นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 6

รอยร้าวในที่ทำงาน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง เสียงกระแทกของมันหนักแน่นพอๆ กับคำสั่งที่เพิ่งลั่นวาจาออกมาจากปากของ พลตำรวจตรีประจักษ์ ผบช.น. "ปิดคดีซะ... ธันวา ศิลา" น้ำเสียงของนายพลใหญ่ราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่เฉียบขาดราวกับคมมีดที่พร้อมปาดคอผู้ที่ขัดคำสั่ง แรงกดดันในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นใบชาจีนเกรดพรีเมียมและควันบุหรี่จางๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ดร.ธันวายืนกอดอกนิ่ง ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะบางเฉียบจับจ้องไปยังแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เขาเพิ่งใช้เวลาสามคืนสามวันในการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในขณะที่สารวัตรศิลา ซึ่งยืนพิงขอบหน้าต่าง ปล่อยควันสีเทาออกจากเรียวปากอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบภายใต้เปลือกตาที่หรี่ลงสะท้อนรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "ท่านครับ ร่องรอยการผ่าตัดศพรายล่าสุด... ชัดเจนว่ารอยกรีดที่กระดูกซี่โครงนั้นใช้อุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทางระดับสูง ซึ่งมีแค่โรงพยาบาลเอกชนในเครือข่ายของท่าน ส.ส. วัฒนา เท่านั้นที่นำเข้าได้" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยน้ำหนักของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้ "นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันสั่งให้พวกคุณ 'ปิด' ไงล่ะ ธันวา" พลตำรวจตรีประจักษ์หันมามองแพทย์หนุ่มด้วยสายตาตำหนิปนเตือน "อย่าลืมสิว่าเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่ และห้องแล็บที่คุณใช้ผ่าศพทุกวันนี้ มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรมในอุดมคติ แต่มันขับเคลื่อนด้วยความบาลานซ์ของอำนาจ" ศิลากดก้นบุหรี่ลงกับขอบถ้วยชาเซรามิกจนดับสนิท เขาสะบัดตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผู้บังคับบัญชา รอยยิ้มกวนประสาทหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเย็นชาที่น่ากลัว "บาลานซ์ของอำนาจ หรือความกลัวที่จะสูญเสียเก้าอี้กันแน่ครับ ท่านผู้บัญชาการ" ศิลาเอ่ยถามเสียงเบา แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สารวัตรศิลา!" พลตำรวจตรีประจักษ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ "อย่าลืมว่าฉันเป็นคนดึงนายขึ้นมาจากกองโคลนเมื่อคดีที่แล้ว! ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้นายไปนอนเน่าอยู่ในคุกตารางร่วมกับพวกผู้ต้องหาที่นายจัดฉากยิงทิ้งไปนานแล้ว!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ ความตึงเครียดพุ่งสูงจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสเลือดไหลเวียน ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าศิลาเป็นคนประเภทไหน – สารวัตรหนุ่มผู้ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องเหยียบย่ำเส้นศีลธรรมเพื่อให้คนชั่วได้รับโทษทัณฑ์ และนั่นคือสิ่งที่ธันวาหวาดกลัวมาตลอด... การต้องเข้าไปพัวพันกับความมืดมนของอีกฝ่าย "ผมเข้าใจแล้วครับท่าน" ธันวาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน "เราจะจัดการ... ตามที่ท่านต้องการ" พลตำรวจตรีประจักษ์หรี่ตามองแพทย์นิติเวชผู้แสนเจ้าระเบียบอย่างพิจารณา ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ "ดีมาก หมอธันวา คุณเป็นคนฉลาด รู้ว่าอะไรควรทำเพื่อความอยู่รอด ออกไปได้แล้วทั้งคู่" --- ภายในห้องตรวจศพใต้ดินของสถาบันนิติเวช แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบโต๊ะสเตนเลสสตีลที่ว่างเปล่า ร่างของธันวายืนอยู่หน้าอ่างล้างมือ เปิดน้ำไหลผ่านอุ้งมือช้าๆ เพื่อล้างคราบน้ำยาฟอร์มาลีนออก ภาพของแฟ้มคดีที่ถูกปิดตายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประตูห้องตรวจเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสารวัตรศิลาที่เดินเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง เขาล็อกกลอนประตูแน่นหนา ก่อนจะทิ้งตัวพิงบานประตูแล้วจ้องมองแผ่นหลังของแพทย์หนุ่ม "นายยอมจำนนเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ หมอ" ศิลาเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะหยันตามเคย "นึกว่าคนอย่าง ดร.ธันวา ผู้ยึดมั่นในความจริงจากศพ จะลุกขึ้นมาซัดหน้าท่านผู้บัญชาการเสียอีก" ธันวาปิดก๊อกน้ำ หยิบผ้าขนหนูสีขาวขึ้นมาซับมืออย่างประณีตและใจเย็น เขายังไม่หันไปมองคู่สนทนาทันที "ความจริงจากศพ ไม่ได้แปลว่าเราต้องเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งบนเขียงของฆาตกรที่ใส่ชุดสูทใส่ร้ายป้ายสี" ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาหลังกรอบแว่นเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ซ่อนเร้นไฟคุโชน "แต่ถ้าคุณคิดว่าคำสั่ง 'ปิดคดี' ของผู้บังคับบัญชา มันหมายถึงการหยุดสืบสวนจริงๆ... คุณก็ประเมินผมต่ำไปหน่อยแล้วล่ะครับ สารวัตร" มุมปากของศิลากระตุกยิ้มขึ้นทันที รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความกวนประสาทแบบที่เคยเห็น แต่มันคือรอยยิ้มของสัตว์นักล่าที่เจอพวกเดียวกันในยามวิกาล "พูดได้เข้าหูดีนี่... หมอ" ศิลาเดินเข้ามาใกล้จนแทบจะประชิดตัว กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกธันวา "ถ้าอย่างนั้น เรามาตกลงกติกากันให้ชัดเจนดีกว่า ในเมื่อท่าน ผบช. สั่งปิดคดีในระบบราชการ แปลว่าเราสองคน... ต้องกลายเป็น 'อาชญากร' นอกระบบเพื่อไขคดีนี้แทน" "ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แค่หาความจริงในมุมที่มองไม่เห็น" ธันวาแก้ต่างด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของนายตำรวจหนุ่ม "หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ในสำนวนที่ท่าน ผบช. สั่งเก็บเข้ากรุ แต่มันอยู่ในชิ้นเนื้อเยื่อหัวใจของเหยื่อรายที่สาม ที่ผมแอบเก็บรักษาไว้ในตู้แช่แข็งนิรภัย B-4" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างทึ่งในความแสบสันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหมอเจ้าระเบียบ "ให้ตายสิ หมอ... ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดนั่น นายมันก็มีเลือดสีเทาไม่ต่างจากฉันเลยนี่หว่า" "เราไม่ได้มีสีเดียวกัน สารวัตร" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและเฉียบคม "คุณทำเพื่อความสะใจและความแค้นส่วนตัว แต่ผมทำเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้วิญญาณที่ไร้เสียง... อย่าเอาเราไปเปรียบกัน" "จะเพื่ออะไรก็ช่าง ผลลัพธ์มันก็คือการกระชากหน้ากากไอ้พวกส.ส. วัฒนา ออกมาให้สังคมเห็นไม่ใช่หรือไง?" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารฉบับจริงที่เขาแอบถ่ายเอกสารเก็บไว้ ยื่นมาตรงหน้าธันวา "นี่คือรายชื่อโรงพยาบาลเอกชนสามแห่งที่นำเข้ามีดผ่าตัดไทเทเนียมล็อตเดียวกับที่ใช้ฆ่าเหยื่อ นายเลือกมาสักแห่ง... แล้วเดี๋ยวฉันจะพาไป 'เยี่ยมเยียน' พวกมันแบบลับๆ คืนนี้เลย" ธันวากวาดสายตาอ่านรายชื่อในกระดาษอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดประมวลผลข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงินของโรงพยาบาลเหล่านั้นในเสี้ยววินาที จนกระทั่งนิ้วเรียวหยุดชะงักลงที่บรรทัดสุดท้าย "โรงพยาบาลเซนต์แมรี่... สาขาร้างโซน 4" ธันวาพึมพำออกมาเบาๆ "ตึกนั้นถูกปิดปรับปรุงไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ระบบจ่ายไฟสำรองยังคงทำงานอยู่... แปลว่ามันยังถูกใช้งานเป็นห้องผ่าตัดใต้ดิน" ศิลาหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในทันตา "เยี่ยม... งั้นเราไปเตรียมอุปกรณ์กัน นายเอาชุดชันสูตรภาคสนามไปด้วย ส่วนฉันจะเตรียมปืนพกและเครื่องกระสุนให้พร้อม" ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนปฏิบัติการลับในห้องตรวจศพที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันที่ทางเดินด้านนอก... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที สร้อยระทึกแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ธันวาและศิลาสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ในยามวิกาลเช่นนี้ และในสถานะที่ถูกสั่งให้ "ปิดคดี" ไปแล้ว... ผู้ที่ยืนอยู่หลังประตูห้องตรวจศพตอนนี้ ย่อมไม่ใช่เพื่อนร่วมงานอย่างแน่นอน ศิลาขยับมือขวาไปแตะที่ด้ามปืนพกใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ธันวาค่อยๆ เอื้อมมือไปปิดจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงข้อมูลตู้แช่แข็ง B-4 เสียงบิดลูกบิดประตูดัง *แกร็ก* เบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลในชุดกันฝนสีดำเปียกชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำฝนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา... แสงไฟนีออนกะพริบไหววูบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าใต้ฮู้ดสีดำจะเงยขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบของคนที่ทั้งธันวาและศิลาคิดว่าน่าจะนอนอยู่ในหลุมศพไปแล้ว! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ โดย ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%