นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 8

เหยื่อรายที่สอง

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของสารเคมีผสมฟอร์มาลินในห้องชันสูตรพลิกศพยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับผู้ใด แต่สำหรับ ดร.ธันวา แล้ว มันคือกลิ่นแห่งความจริงอันบริสุทธิ์—ความจริงที่ไม่เคยเอ่ยคำโกหก ไม่เคยบิดพลิ้ว และไม่เคยหวาดกลัวต่ออำนาจมืดใดๆ ในโลก นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวกำลังคีบเศษเส้นใยสีแดงเข้มที่ติดอยู่ใต้เล็บของศพรายแรกอย่างระมัดระวัง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอยฟกช้ำบนลำคอด้วยความเงียบงัน ความเงียบที่ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต "คุณน่าจะไปนอนเสียบ้างนะ หมอธันวา" เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย่อหยิ่งเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตู สารวัตรศิลา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ในมือของนายตำรวจหนุ่มถือแฟ้มคดีที่ยับยู่ยี่จากการใช้งานอย่างหนัก ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปลายคีบโลหะยังคงทำงานอย่างแม่นยำ "ถ้าผมนอนเหมือนที่คุณใช้ชีวิตอย่างไร้ระเบียบ สารวัตร ป่านนี้ฆาตกรคงลอยนวลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ความจริงไม่ง่วงนอนหรอกครับ มีแต่คนเป็นเท่านั้นแหละที่พยายามหลับตาหนีมัน" ศิลาหัวנסในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงสแตนเลสที่ร่างไร้ลมหายนอนทอดร่างอยู่ ดวงตาคมกปกาดมองศพสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของแพทย์นิติเวช "ความจริงที่คุณกำลังไล่ล่าอยู่ มันอาจจะกำลังหัวเราะเยาะเราทั้งคู่ก็ได้... เราได้รับแจ้งเหตุเมื่อสิบนาทีที่แล้ว" ธันวาชะงักมือที่กำลังถือหลอดทดลอง ดวงตาคมหันขวาไปจ้องมองสารวัตรหนุ่มนิ่ง "เกิดอะไรขึ้น" "เหยื่อรายที่สอง" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบผิดปกติ แต่แววตากลับไหววูบด้วยประกายความโกรธกรุ่นที่ถูกเก็บกดไว้ "และที่แย่ไปกว่านั้น... สถานที่เกิดเหตุไม่ใช่ตรอกมืดหรือโรงงานร้างที่ไหน แต่มันคือ ห้องเก็บรักษาวัตถุพยาน ชั้นใต้ดินของกองปราบปรามเอง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรทันทีราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาขยับแว่นเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลด้วยความเร็วสูง ห้องเก็บวัตถุพยานที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด มีเจ้าหน้าที่เข้าออกตลอดเวลา และมีกล้องวงจรปิดทุกมุม การลงมือในสถานที่แห่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การฆาตกรรม แต่มันคือการ "ตบหน้า" กระบวนการยุติธรรมอย่างจงใจและเย้ยหยันที่สุด "ใครเป็นคนพบ" ธันวาถามเสียงเย็นเยียบ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่าพวกเขากำลังเล่นอยู่กับฆาตกรที่เหนือชั้นกว่าที่คิด "ผู้หมวดวิภาดา... เธอลงไปตรวจเช็คหลักฐานของคดีคุณเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน และพบร่างของ ร.ต.อ.อนันต์ นอนอยู่บนพื้น ท่ามกลางกองแฟ้มคดีที่กระจัดกระจาย รูปแบบการฆ่า... เหมือนกับศพรายแรกของคุณไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งรอยแผล รอยรัด และสัญลักษณ์ที่ถูกกรีดลงบนผิวหนัง" ศิลาสูดหายใจเข้าลึก ธันวากวาดเครื่องมือลงในถาดสแตนเลสเสียงดังเคร้ง ถอดถุงมือยางออกด้วยความรวดเร็ว "นำทางผมไปครับ สารวัตร... เราไม่มีเวลามาเสียตรงนี้แล้ว" รถกระบะสีดำของสารวัตรศิลาพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูง บรรยากาศภายในรถอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองคนต่างจมอยู่ในความคิดของตนเอง ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าอาคารกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายยืนออกันอยู่หน้าทางเข้าด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ธันวาและศิลาเดินฝ่าฝูงชนตรงดิ่งลงไปยังชั้นใต้ดินทันที กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองผสมเข้ากับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาเตะจมูกทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างของ ร.ต.อ.อนันต์ นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ รอบตัวเต็มไปด้วยแฟ้มคดีที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย บนลำคอมีร่องรอยการถูกรัดด้วยลวดสลิงอย่างประณีต และที่น่าตกใจที่สุดคือ หน้าอกเสื้อฝั่งซ้ายมีรอยกรีดเป็นสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทราย—เครื่องหมายเดียวกับศพแรก ธันวานั่งคุกเข่าลงข้างศพทันที ไม่สนใจสายตาของนายตำรวจรอบข้าง ดวงตาคมกริบไล่สำรวจทุกรายละเอียดด้วยแว่นขยายขนาดเล็กและไฟฉายเฉพาะทาง นิ้วมือสวมถุงมือยางแตะลงที่ขอบแผลอย่างแผ่วเบา "อุณหภูมิร่างกายยังอุ่นอยู่เล็กน้อย การแข็งตัวของกล้ามเนื้อเพิ่งเริ่มต้น" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม "เสียชีวิตมาแล้วไม่เกินสองชั่วโมง... ช่วงเวลาเดียวกับที่เรากำลังชันสูตรศพแรกพอดี" ศิลายืนกอดอกมองภาพตรงหน้า ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม "มันจงใจ... มันรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และมันก็รู้ด้วยว่าวัตถุพยานชิ้นไหนที่นายตำรวจคนนี้กำลังตรวจสอบ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลา แววตาของทั้งคู่สะท้อนความดุดันและท้าทาย สองมุมมอง สองวิชาชีพ แต่กลับถูกดึงดูดเข้ามาสู่ศูนย์กลางของพายุความมืดเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ไม่ใช่แค่รู้ครับ สารวัตร" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "แต่เขากำลังบอกเราว่า... หลักฐานที่เราได้จากศพแรกเมื่อสักครู่ เป็นของปลอม" ศิลาขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง?" ธันวาหยิบซองพลาสติกใสบรรจุเศษเส้นใยสีแดงเข้มที่เพิ่งเก็บมาจากศพแรกขึ้นมาโชว์ใต้แสงไฟ "เส้นใยนี้... มันถูกวางไว้ให้ผมเจอตั้งแต่แรก มันคือเหยื่อล่อ เพื่อให้เราคิดว่าฆาตกรเป็นคนประเภทหนึ่ง แต่การตายของสารวัตรอนันต์ในที่แห่งนี้ กำลังบอกว่า ฆาตกรตัวจริงอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิด" ในขณะที่ธันวากำลังจะอธิบายสมมติฐานทางนิติเวชเพิ่มเติมนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กองแฟ้มคดีที่กระจายอยู่มุมห้อง มันไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ แต่เป็นรอยเท้าเปื้อนโคลนที่ผสมกับคราบน้ำมันเครื่อง—ซึ่งไม่ควรมีอยู่ในห้องเก็บวัตถุพยานที่ปิดตายแห่งนี้ ธันวายื่นมือไปหยิบแฟ้มคดีที่เปื้อนโคลนนั้นขึ้นมาพลิกดู ด้านในคือสำนวนคดีเก่าเมื่อห้าปีก่อน คดีที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า "อุบัติเหตุ" คดีที่พรากครอบครัวไปจากชีวิตของเขาเอง หัวใจของแพทย์นิติเวชกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่ออ่านชื่อผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนั้นในหน้าสุดท้าย ชื่อของ "ร.ต.อ.อนันต์" ปรากฏหราอยู่ พร้อมกับรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดที่เพิ่งถูกประทับลงไปสดๆ ร้อนๆ บนกระดาษแผ่นนั้น—ไม่ใช่รอยเลือดของอนันต์ แต่เป็นรอยเลือดที่เขียนทับเป็นตัวเลขปริศนา: "03" ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากเตือน ศิลาที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ชะงักกึก เมื่อเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นแผ่วเบามาจากความมืดสุดทางเดินของห้องเก็บวัตถุพยาน—เสียงที่ไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดเลย... แต่เป็นเสียงย่างก้าวที่จงใจให้พวกเขาได้ยิน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%