระยะทาง ความน่าจะเป็น และวิถีกระสุนอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าความเสี่ยงมีสูงมาก แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่า... เขาปล่อยให้ผู้ชายคนนี้ตายไม่ได้ "วางปืนลงซะ..." ศิลาพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจการสะกดจิต ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย และศิลากำลังจะหาจังหวะเข้าประชิดตัวเพื่อช่วยธันวาให้เป็นอิสระนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงของคนสองคน แต่เป็นเสียงฝีเท้าของคนนับสิบที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่ดังสะท้อนก้อง "ตำรวจกองปราบ! ล้อมตึกนี้ไว้ให้หมด อย่าให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" ศิลาขมวดคิ้วแน่นทันที ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เสียงนั้นไม่ใช่กำลังเสริมที่เขากำลังรอคอย และน้ำเสียงของผู้สั่งการก็ไม่ใช่เสียงของลูกน้องในสังกัดของเขา ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเงาร่างของผู้ที่ก้าวเข้ามาคนแรกผ่านประตูเหล็กเข้ามาในแสงไฟ—ชายในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากแฟ้มคดีลับในอดีต "ไม่น่าเชื่อเลยนะฃรับ สารวัตรศิลา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "คุณอุตส่าห์แหกกฎเพื่อมาช่วยคนทรยศ... หรือว่าคุณสองคนกำลังร่วมมือกันซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญกันแน่?" ศิลาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวงขั้นสุด เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาไม่ได้เดินเข้ามาติดกับดักของแก๊งอาชญากร... แต่กำลังก้าวเข้าสู่แผนการใหญ่ที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%