นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 20

ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
คราบน้ำยาฟอร์มาลินบนถุงมือยางส่งกลิ่นฉุนกึกจนแสบจมูก ทว่ามันยังเจือจางกว่ากลิ่นอายแห่งความเน่าเฟะของอำนาจที่กำลังคละคลุ้งอยู่ในห้องชันสูตรศพเวลานี้ "คุณกำลังบอกผมว่า... แฟ้มคดีหมายเลข 08/42 เมื่อสิบปีก่อน เป็นแค่เศษกระดาษชำระที่เขียนขึ้นเพื่อสนองตัณหาของคนบนหอคอยงาช้างอย่างนั้นหรือครับ สารวัตร" ดร.ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะที่ซ่อนแววตาดุดันและเยียบเย็นเอาไว้ ปลายมีผ่าตัดสเตนเลสในมือของเขาหมุนวนอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของกระดูกมนุษย์—หรือบางที... กำลังประเมินความเปราะบางในศีลธรรมของนายตำรวจตรงหน้า สารวัตรศิลายืนกอดอกพิงบานประตูเหล็กกล้า แสงไฟนีออนสลัวยามดึกสาดกระทบใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่จางๆ ออกจากริมฝีปาก แม้กฎระเบียบของสถาบันนิติเวชจะห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ กฎเกณฑ์มักเป็นสิ่งแรกที่ถูกละเมิด—เช่นเดียวกับความยุติธรรมที่ถูกเหยียบย่ำ "ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นเศษกระดาษ ธันวา... แต่มันคือ 'ตั๋วอนญาต' ให้คนบางคนเดินลอยชายอยู่บนถนนโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อศพที่นอนแข็งทื่ออยู่บนโต๊ะนี้ต่างหาก" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมเพิ่งไปรื้อห้องเก็บเอกสารใต้ดินของกองบัญชาการมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน และบังเอิญไปเจอ 'ต้นฉบับ' ที่ไม่ควรจะหลุดรอดมาได้" ศิลาโยนแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะสแตนเลส เสียงกระดาษหนาทึบกระทบผิวโลหะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน ธันวาหยุดมือที่กำลังเลื่อนดูภาพถ่ายรอยฟกช้ำบนผิวหนังของศพในแท็บเล็ต เขาชำเลืองมองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ความเงียบแผ่ขยายเข้ามาแทนที่เสียงฮัมของตู้แช่ศพ "เปิดดูสิครับ... คุณจะได้รู้ว่า ศิลปะแห่งการบิดเบือนความจริงโดยฝีมือระดับปรมาจารย์ มันหน้าตาเป็นอย่างไร" ศิลาท้าทาย สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของแพทย์นิติเวชผู้หยิ่งทะนง ธันวายื่นมือไปหยิบแฟ้มนั้นด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเชื้อโรคจากอดีตจะกระโดดมาติดปลายนิ้ว ปกแฟ้มมีตราประทับสีแดงฉานคำว่า 'ลับที่สุด' ซึ่งถูกขีดฆ่าด้วยปากกาเคมีสีดำอย่างลวกๆ แต่รอยหมึกหนาทึบนั้นหาได้กลบเกลื่อนความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างไม่ เขาเปิดหน้าแรกออก... ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่แคบลงทันที ลมหายใจของแพทย์หนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที "นี่มัน..." ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นจนน่ากลัว "ผลการตรวจเนื้อเยื่อบริเวณลำคอ... ในสำนวนเดิมที่ผมถืออยู่ ระบุว่าเป็นรอยรัดจากเชือกไนลอนขนาดสามมิลลิเมตร... แต่ในเอกสารฉบับนี้ กลับระบุว่าเป็นรอยกดทับจากปลายนิ้วมือขวาที่มีความกว้างผิดปกติ" "ถูกต้องครับ" ศิลาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายสายลุยลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "และคนที่เซ็นชื่อรับรองผลการตรวจในฉบับจริงเมื่อสิบปีก่อน... คืออาจารย์แพทย์ผู้ล่วงลับของคุณเอง... ดร.ประจักษ์" ชื่อนั้นทำให้ห้องทั้งห้องราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ดร.ประจักษ์ คือผู้มีพระคุณ เป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชานิติเวชให้แก่ธันวา และเป็นคนที่สอนเขาเสมอว่า 'ความจริงจากศพไม่มีวันโกหก' หากแต่ในเวลานี้ หลักฐานชิ้นโบแดงกลับฟ้องว่า ผู้ชายที่เขาเคารพรักดั่งพ่อบังเกิดเกล้า คือคน "เป็นไปไม่ได้" ธันวาโพล่งขึ้นทันที น้ำเสียงเจือความกรุ่นโกรธที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม "อาจารย์ประจักษ์ไม่มีทางทำลายจรรยาบรรณของตัวเอง ศพในคดีนั้น... คดีลูกชายนักการเมืองใหญ่ขับรถชนคนตายแล้วจัดฉากเป็นการฆ่าตัวตาย... อาจารย์เป็นคนชันสูตรด้วยตัวเอง!" "และเขาก็เป็นคน 'แก้' ตัวเลขความเป็นกรดของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหาร เพื่อให้เวลาการเสียชีวิตเลื่อนออกไปสองชั่วโมง เพื่อสร้างอัลไอบีให้กับฆาตกรตัวจริง!" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดและทรงพลังพอที่จะสยบความปฏิเสธของอีกฝ่ายลงได้ "ธันวา... ตื่นจากความฝันได้แล้วครับ คุณคิดว่าตัวเองฉลาดและมองทะลุทุกอย่างจากศพ แต่คุณมองข้าม 'มือที่มองไม่เห็น' ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังกระบวนการยุติธรรมมาตลอดสิบปี!" ธันวานิ่งงัน มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตวิ่งย้อนกลับมาดั่งสาย คดีอุบัติเหตุบนทางด่วนเมื่อสิบปีก่อน คดีที่พี่ชายของเขาพยายามสืบหาความจริงจนต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่น่ากังขา และเป็นคดีเดียวกับที่ ดร.ประจักษ์ เคยตบไหล่ปลอบใจเขาว่า *'บางครั้งความจริงก็เป็นสิ่งที่เราแบกรับไม่ไหว ธันวา จงก้มหน้าทำหน้าที่ของแพทย์ต่อไปเถอะ'* ที่แท้... มันไม่ใช่คำสอนด้วยความหวังดี แต่มันคือคำประกาศิตของผู้สมรู้ร่วมคิด! "คุณได้ต้นฉบับนี้มาจากไหน..." ธันวาเค้นเสียงถาม รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างผอมเกร็งของแพทย์นิติเวช "ผมบอกแล้วว่าผมไปรื้อมา... แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าผมได้มันมายังไงหรอกครับธันวา" ศิลาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาสีเทาของนายตำรวจเจ้าเล่ห์สะท้อนความตึงเครียดของสถานการณ์ "ปัญหามันอยู่ที่ว่า... คนที่สั่งให้ ดร.ประจักษ์ แก้ไขผลชันสูตรในวันนั้น และยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตจนถึงทุกวันนี้... เขารู้แล้วว่าเรากำลังขุดคุ้ยเรื่องนี้" เพล้ง! เสียงบางอย่างแตกดังมาจากมุมมืดของห้องชันสูตร ทั้งธันวาและศิลาผละออกจากกันในเสี้ยววินาที สารวัตรหนุ่มชักปืนพกออกจากซองข้างเอวด้วยความเร็วแสง พร้อมกับพุ่งตัวไปหลบหลังเสาคอนกรีต ดวงตาสาดส่องไปยังความมืดมิดบริเวณตู้เก็บศพแถวในสุด "ใครวะ! ออกมา!" ศิลาตะкоนก้อง เสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องเย็นยะเยือก มีความเงียบโรยตัวลงมาชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งพรวดพราดย้อนกลับไปยังประตูหนีไฟด้านหลังห้อง ซึ่งควรจะถูกล็อคตายสนิทจากด้านนอก "หนีไม่พ้นหรอก!" ศิลาพุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาร์ ธันวาเองก็คว้ามีดผ่าตัดยาวบนโต๊ะขึ้นมาเป็นอาวุธสำรอง แล้วก้าวตามไปติดๆ ด้วยสัญชาตญาณนักล่า ศิลาถีบประตูเหล็กกระแทกเปิดออกอย่างแรง ลมเย็นยะเยือกของค่ำคืนพัดตีเข้าใส่ใบหน้า ถนนด้านหลังสถาบันนิติเวชมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟกระพริบติดๆ ดับๆ เงาร่างสีดำร่างหนึ่งกำลังวิ่งหายลับไปตรงมุมตึกของลานจอดรถ แต่สิ่งที่ทำให้ศิลาต้องชะงักฝีเท้า และทำให้ธันวาที่วิ่งตามมาถึงกับลมหายใจสะดุดหยุดกึกลงทันที... ไม่ใช่การหลบหนีของผู้บุกรุก บนพื้นคอนกรีตเปียกชื้นใต้เสาไฟ มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอีกเล่มหนึ่งตกอยู่ วางเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางหยดเลือดสดๆ ที่ยังคงไหลซึมออกมาจากตัวแฟ้ม ธันวาก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ ปกแฟ้มเล่มนั้นไม่มีรหัสลับ หรือตราประทับใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงกระดาษโน้ตสีขาวแปะไว้ด้วยเทปกาวใส ลายมือหวัดๆ ที่คุ้นตาอย่างประหลาดเขียนเตือนสติไว้ด้วยหมึกสีแดงฉานว่า— *'หมอธันวา... ศพต่อไปที่จะต้องผ่า... อาจเป็นศพของคนที่คุณกำลังร่วมมือด้วย'* ศิลากัดฟันกรอด สายตาดุดันกราดมองไปรอบลานจอดรถที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันมามองหน้าแพทย์หนุ่มที่ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป และในวินาทีนั้นเอง... ไฟส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณลานจอดรถก็ดับลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งเหลือไว้เพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%