นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 18

รอยเท้าในเงามืด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
ปลายกระบอกปืนเหล็กกล้าสีดำสนิทที่แนบอยู่บริเวณท้ายทอยของธันวานั้น ไม่เพียงแต่มอบความเย็นเยียบเยือกให้แก่ผิวเนื้อ แต่มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ความเป็นความตายในโลกของคดีฆาตกรรมมักถูกคั่นกลางไว้ด้วยระยะห่างเพียงมิลลิเมตรเดียว แพทย์นิติเวชหนุ่มผู้เยือกเย็นไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ร่างโปร่งในชุดเสื้อคลุมสีขาวยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมทอดมองลงไปยังคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นคอนกรีต ณ จุดเกิดเหตุร้างแห่งนี้อย่างครุ่นคิด ลมหายใจของเขาเข้าออกสม่ำเสมอราวกับเสียงเข็มนาฬิกาในห้องผ่าตัด ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความรำคาญใจจางๆ ที่สะท้อนผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น "ผมคิดว่าคุณฉลาดพอที่จะไม่ใช้9มม.จ่อหัวคนที่จะช่วยคุณไขคดีนะครับ, หมอธันวา" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดผ่านความเงียบงัน พร้อมกับแรงกดที่ท้ายทอยผ่อนคลายลง ธันวาเบี่ยงใบหน้าครึ่งหนึ่งหลบมุมกระบอกปืน สายตาคมกริบกวาดมองไปยังสารวัตรหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง—สารวัตรศิลา ผู้มีรอยยิ้มหยันแต้มอยู่มุมปาก ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความดุดันและระอุด้วยไฟแห่งความกระหายในการล่าเหยื่อ ศิลาเก็บอาวุธปืนเข้าซองหนังใต้รักแร้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ขอโทษทีครับ พอดีผมชอบทักทายคนที่กำลังใช้ความคิดหนักด้วยวิธีที่เร้าใจหน่อย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ขัดแย้งกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว ธันวาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองช้าๆ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจรุ่นพี่ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับต้องการผ่าตัดวิเคราะห์จิตใจที่เต็มไปด้วยรอยด่างพร้อย "ถ้าการทักทายของคุณหมายถึงการเอาชีวิตผมไปแขวนไว้บนเส้นด้าย คราวหน้ากรุณาไปทำกับพวกผู้ต้องสงสัยในห้องสอบสวนเถอะครับ ศิลา... ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้คุณเล่นเกมจิตวิทยาไร้สาระ" ธันวาเอ่ยน้ำซีเรียส น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหรี่ตามอง ศิลาไม่โต้เถียง เขากลับยกยิ้มมุมปากที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองของนายตำรวจสืบสวนคนนี้มักจะพุ่งพล่านทุกครั้งเมื่อเกมการไล่ล่าเริ่มต้นขึ้น "เกมกำลังสนุกต่างหาก หมอ..." ศิลาเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจากตัวของสารวัตรหนุ่ม "เป้าหมายของเราไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว... มันกำลังเคลื่อนไหว" หน้าจอแท็บเล็ตในมือของศิลาถูกชูขึ้น ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงที่ดึงสัญญาณมาจากระบบอัจฉริยะทั่วเมือง ภาพตัดสลับรวดเร็วระหว่างตรอกซอกซอยมืดทึบ ย่านการค้าที่ผู้คนพลุกพล่าน ไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดินร้าง "มันทิ้งร่องรอยไว้?" ธันวาขยับแว่นเล็กน้อย โน้มตัวเข้ามาดูหน้าจอ "เปล่า... มันไม่ได้ทิ้งร่องรอย มันกำลัง 'ท้าทาย' เราต่างหาก" ศิลาใช้นิ้วโป้งปัดหน้าจออย่างรวดเร็ว "หลังเกิดเหตุฆาตกรรมศพที่สาม ไอ้เงานั่นรู้ว่าเรากำลังแกะรอยจากดีเอ็นเอใต้เล็บ แต่มันเลือกที่จะเดินผ่านกล้องวงจรปิดตัวหลักของเมืองในเวลาไล่เลี่ยกันทุกจุด ราวกับจะบอกว่า... *'ตามฉันให้ทันสิ ถ้าพวกแกแน่จริง'* " ธันวาจ้องมองภาพบนจออย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานด้วยความเร็วสูง "พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่ความประมาท..." นิติเวชหนุ่มพึมพำ วิเคราะห์เชิงจิตวิทยาอาชญากร "มันคือความหยิ่งผยองขั้นสุดยอด อาชญากรประเภทนี้มักมีภาวะหลงตัวเอง (Narcissism) สูงส่ง พวกเขาเชื่อว่าสติปัญญาของตัวเองเหนือกว่ากระบวนการยุติธรรมทั้งหมด มันไม่ได้กำลังหนี... แต่มันกำลังจัดฉากต้อนรับพวกเราต่างหาก" "ถูกต้อง" ศิลาเห็นพ้องด้วย แววตาของนายตำรวจวาวโรจน์ด้วยความกระหายที่จะสยบความเย่อหยิ่งนั้น "และผมไม่มีวันปล่อยให้มันเดินลอยนวลอยู่เหนือความถูกต้องเด็ดขาด ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ผมก็จะลากคอมันออกมาจากเงมืดนั่นให้ได้" "ความแค้นส่วนตัวของคุณกำลังทำให้วิจารณญาณในการสืบสวนบอดมืดนะครับ, สารวัตร" ธันวาเตือนเสียงเย็น "มันไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว, หมอ... แต่มันคือหน้าที่" ศิลาหันมามองหน้าธันวา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่ม "หน้าที่ที่จะต้องทำให้พวกสวะพวกนี้รู้ว่า นรกมีจริง... และผู้คุมคือนายตำรวจสืบสวนที่ชื่อศิลาคนนี้" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาเชิงปรัชญาและความขัดแย้งทางอุดมกฎหมายถูกแขวนไว้กลางอากาศ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดระหว่างความเย็นชาของนิติเวชและไฟเร่าร้อนของนักสืบ "ถ้าคุณมั่นใจว่ามันกำลังเล่นเกม..." ธันวาหันกลับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ดิจิทัล "งั้นเรามาหยุดเกมของมันกัน... กล้องวงจรปิดตัวนี้ บันทึกภาพมันได้ตอนเวลา 02:14 น. บริเวณถนนสายรองย่านอุตสาหกรรมเก่า สังเกตเงาสะท้อนในกระจกหน้ารถบรรทุกคันนั้นไหมครับ?" ศิลาเพ่งมองตาม นิ้วของเขาซูมภาพเข้าไปใกล้จนสุดขีด เงาสะท้อนบนกระจกรถบรรทุกเผยให้เห็นภาพสะท้อนของป้ายชื่อร้านค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับหัว และที่สำคัญกว่านั้น... คือทิศทางการเดินของคนร้ายที่ไม่ได้มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองตามที่กล้องวงจรปิดพยายามลวงตา "มันไม่ได้กำลังหนีไปทางเหนือ..." ศิลาพึมพำ ดวงตาสว่างวาบขึ้นด้วยความตื่นตัว "แต่มันกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังจุดเริ่มต้น..." "จุดเกิดเหตุแรก คดีที่ทำให้ครอบครัวผมต้องตายเมื่อห้าปีก่อน" ธันวาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบลงจนถึงขั้วหัวใจ แววตาหลังกรอบแว่นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม ศิลาหันขวับมามองคู่หูชั่วคราวทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นกดดันอย่างฉับพลัน ความลับในอดีตที่ธันวาไม่เคยปริปากบอกใคร กำลังถูกเปิดเปลือยด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดเพียงตัวเดียวในค่ำคืนนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnคำใดเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากศูนย์วิทยุตำรวจในมือถือของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ *(แครก... สารวัตรศิลา! ได้ยินไหมครับ? เราพบความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกฝังไว้ในตัวเหยื่อรายใหม่... มันกำลังส่งสัญญาณมาจาก...)* เสียงปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงสัญญาณรบกวนที่ดัง *ซ่า* ยาวนาน ศิลาขมวดคิ้วแน่น ยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาใกล้ปาก "ศูนย์ควบคุม! เกิดอะไรขึ้น? ตอบด้วย!" ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา และเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังย่ำบนพื้นคอนกรีตแตกละเอียด... *ก๊อบ... แก๊บ... ก๊อบ... แก๊บ...* ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากความมืดมิดสุดปลายทางเดินของตึกร้างแห่งนั้น ธันวาชักมือออกจากกระเป๋าเสื้อคลุม สายตาดิ่งลงมองเงาตะคุ่มที่ทอดยาวผ่านแสงไฟนีออนกะพริบวับแวมจากด้านนอก ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตในมือของศิลาก็ดับวูบลงพร้อมกันโดยไม่มีสาเหตุ ภาพทั้งหมดหายลับไปเหลือเพียงความมืดสนิท และภาพสะท้อนใบหน้าของใครบางคน... ที่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาอย่างเงียบเชียบ โดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัวแม้แต่น้อย! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่าความจริงอันมืดหม่นไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%