กลิ่นของลูมิเนอลที่ผสมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เย็นยะเยือกและชวนให้แสบจมูก ทว่ามันไม่น่ารังเกียจเท่ากับความจริงที่กำลังรอการเปิดโปงภายใต้แสงยูวีสีม่วงเข้ม
ห้องสืบสวนจำลองของสถาบันนิติเวชศาสตร์ถูกปิดทึบอย่างไร้รอยต่อ แสงไฟฟلูออเรสเซนต์ถูกดับลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากหลอดอัลตราไวโอเลตในมือของผม ที่ส่องกราดไปตามหุ่นจำลองกายวิภาคซิลิโคนเกรดสูง ซึ่งถูกสร้างขึ้นตามสัดส่วนและน้ำหนักที่ถอดแบบมาจากร่างไร้วิญญาณของผู้ตายอย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร
"คุณกำลังเล่นกับของเล่นราคาแพงเกินไปหรือเปล่า หมอธันวา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สารวัตรศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงการทำงานข้ามคืน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองการกระทำของผมด้วยความรู้สึกที่กึ่งสงสัยกึ่งทึ่ง
ผมไม่ได้หันไปมองทันที ปลายกระบอกฉีดยาในมือบรรจุสารเรืองแสงสีเหลืองอำพัน ก่อนจะค่อยๆ หยดมันลงบนข้อต่อหัวเข่าของหุ่นจำลองอย่างระมัดระวัง
"ความจริงไม่ใช่ของเล่น สารวัตรศิลา" ผมเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และไร้ความลังเล "และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะใช้ความรู้สึกสีเทาๆ ของคุณมาบิดเบือนได้ ศพไม่ได้โกหก... แต่คนที่พยายามกลบเกลื่อนต่างหากที่กำลังดิ้นรน"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ วาดสายตาสำรวจร่างหุ่นจำลองที่ถูกจัดท่าทางไว้เหมือนกับจุดเกิดเหตุฆาตกรรมไม่มีผิดเพี้ยน
"ศพอาจจะไม่โกหก... แต่ศพก็พูดไม่ได้เหมือนกันว่าใครเป็นคนผลักเขาลงไปในความมืด" ศิลาหยุดยืนห่างจากผมเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดดันจากบุคลิกดิบเถื่อนของนายตำรวจมือหนึ่งลอยปะทะเข้ากับความนิ่งสนิทของผม "คุณใช้ตรรกะและตัวเลขพิสูจน์ทุกอย่างได้ แต่คุณเคยใช้หัวใจสัมผัสความแค้นของผู้ชายที่ถูกฆ่าตายแบบหมาข้างถนนบ้างไหมล่ะ"
ผมเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาผ่านแสงสีม่วงที่สาดสะท้อนใบหน้าของเราทั้งคู่ แววตาของศิลาเต็มไปด้วยไฟแห่งความกระหายที่จะล้างแค้น ขณะที่แววตาของผมว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกหลักฐานให้ปรากฏความจริง
"ความแค้นทำให้คนตาบอด สารวัตร" ผมย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท "แต่นิติวิทยาศาสตร์ทำให้คนตาบอดมองเห็น... ดูนี่สิ"
ผมกดสวิตช์ปิดไฟยูวี แล้วเปิดไฟสปอตไลท์สีขาวพุ่งตรงไปยังทิศทางที่จำลองขึ้น แรงกระแทกของเหลวจำลองที่ถูกฉีดพ่นด้วยความเร็ว 4.2 เมตรต่อวินาที สะท้อนละอองเลือดบนผนังกระจกใส เป็นรูปแบบที่ระบุได้อย่างชัดเจนว่า ฆาตกรไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าผู้ตายตามที่รายงานเบื้องต้นระบุไว้
ศิลาหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักสืบของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว ความเย่อหยิ่งในแววตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความพินิจพิเคราะห์
"มุมตกกระทบ... องศาที่สิบห้า?" ศิลาพึมพำกับตัวเอง ก้าวเข้าไปใกล้กระจกใสเพื่อสังเกตการณ์ "ถ้าองศานี้เป็นความจริง คนร้ายไม่ได้ทำมาจากด้านหน้า แต่เขาซ่อนตัวอยู่หลังเสา... และใช้แขนข้างถนัดล็อกคอจากด้านหลัง"
"ถูกต้อง" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอดถุงมือยางออกช้าๆ "แรงเหวี่ยงระดับนี้ต้องใช้พละกำลังของผู้ชายที่มีมวลกล้ามเนื้อช่วงบนมากกว่าเหยื่ออย่างน้อยสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันตัดรายชื่อของผู้หญิงคนนั้น... ภรรยาของผู้ตาย ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง"
ศิลาหันขวับมามองผมทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อถือ "คุณกำลังจะบอกว่าหลักฐานทั้งหมดที่ฉันรวบรวมมาสัปดาห์ก่อน... ผิดหมดอย่างนั้นหรือ"
"หลักฐานไม่ได้ผิด..." ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "แต่คุณต่างหากที่มองหาแต่หลักฐานที่จะมัดตัวคนที่คุณ 'อยากให้ผิด' มากกว่าความจริงที่ปรากฏ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว ทว่าแรงกดดันระหว่างเรากลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก สายตาสองคู่ที่ต่างฝ่ายต่างมีอุดมการณ์สุดขั้ว ปะทะกันในความเงียบราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่รอวันลัดวงจร
ศิลาขยับยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเสน่ห์อันตรายของผู้ชายที่ชอบเล่นกับไฟ
"น่าสนใจมาก หมอธันวา..." ศิลาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "ถ้าคุณมั่นใจในตัวเลขและสูตรทางฟิสิกส์ของคุณขนาดนั้น งั้นเรามาลองเดิมพันกันดูไหมล่ะ ว่าศพจำลองของคุณกับสัญชาตญาณของผม... ใครจะเข้าใกล้ฆาตกรตัวจริงได้เร็วกว่ากัน"
ผมไม่ได้ถอยหนี ปลายจมูกของเราห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นหอมสะอาดแบบมืออาชีพของผมผสมผสานกับกลิ่นอายความดิบเถื่อนของเขา สร้างแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
"ผมไม่เคยเดิมพันกับความตาย สารวัตร..." ผมตอบเสียงกระซิบ แววตาคมกริบไม่ไหวติ่ง "เพราะทุกย่างก้าวของผม มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คอยพิสูจน์ความจริงอยู่เสมอ... และตอนนี้ หลักฐานชิ้นใหม่ล่าสุดกำลังบอกผมว่า..."
ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยประโยคสุดท้ายจนจบ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงกะพริบวาบสลับกับความมืดมิดในห้องโถงใหญ่ด้านนอก
ประตูห้องสืบสวนถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยเจ้าหน้าที่เวรยามที่มีสีหน้าซีดเผือด หอบหายใจสะท้าน
"ดร.ธันวาครับ! สารวัตรศิลา!" เจ้าหน้าที่ละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ศพของ... ศพของเหยื่อคดีนี้ในห้องเย็นห้องที่สาม... ถูกสลับตัว! และเราเพิ่งพบข้อความเขียนด้วยเลือดสดๆ บนกระจกตู้แช่ว่า..."
ศิลาหันขวับไปมองหน้าผมทันที แววตาเย่อหยิ่งหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายตาดุดันที่ลุกโชนขึ้นในความมืดมิด
"...ว่าพวกคุณกำลังเล่นสนุกอยู่บนความตายของเหยื่อตัวจริง ที่ไม่ใช่คนคนเดียวกันกับที่อยู่บนโต๊ะผ่าตัดครับ"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 7
ภาพจำลองแห่งความตาย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!