นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 19

ความกลัวที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
แสงจากหน้าจอแท็บเล็ตที่ดับวูบลง ไม่ได้นำพามาเพียงความมืดมิด แต่ยังทิ้งร่องรอยของแรงกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพใต้ดินและกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนผสมกันจนกลายเป็นความฉุนกึกที่ติดอยู่ปลายจมูก ศิลาไม่ได้ขยับเขยือกทันทีที่เห็นเงาสะท้อนนั้น สัญชาตญาณของนายตำรวจผู้ผ่านสนามรบมาโกโชนบอกให้เขายืนนิ่ง คุมจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอที่สุด ขณะที่มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกใต้เสื้อสูทอย่างแนบเนียน "ดึกป่านนี้แล้ว... หมอกับสารวัตรยังไม่กลับห้องพักอีกหรือครับ งานชันสูตรศพของคดีลักพาตัวเมื่อวานคงไม่ได้ทำให้เหนื่อยจนหลอนไปเองหรอกนะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นนั้นราบเรียบ ไร้พิษภัย และคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไรดี ธันวาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองร่างที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูห้องผ่าตัด เงาสะท้อนในความมืดเมื่อครู่ไม่ได้มาจากใครอื่น... นอกเสียจาก "หมวดภาคภูมิ" นายแพทย์หนุ่มรุ่นน้องผู้ช่วยแพทย์นิติเวช ผู้ซึ่งมักจะมีรอยยิ้มเจือความกระตือรือร้นและแฟ้มเอกสารรายงานคดีอยู่ในมือเสมอ แต่ในยามวิกาลที่ไร้ซึ่งเจ้าหน้าที่คนอื่น และในห้องที่ควรจะล็อกกั้นเขตปลอดภัย รอยยิ้มของภาคภูมิกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง "คุณภูมิ เข้ามาทางไหนครับ" ศิลาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงของสารวัตรหนุ่มแหบพร่าเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความระแวงที่คมกริบ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงพินิจพิเคราะห์ทุกอณูการเคลื่อนไหวของรุ่นน้อง ดร.ธันวา "ประตูก็เปิดอยู่ไม่ใช่หรือครับสารวัตร หรือว่า... พวกคุณกำลังดูอะไรที่เป็นความลับระดับชาติกันอยู่ ถึงได้ตกใจกันขนาดนั้น" ภาคภูมิยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นแตะไม่ถึงดวงตา ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจ้องมองแท็บเล็ตจอดับในมือของศิลา ก่อนจะเหลือบมองธันวาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ผมแค่นำผลตรวจเนื้อเยื่อเพิ่มเติมของเหยื่อรายล่าสุดมาส่งครับ คิดว่าถ้าปล่อยไว้ถึงพรุ่งนี้เช้า ดร.ธันวาคงจิกผมจนหัวโตแน่นอน... หรือผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบงันระหว่างพวกเขายืดเยื้อออกไปชั่วขณะ แพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในหลักการอย่างเขา เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ที่เขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดในสถาบันนิติเวชแห่งนี้ "วางไว้บนโต๊ะทำงานครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "ดึกมากแล้ว คุณควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว หมวดภาคภูมิ" "พักผ่อนหรือครับ..." ภาคภูมิทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังขึ้นอย่างน่าขนลุก เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะสแตนเลสสำหรับวางเครื่องมือแพทย์ ร่างโปร่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านดูตัดกับบรรยากาศมืดหม่นรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ในสถาบันแห่งนี้... มีใครได้นอนหลับเต็มตื่นจริงๆ บ้างล่ะครับท่านอาจารย์ โดยเฉพาะคนที่กำลังขุดคุ้ยเรื่องที่ควรจะฝังกลบเอาไว้" ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น ศิลาขยับตัวเข้ามาขวางหน้าธันวาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แววตาสีเทาของนายตำรวจสื่อความหมายชัดเจนว่าเขากำลังประเมินความเสี่ยง และพร้อมจะระเบิดสถานการณ์นี้ให้ขาดสะบั้นหากอีกฝ่ายแสดงท่าทีคุกคาม "คุณหมายความว่าอย่างไร หมวดภาคภูมิ" ธันวาถามเสียงเข้ม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นน้องเพื่อค้นหาเจตนาที่แท้จริง "เรื่องอะไรที่ควรฝังกลบ" ภาคภูมิหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงแค่เอื้อมมือถึง เขายื่นแฟ้มเอกสารในมือวางลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึ้ง* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาตรงๆ รอยยิ้มสุภาพถูกถอดออก ราวกับหน้ากากที่ถูกกระชากทิ้งเหลือเพียงใบหน้าที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้อง "เรื่องที่ทำให้ครอบครัวของอาจารย์ต้องจบชีวิตลงไงครับ..." ภาคภูมิกระซิบเสียงต่ำ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องผ่าตัดที่เงียบสงบ "อาจารย์คิดจริงๆ หรือครับว่า คดีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสี่ปีก่อน เป็นแค่ความประมาทเลินเล่อของคนขับรถบรรทุก... อาจารย์เป็นถึงแพทย์นิติเวชผู้ตรวจพิสูจน์ความจริง แต่กลับมองข้ามรอยแยกขนาดเท่ากำปั้นบนชิ้นส่วนเหล็กพวงมาลัย ที่ถูกตัดแต่งด้วยเครื่องมือกลความแม่นยำสูง... น่าสมเพชจริงๆ นะครับ" สิ้นคำพูดนั้น ธันวารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อม โลกทั้งใบหมุนคว่ำเคว้ง ข้อมูลคดีเก่าที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' วิ่งวนกลับเข้ามาในหัว ข้อมูลลับชุดนั้น... มีเพียงเขากับสารวัตรศิลาที่เพิ่งเริ่มแกะรอยมันเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แล้วเหตุใด... หมวดภาคภูมิถึงล่วงรู้รายละเอียดที่ละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้ได้! "แก..." ศิลาคำรามในลำคอ มือหนาเอื้อมไปคว้าปกเสื้อกาวน์ของภาคภูมิอย่างรวดเร็วราวกับเสือตะครุบเหยื่อ แรงกระชากทำให้ร่างของรุ่นน้องเซถอยหลังไปชนกับชั้นวางขวดสารเคมีจนเกิดเสียงดังสนั่น "แกเกี่ยวข้องอะไรกับคดีนั้น พูดมา!" ทว่าภาคภูมิกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขากลับแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่น่ารังเกียจ ขณะที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ใจเย็นก่อนสิครับสารวัตร ความรุนแรงไม่ได้ช่วยให้พวกคุณรอดพ้นจากเงาที่กำลังไล่ล่าหรอกนะครับ..." ภาคภูมิเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาเลยผ่านไหล่ของศิลาไปยังประตูทางออก "อีกอย่าง... ผมไม่ได้มาคนเดียว" ธันวาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่นในโสตประสาท เขาผละจากศิลาแล้วหันขวับไปมองที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับโถงทางเดินด้านนอก ในความมืดสลัวของโถงทางเดิน เงาร่างนับสิบชีวิตกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทุกทางเข้าออกของห้องผ่าตัด ร่างเหล่านั้นสวมชุดเครื่องแบบและชุดป้องกันเชื้อโรค ปิดบังใบหน้ามิดชิด แต่วัตถุสีดำเงางามที่สะท้อนกับแสงไฟฉุกเฉินในมือของพวกเขานั้น... คือปืนพกที่มีกระบอกเก็บเสียงติดตั้งไว้อย่างสมบูรณ์แบบ! "คำสั่งฉุกเฉินจากเบื้องบนครับ..." ภาคภูมิถอยหลังไปสองก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหาย เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าเย็นชา "เนื่องจากพบความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลลับทางราชการ ดร.ธันวา และ สารวัตรศิลา... จึงมีความจำเป็นต้องถูก 'กักตัว' อย่างถาวร เพื่อความมั่นคงของสถาบัน" เสียงล็อกประตูด้านนอกดังขึ้น *คลิก* ตามด้วยสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่เริ่มกะพริบวับๆ บนเพดาน น้ำยาฟอร์มาลีนในโหลแก้วรอบตัวสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนของฝีเท้าจำนวนมากที่ประชิดเข้ามาทุกขณะ ศิลาชักปืนออกจากซองพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองทางหนีทีไล่รอบห้อง ก่อนจะหันมาสบตากับธันวาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย "หมอ... ดูเหมือนว่าคราวนี้พวกมันไม่ได้มาแค่ขู่แล้วล่ะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงเครียด ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ประตูบานนั้นจะพังเข้ามา" ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้องผ่าตัด สมองที่เฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤตเป็นตาย ทางเข้าหลักถูกปิดตาย หน้าต่างกระจกนิรภัยหนาเตอะไม่สามารถพังออกไปได้ด้วยมือเปล่า เหลือเพียงช่องระบายอากาศขนาดเล็กเหนืออ่างล้างเครื่องมือแพทย์... แต่มันเล็กเกินกว่าที่ผู้ชายโต2คนจะมุดลอดออกไปได้ง่ายๆ ในวินาทีที่เสียงกระแทกประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีค้อนปอนด์ทุบทำลายกลอนประตู ภาคภูมิที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มเงาดำด้านนอก ก็เอ่ยประโยคสุดท้ายลอดเข้ามาผ่านช่องลมระบายอากาศด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ "อย่าพยายามหนีเลยครับอาจารย์... เพราะคนที่สั่งเก็บครอบครัวของอาจารย์เมื่อสี่ปีก่อน ก็คือคนๆ เดียวกับที่กำลังจะปิดปากพวกคุณในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้... และเขากำลังยืนมองพวกคุณอยู่ตรงนี้แล้ว!" สิ้นเสียงของภาคภูมิ ไฟฉุกเฉินสีแดงในห้องดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นกรอบประตูที่ถูกพังทลายเข้ามา พร้อมกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังกลางหน้าอกของธันวาพอดี! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดของความจริงในคดีนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%